สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๑

สุนัย จุลพงศธร เสนอความกังวลเกี่ยวกับการส่งผู้ไต่สวนจากศาลฎีกาในการพิจารณากฎหมาย และเรียกร้องให้กรมชลประทานเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมต้องขอรบกวน ท่านเปึนครั้งสุดท้าย แล้วก็ที่ต้องขึ้น ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง ถามท่าน เพราะผมก็ต้องทําหน้าที่โดย ซื่อสัตย์สุจริตต่อตัวเอง ในฐานะที่ได้รับเลือกตั้งมาจากประชาชน ทีนี่ต้องทําหน้าที่ในการ ตรวจสอบกฎหมาย ผมไม่สบายใจเท่าไรหรอกครับ ที่ทําให้ท่านบอกว่าท่านอาจจะรู้สึก น้อยใจ ผมต้องขอโทษจริง ๆ ครับ ผมก็ไม่ทราบเพราะผมไม่ได้เปึนกรรมาธิการด้วย เข้าใจ ว่าท่านน่าจะมาจากผู้พิพากษา ก็ขอส่งความปรารถนาดีครับ ผมไม่อย่างอื่นครับ แต่ว่าที่ ผมต้องกราบเรียนท่านนั้นด้วยหน้าที่ของกระผมเองที่เราต้องดูตรงนี้ให้ละเอียด แล้วผมก็ เชื่อว่าเพื่อนผู้แทนหลายคนฟังเรื่องนี้อยู่ เมื่อสักครู่นี้ผมถามท่านไป ท่านยังไม่ได้ตอบผม แต่ก็ไม่เปึนไรถ้าผมถามท่านแล้วผมนั่งลง ถ้าท่านจะตอบอย่างไรก็ดี หรือไม่ตอบผมก็ดี ผมถือว่าผมหมดหน้าที่แล้ว ผมก็ได้รับข้อมูล มากที่สุดเท่านั้น และผมก็อยู่ในดุลพินิจของผมว่าผมจะทําหน้าที่นี้อย่างไร จะโหวต (Vote) ให้หรือไม่โหวตให้เปึนสิทธิของผม ชนะ แพ้ ไม่เปึนไรครับ ท่านประธานครับ จริง ๆ ผมเห็นตรงกันและผมไม่ได้ตําหนิเลยครับ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นี้ล่ะครับ ที่ทําให้เกิดปัญหา ผมถึงได้ถามท่านว่า ท่านบอกว่ามาตรา ๕ นี้ล้อมาจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มันล้อมาหน่อยเดียวครับ มันมาเพิ่มอีกเยอะครับ นั่นก็คือป้ ๒๕๔๐ ไม่มี ผู้ไต่สวนนะครับ ถ้าจําไม่ผิดนะครับ ไม่มีครับ แต่ พ.ร.บ. ที่แก้นี้มีผู้ไต่สวนขึ้นมา ท่านบอกว่าผู้ไต่สวนนั้นมาจากอิสระไม่เกี่ยวข้องกับใครตั้งมาแล้ว อันนี้ท่านครับ อันนี้หลักของทฤษฎีที่มาครับ เหมือนผมครับ เปึน ส.ส. มาจากนครสวรรค์ ถ้าประชาชน ทั้งประเทศเดือดร้อนผมก็ต้องเดือดร้อนด้วย แต่ถ้าคนนครสวรรค์เดือดร้อนเปึนพิเศษครับ ผมต้องรีบดําเนินการครับ เพราะผมมาจากเขา ผมเปึนตัวแทนเขา อันนี้ทฤษฏีตัวแทน ทฤษฏีที่มา ดังนั้นตามมาตรา ๒๗๖ ตามรัฐธรรมนูญนั้น ผู้ไต่สวนอิสระมาจากศาลฎีกา เลยครับ และศาลฎีกานี้ก็คือผู้พิจารณาคดีนี้ครับ และศาลฎีกาก็เสนอกฎหมายนี้ครับ ผมถึงได้ตั้งคําถามเพื่อจะประกอบดุลพินิจของผมครับ ถ้าท่านจะกรุณาก็ตอบผมด้วย จะเปึนท่านประธานก็ได้หรือท่านกรรมาธิการท่านอื่นก็ได้นะครับว่าในชั้นพิจารณานี้ได้พูด ถึงหลักนี้ไหมครับว่าการที่ ๓ อํานาจอยู่ในที่คน คน เดียวอย่างนี้ ผมไม่ได้บอกว่า ผิดรัฐธรรมนูญนะครับ แต่มันถูกหลักการแห่งหลักนิติธรรมไหมครับ ส่วนเดียวทําหมด จัดการหมด สุดท้ายเหลือศาลเดียวอีก ศาลเดียวนี้มีมานานแล้วครับ แต่ศาลเดียวตอนนั้น อํานาจนั้นแยกไปอยู่ที่ ป.