สุนัย จุลพงศธร หารือเรื่องกฎหมายที่ผิดหลักการและก่อให้เกิดผลกระทบต่อศาลและระบบกฎหมาย โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับข้อเสียของกฎหมายที่ทำให้เกิดช่องว่างทางอำนาจในการนำเสนอกฎหมายและทำให้รัฐบาลไม่ต้องรับผิดชอบ
ท่านประธานครับ ผมต้องขอ อนุญาตท่านประธานนิดหนึ่ง ผมไม่อยากเถียงท่านประธานเลยครับ เวลาผมพูดมือไม้มัน ก็ไปอย่างนี้ การที่ไปหาว่าผมไปชี้คนโน้นคนนี้ ตั้งท่าจับผิดนี่ครับ ท่านประธานผมจะเริ่ม แล้วนะครับ ผมพยายามที่จะโน้มน้าวให้เห็นว่ากฎหมายฉบับนี้ผมไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะ มาตรานี้ ถ้าผมอธิบายสั้น ๆ ผมประกอบอาชีพในทางนี้ครับท่านประธานครับ บันทึกก็ เปึนสาธารณะ ผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการศาลเขาก็ไม่เข้าใจผม นี่จึงเปึนเหตุที่ผมต้องอธิบาย ครับ ผมอธิบายกรณีนี้ผมก็บอกแล้วว่าผมไม่ได้เชื่อตามนี้นะครับ หรืออย่างข้อเท็จจริงผม บอกว่าสถานการณ์ขณะนี้ข่าวอย่างนี้ไม่เปึนผลดี โดยเฉพาะกฎหมายฉบับนี้จะผ่านไป ในสถานการณ์ข่าวอย่างนี้ไม่ได้ เราต้องช่วยกันประคับประคองครับ บางคําถามใครตอบ ได้ไหมครับ ผมเปึนทนายความมาก็นานเต็มทีครับท่านประธาน พอเกิดวิกฤตการณ์ ทางการเมืองมีกลุ่มบุคคลหนึ่งฟัองศาลเพื่อจะเล่นงานรัฐบาลเรื่องศาลรัฐธรรมนูญ เราติดตามข่าวปรากฏว่าฟัองศาลปกครอง ศาลปกครองพิจารณาคดีถึงตีสองครับ กรณี อย่างนี้อธิบายอย่างไรครับ สั่งนักข่าวอย่างนี้จริงหรือเปล่าครับ ถ้าไม่จริงศาลรัฐธรรมนูญ โฆษกต้องออกมาชี้แจงว่าไม่ใช่ ท่านไม่ได้พิจารณาถึงตีสองข่าวลงผิด กรณีนี้ไม่จริง ท่านประธานศาลปกครองไม่ได้ไปพบ ไม่ใช่ ข่าวลงผิด หรือเล่นงานหนังสือพิมพ์มติชน หน้า ๑๕ ก็ได้ ดังนั้นในกรณีเดียวกันนี้ กรณีนี้นะครับเปึนกรณีของศาลปกครอง ส่วนกรณี ของศาลยุติธรรมก็เกิดภาวการณ์อย่างนี้เหมือนกันครับ เรื่องเดียวกันฟัองคล้ายกัน แต่ผล ออกมาไม่เหมือนกันครับ กรณีโรงเรียนราชวินิต ครูโรงเรียนราชวินิตฟัองม็อบพันธมิตรที่ ไปป่ดโรงเรียนกับเจ้าหน้าที่ราชการกระทรวงศึกษาธิการไปฟัอง ผลคนละอัน แต่ว่าด้วย ความเคารพครับ ดังนั้นในภาวการณ์อย่างนี้มันเข้าใจยาก เรื่องเดียวกันฟัองคดีเอาเปึน เอาตาย เรื่องประมูลที่ดินที่รัชดาของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง เอาเปึนเอาตายเลยครับ แต่การซื้อที่ดิน ๕๐,๐๐๐ บาท อันนั้น ๕๐๐ ล้านบาทนะเอาเปึนเอาตาย ซื้อที่ดินบน ยอดเขายายเที่ยงไม่ดําเนินคดีครับ ภาวการณ์อย่างนี้ชาวบ้านเห็นตําตาหมดแล้ว ท่านประธานครับ ดังนั้นจึงต้องเชื่อมโยงให้เห็นว่านี่คือปัญหาที่เราจะต้องมาช่วยกันดู