วรรณชัย บุญบํารุง หารือเรื่องการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2551 โดยมีการแบ่งตําแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญออกเป็น 4 แท่ง และหารือเกี่ยวกับการลงมติในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา โดยเรียกร้องให้สมาชิกสภาให้ความเห็นชอบตามกรรมาธิการ และการลงมติในมาตรา 302 ของรัฐธรรมนูญ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ในส่วนของหลักการใน (๑) นั้น ทางคณะกรรมาธิการก็ได้นําตัวพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน ป้ ๒๕๕๑ ฉบับใหม่มาพิจารณาซึ่งปัจจุบันได้มีการแบ่งตําแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญออกเปึน ทั้งหมด ๔ แท่ง คือแท่งตําแหน่งประเภทบริหาร ตําแหน่งประเภทอํานวยการ ตําแหน่ง ประเภทวิชาการแล้วก็ตําแหน่งประเภททั่วไป ซึ่งคณะกรรมาธิการเห็นว่าข้าราชการ พลเรือนในตําแหน่งประเภทบริหารซึ่งแบ่งเปึนระดับต้นและระดับสูงนั้น ซึ่งระดับสูงนี้ก็จะ เปึนระดับ ๑๐ ขึ้นไป น่าจะมีความเหมาะสมมากกว่าตําแหน่งประเภทวิชาการ ซึ่งระดับ สูงสุดของตําแหน่งประเภทวิชาการก็คือระดับทรงคุณวุฒิ ประเด็นที่ผมต้องการหารือท่านประธานก็คือว่า การลงมติในร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ความสําคัญอยู่ที่มาตรา ๓๐๒ วรรคห้า มาตรา ๓๐๒ วรรคห้า เขียนไว้อย่างชัดเจนครับท่านประธาน ผมขออนุญาตอ่านครับท่านประธาน การลงมติ ให้แก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่ให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ตามวรรคหนึ่งก็คือ มีร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ๔ พระราชบัญญัติที่เขียน ในมาตรา ๓๐๒ ผมจะไม่ลงรายละเอียด แต่ว่าพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมฉบับนี้ ก็เปึนหนึ่งในบทบัญญัตินี้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้บอกว่า ต้องมีคะแนนเสียง ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกของแต่ละสภา นั่นหมายถึงสภาผู้แทนราษฎร สภาผู้แทนราษฎรต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวัน วุฒิสภาต้อง พิจารณาให้แล้วเสร็จในเก้าสิบวัน ท่านประธานครับประเด็นนี้เองที่ผมต้องตั้งคําถาม กับท่านประธาน ขอหารือท่านประธานว่า กรณีถ้าสมมุติกรรมาธิการมีการแก้ไข ประเด็นที่ ๑ ท่านประธานถามสมาชิกว่ามีผู้ใดติดใจหรือไม่ ผมอยากจะเรียนถาม ท่านประธานว่า ลักษณะอย่างนี้จะเปึนไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือไม่ จะเหมา เอาว่าสมาชิกทั้งหมดให้ความเห็นชอบตามกรรมาธิการ นั่นหมายความว่าเสียงเกิน กึ่งหนึ่ง แต่ผมไม่แน่ใจครับท่านประธาน ถ้าท่านประธานถามขณะนี้นะครับ เสียงไม่เกิน กึ่งหนึ่งครับ ถึงแม้องค์ประชุมจะครบ แล้วผมก็ไม่แน่ใจนะครับว่าท่านประธานกดออด เรียกให้สมาชิกเข้ามาลงมติในมาตราที่กรรมาธิการแก้ไขนี้ เสียงจะเกินกึ่งหนึ่งหรือไม่ เพราะฉะนั้นเปึนประเด็นที่ผมต้องหารือท่านประธานครับว่า กรณีถ้ามีการแก้ไข ของกรรมาธิการ ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า น่าจะเชิญสมาชิกเข้ามาลงมติ เพื่อให้เปึนไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ถ้าท่านประธานจะอ้างว่า มาตรา ๓๐๒ แห่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึนการเหมาความรวมว่า รับทั้งร่างกรณีแก้ไขหรือรับทั้งร่าง กรณีเห็นชอบ นั่นหมายถึงวาระ ๓ ผมอาจจะไม่เถียง แต่ท่านประธานย้อนกลับไปดู มาตรา ๑๔๐ ถ้าไปดูมาตรา ๑๔๐ ก็เขียนลักษณะทํานองเช่นเดียวกัน พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญโดยทั่วไปในวาระที่ ๑ รับหลักการ ถือว่า เสียงข้างมาก วาระที่ ๒ ในชั้นพิจารณารายมาตราถือเสียงข้างมาก แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เขียนแปลกครับท่านประธาน ข้อบังคับเราเขียนชัดให้ถือเสียงข้างมากของสภา แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนแปลก ให้ถือเสียงข้างมากของแต่ละสภา ผมแปลความ แล้วก็งง ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่จะเข้าต่อไป ว่าด้วยออกเสียง ประชามติเขียนเช่นเดียวกันครับ เอาเสียงข้างมากของผู้มีสิทธิออกเสียง แปลความว่า อย่างไรท่านประธานครับ ผู้มีสิทธิออกเสียง ๑๐ คน เสียงข้างมากก็คือ ๖ คน ก็คือเกิน กึ่งหนึ่ง แต่ว่าข้อบังคับเราไปเขียนล้อเอาตามรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ ว่าถือเสียงข้างมาก ขององค์ประชุม ของที่ประชุม ไม่จําเปึนต้องเกินกึ่งก็ได้ แต่ว่ามาตรา ๓๐๒ บังคับชัดเจนครับ ท่านประธานว่าต้องเกินกึ่งหนึ่ง เพราะฉะนั้นผมเลยหารือท่านประธานว่า การลงมติ ที่ผ่านมา ในมาตรา ๓ ท่านประธานถือเสียงว่า ถามสมาชิกมีใครเห็นเปึนอื่นไหม ไม่มีเสียงตอบจากสมาชิกก็ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบ ท่านจะอนุโลมอย่างนั้นก็ได้ ผมไม่แน่ใจว่าได้หรือไม่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕ มีการลงมติ สมาชิกส่วนหนึ่งเห็นด้วย กับกรรมาธิการ ผมจําคะแนนคือ ๑๘๖ เห็นด้วยกับผู้แปรญัตติ ผู้สงวนความเห็น สงวน คําแปรญัตติไว้ ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านสุนัย ๑๑๙ แปลความว่าอย่างไรครับท่านประธาน ไม่รับก็ไม่ใช่ เพราะว่าเสียงไม่รับแค่ ๑๑๙ คือไม่เห็นชอบกับกรรมาธิการ เห็นชอบกับ กรรมาธิการก็แค่ ๑๘๖ แล้วกฎหมายฉบับนี้จะเปึนอย่างไรครับ ผมเรียนถามท่านประธาน ผ่านไปยังผู้ร่างฯ เลยครับ แปลความว่าอย่างไรครับ มาตรา ๕ กับมาตรา ๙ ที่ผ่านมา เมื่อสักครู่นี้ แปลความว่ากฎหมายฉบับนี้ ถ้าเราใช้ร่างฯ กรรมาธิการเปึนหลัก แปลว่า ไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภาใช่ไหม ในมาตรา ๕ กับมาตรา ๙ เพราะฉะนั้น ผมฝากท่านประธานว่า ต่อไปการลงมตินี่ท่านประธานต้องเน้นย้ําว่าจะให้สมาชิกลงอย่างไร ผมเข้าใจว่ามีความ คลาดเคลื่อนครับ สังเกตคะแนนครับ มาตรา ๕ ลงคะแนนครั้งแรกของสมาชิกมีคะแนน โผล่แปลก ๆ พอมาตรา ๙ ลงคะแนนของสมาชิกก็มีคะแนนโผล่แปลก ๆ เช่นเดียวกันครับ เพราะฉะนั้นผมหารือท่านประธานครับว่าเรื่องนี้ต้องให้ความสําคัญครับ เพราะถือว่าเปึน ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ จริงอยู่ครับ ผมไม่ได้ติดใจว่าที่มาจะมาจากไหน เพราะเปึนไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แต่ต้องมีหลักฐานของสภาที่ชัดเจน มีมติที่ ชัดเจนเพื่อที่จะตอบคําถามในอนาคตได้นะครับว่าในแต่ละมาตราเปึนอย่างไร มีการแก้ไข ก็ต้องลงมติ ผมกราบเรียนท่านประธานเพื่อพิจารณาในประเด็นนี้ครับ กราบขอบคุณครับ