ป.ช. ส่วนหนึ่ง ก็เปึนดุลกัน ผมก็ไม่ตําหนิครับ เพราะว่าเราถือ ในโครงสร้างเปึนหลัก วันนี้ ป.ป.ช. เปึนอย่างไรไม่ต้องพูดถึง แต่โครงสร้างเราก็ต้องเชื่อมั่น ในหลักการก่อนว่า ป.ป.ช. เขาก็ทําหน้าที่ของเขาก็ถ่วงดุลกัน ดังนั้นตรงนี้ผมถามท่าน ขอประทานโทษนะครับ ผมก็ทบทวนอีกครั้งหนึ่งว่าในชั้นพิจารณาได้มีการถกเถียงเรื่องนี้ ไหมครับว่า ศาลทําหน้าที่ทั้งเสนอกฎหมาย จะบอกว่าไม่เกี่ยวกับการร่างคงไม่ได้นะครับ ท่านก็ส่งตัวแทนเข้ามา อันที่ ๒ ตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบแล้วก็ตัดสินเอง ถ้าจะ ผ่านรัฐบาลก็ไม่ยากครับท่านไม่ติดกฎหมายอะไรนะครับ แต่ว่าเมื่อไม่ผ่านมาอย่างนี้ ผมว่าคิดว่าหลักอันนี้มันน่าจะไม่ถูก ผมก็เลยถามท่านว่ามีการพิจารณาไหม อันที่ ๒ กรณี อย่างนี้มันเกิดช่องว่างทางความรับผิดชอบหรือช่องว่างเชิงอํานาจของโครงสร้างขึ้น ถ้ากฎหมายนี้ไม่ผ่านสภา โดยหลักกฎหมายต้องผ่านสภา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรัฐบาล เสนอรัฐบาลต้องรับผิดชอบ และนี่คือวัฒนธรรมของระบอบประชาธิปไตยครับที่ต้อง เชื่อมโยงกัน ในอดีตที่ผ่านมากฎหมายจากส่วนงานก็เข้ามาที่รัฐบาล รัฐบาลก็ทําให้ครับ ถ้าไม่ทําให้ก็มีองค์กรตรวจสอบอีก ซึ่งน้อยมากเกือบไม่มีเลยครับ กรณีนี้ผมคิดว่าถ้าเสนอ ผ่านรัฐบาลนะครับ ผมว่าก็จะได้มีการตรวจสอบตั้งกรรมการตั้งแต่ต้นว่าตรงหลักการนี้ เปึนอย่างไรมันจะได้ไต่สวนเพราะพอเสนอผ่านรัฐบาลจะไม่มีลักษณะสุดโต่งครับ เพราะ รัฐบาลจะต้องพึ่งกฤษฎีกาครับ กฤษฎีกาก็จะเปึนส่วนมาเชื่อมโยงดูรายละเอียด ช่วยท้วง ช่วยติ ช่วยติง ช่วยเสริม แต่กระบวนการนี้ผมจึงถามท่านเปึนคําถามที่ ๒ ว่าได้มีการพูด กันเรื่องนี้ไหมครับว่าเปึนอย่างนี้มันเกิดช่องว่างขึ้น ผมถึงเสนอครับว่าไม่อยากให้เกิด ความรู้สึกว่าเราขัดแย้งกัน แต่ทีนี้ทําอย่างไรครับ ผมเคารพในความยุติธรรมของท่าน ท่านก็ซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพท่าน ท่านก็ต้องให้เกียรติผม ผมก็ซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพผม ดังนั้น ผมถึงต้องหาคําตอบและถามท่านอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งท่านตอบก็ได้ไม่ตอบก็ได้หรือจะตอบ อย่างไรก็แล้วแต่ผมก็ขอขอบพระคุณแล้วก็จะจบคําถาม ขอบพระคุณครับ