ในเมื่อรัฐธรรมนูญบีบบังคับให้ศาล ให้สถาบันตุลาการเสนอกฎหมายได้เอง ท่านไม่ได้ผิด ครับท่านประธาน ไม่ได้ผิดครับ แต่เปึนอํานาจของท่านตามรัฐธรรมนูญที่เสนอเข้ามา แต่กลายเปึนว่าท่านมีสิทธิเสนอกฎหมายตั้งกรรมการไต่สวน และมาตรามันเชื่อมโยง นะครับ มาตรา ๕ นี่เชื่อมโยงกับมาตรา ๒๓ ผู้ไต่สวนอิสระนี้มีอํานาจฟัองคดีอาญาด้วย นะครับ และผู้ไต่สวนอิสระนี้ก็มาจากมาตรา ๒๗๖ รัฐธรรมนูญครับ ที่ประชุมใหญ่ ศาลฎีกาพิจารณาแต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระครับ ก็เท่ากับศาลฎีกาตั้งผู้ไต่สวนอิสระเปึน อัยการฟัอง ร่างกฎหมายเองอีก เสร็จแล้วตัดสินคดีเองอีกครับ ตรงนี้เองผมเห็นว่ามันผิด หลักการมาก เรากําลังทําลายองค์กรตุลาการโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ครับท่านประธาน เท่าที่ ผมรู้วันนี้เพื่อนผมเปึนศาลเยอะเขาก็เปึนห่วงกันครับ ถ้าเราบอกว่าเรื่องนี้ถูกเราไปแก้ กฎหมายตํารวจทําไมล่ะครับ เดิมตํารวจตั้งข้อหาเอง จับเอง ฟัองเอง เดี๋ยวนี้การจับยัง ต้องไปขอหมายศาลเพื่อจะให้เกิดการถ่วงดุลครับ นี่คือหลักการถ่วงดุล
ข้อเสียประการที่ ๒ คืออะไรครับท่านประธาน พอองค์กรตุลาการยื่น กฎหมายได้เองโดยไม่ผ่านรัฐบาลเลย โดยวัฒนธรรมหรือธรรมเนียมปฏิบัติของกลไก ระบอบประชาธิปไตยนั้น รัฐบาลเขาคุมเสียง ส.ส. ส่วนข้างมากในสภา ถ้าตามกฎหมายเดิม กฎหมายฉบับนี้ผ่านรัฐบาล รัฐบาลต้องรับผิดชอบ ถ้ากฎหมายนี้ไม่ผ่านสภา รัฐบาลต้อง รับผิดชอบ ต้องลาออก แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนให้ไม่ต้องผ่าน จึงเกิดช่องว่าง ความรับผิดชอบเลย ผมก็ไม่รู้ว่ากฎหมายฉบับนี้ วาระ ๓ จะผ่านหรือเปล่า ถ้าไม่ผ่าน ขึ้นมา ว่าใครไม่ได้เลย เพราะเกิดช่องว่างทางอํานาจในการนําเสนอกฎหมายแล้ว รัฐบาล ต้องรับผิดชอบ ก็รัฐบาลเขาไม่ได้เสนอกฎหมายเข้า จะว่า ส.ส. ไม่ดีก็ไม่ได้ เพราะ ส.ส. ตามมาตรา ๑๒๒ ของรัฐธรรมนูญมีเอกสิทธิ์ที่จะลงคะแนนอีก เห็นไหมท่านประธาน ดังนั้น สถานการณ์อย่างนี้ ความปัืนป์วนอย่างนี้ เหตุการณ์ทางสังคมเกิดขึ้นจริงอย่างที่ ผมว่าไหม เกิดรัฐประหารเมื่อ ๑๙ กันยายน อดีตประธานศาลฎีกาคนหนึ่งกระโดดมาเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ดังนั้น คําว่า มาตรา ๒๗๖ เราเขียนแต่ตัวหนังสือเท่านั้น เราเขียนบอกว่า ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาพิจารณาแต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระจากผู้ซึ่งมีความ เปึนกลางทางการเมืองและมีความซื่อสัตย์สุจริตเปึนที่ประจักษ์นั้น มันยากแล้ว ยากที่จะ เชื่อโดยสนิทใจได้