สุนัย จุลพงศธร หารือเรื่องการเพิ่มมาตรา 3/1 ในกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการไต่สวนและผู้เสียหาย โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับความสับสนและความไม่ชัดเจนในกฎหมายนี้ และเสนอแนะให้มีการพิจารณาและแก้ไขเพื่อให้แน่ใจว่ากฎหมายนี้มีความเป็นธรรมและยุติธรรม
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณที่ท่านประธานได้อนุญาต ให้ผมได้ขึ้นมาถามคําถามสักนิดหนึ่ง เพราะว่าผมได้แปรญัตติอยู่ในมาตราต่อไป แต่ว่า มันเชื่อมโยงมาตรานี้ ซึ่งผมคงอธิบายความเห็นในการขอแปรญัตติไว้เปึนหลักอยู่ใน มาตราต่อไป แต่ในเรื่องนี้ครับ ผมได้ฟังการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกทั้งฝ์ายรัฐบาลและ ฝ์ายค้าน กราบเรียนด้วยความเคารพครับ การเพิ่มมาตรา ๓/๑ ในหัวข้อคณะกรรมการ ไต่สวน แล้วก็ ผู้ไต่สวนอิสระ และผู้เสียหาย มันสับสนจริง ๆ ครับท่าน ผมเองเปึน นักกฎหมายเหมือนกัน ประกอบอาชีพเปึนทนายความ ท่านครับแต่ว่าเวลาอ่านข้อความ แล้วมันเข้าใจยากจริง ๆ ผมเข้าใจอย่างนี้ผิดหรือเปล่าไม่ทราบนะครับ ถ้าท่านกรรมาธิการ จะได้กรุณาชี้แจงขอบพระคุณด้วย เอาล่ะ คณะกรรมการไต่สวนกับผู้ไต่สวนอิสระนี่คนละ เรื่องกันนะครับ คนละเรื่องกัน คนละกลุ่มกัน แต่แทนที่จะบอกว่าคณะกรรมการไต่สวน น่าจะหมายถึง คณะบุคคล ท่านก็บอกว่า หมายความว่า บุคคลที่มันทําให้สับสนก็คือว่า มันชื่อไต่สวนเหมือนกัน แต่อันหนึ่งมีอิสระเข้ามาด้วย อีกอันหนึ่งไม่มีอิสระ แต่ คณะกรรมการไต่สวนที่ท่านนิยามความหมายนั้น ท่านบอกว่าหมายความว่าบุคคล ถ้ามันมาเปึนคณะก็ต้องหมายความว่าคณะบุคคลสิอันนี้เข้าใจนะครับ เดี๋ยวท่านช่วย ชี้แจง แต่พอมาถึงผู้เสียหาย งงเลยครับ ที่ว่างงนี่ ทําให้ผมมองปัญหาอย่างนี้ครับท่านครับ ว่าโดยหลักกฎหมายทั่วไปในคดีอาญานั้นชาวบ้านชาวช่องขึ้นโรงขึ้นศาล ก็จะรู้ว่า ผู้เสียหายแปลว่าอะไร มีการปล้นบ้านนาย ก นาย ก เปึนผู้เสียหายแน่นะครับ แต่ผู้ปล้น นั้นก็คงเปึนผู้ต้องหาในเบื้องต้น แล้วก็เปึนจําเลยในภายหลัง เมื่อฟัองศาลแล้ว แต่กรณีนี้ ผมอ่านแล้วที่ว่างง ยกตัวอย่างเช่นให้ท่านสมาชิกฟังดูนะครับ ผู้เสียหายหมายความว่า ผู้เสียหายจากการกระทําอันเปึนเหตุให้เจ้าหน้าที่ของรัฐร่ํารวยผิดปกติ ฟังดูแล้วเหมือนกับ ว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ร่ํารวยผิดปกติ เช่น รัฐมนตรีร่ํารวยผิดปกติแล้วถูกจับ แต่ว่า ปลัดกระทรวงร่วมกินด้วย และไม่ได้ร่วมกินด้วยแต่ถูกโยนบาปมาให้เปึนผู้เสียหาย ในกรณีนี้หรือ มันก็งงไปใหญ่ เอาเถอะครับเดี๋ยวท่านจะชี้แจง แต่ผมเองอยากจะฝาก ข้อคิดต่อท่านกรรมาธิการที่ท่านได้ใช้ความพยายามในการพิจารณาเรื่องนี้ ท่านครับ กฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายที่สําคัญมาก ทําไมถึงสําคัญครับ เพราะเปึนกฎหมายที่ ยกเว้นหลักนิติธรรมของทั้งโลก เพราะว่าระบบการพิจารณาของศาลการพิจารณาคดีของ ทั้งโลกนั้นเขามี ๓ ศาลครับ แต่กฎหมายฉบับนี้เปึนผลพวงของการวางหลักให้การพิจารณาคดีของนักการเมืองนั้นมี แค่ศาลเดียว เอาเถอะครับ ท่านจะบอกว่าที่ต้องมีศาลเดียวเพราะว่านักการเมืองนั้น ค่อนข้างจะร้ายกาจมาก ก็คงไม่แปลกนักที่ทําให้ท่านผู้พิพากษาบางท่าน ท่านมองคนเปึน นักการเมืองนั้นในทางร้าย แล้วท่านก็ยังไปเปึนศาลรัฐธรรมนูญที่จะต้องพิจารณาคดี เกี่ยวกับการเมือง แต่กลับมีทัศนคติทางลบต่อนักการเมืองอย่างมาก ก็คงจะมาจากการ พิจารณาอย่างนี้ ผมเห็นว่าจริง ๆ แล้วไม่เปึนธรรมเลยครับ ที่จะพิจารณาคดีศาลเดียว เราไปตําหนิศาลว่าไม่เปึนธรรมหรือ มิได้ครับ แต่กลไกของศาลนั้น ในกระบวนการ ยุติธรรมธรรมดามีศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา ทุกศาลมีความยุติธรรมกันหมดครับ แต่ความเห็นมันแตกต่างกันได้ เขายังได้สิทธิ ๓ ศาล ถ้าท่านบอกว่าศาลเปึนผู้ที่มี คุณธรรมสูง ให้ความเปึนธรรมก็เอาศาลเดียวทั้งหมดสิครับ ทั้งประเทศ แต่พอระบบของ ประชาชนได้สิทธิ ๓ ศาล ถ้าเปึนนักการเมืองศาลเดียว ก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้าเปึนศาลเดียวแล้ว กฎหมายยังก้ํา ๆ กึ่ง ๆ ใครเปึนผู้เสียหายก็ไม่รู้ ผู้ไต่สวนอิสระอย่างไรก็ไม่ทราบ ซึ่งเดี๋ยว ผมจะอภิปรายต่อไปในมาตราต่อไปนี้ ถ้าเปึนอย่างนั้นผมว่าต้องให้ชัดเจนครับท่าน ประธานครับ ก็แล้วแต่ท่านนะครับ แต่ผมคนหนึ่งที่เห็นว่ากฎหมายนี้สําคัญและผิด หลักการในหลายมาตรา ตั้งแต่วาระที่ ๑ ไปดูเถอะครับ ถ้าจําไม่ผิด ผมได้ใช้เอกสิทธิ์ตาม มาตรา ๑๒๒ ไม่รับหลักการตั้งแต่ต้นครับ และผมได้ติดตามแปรญัตติ ธรรมดาแปรญัตติ ส่วนใหญ่แปรเยอะแล้วก็ไม่ไปพบท่านกรรมาธิการ แต่กรณีนี้ผมไปครับ เพราะผมเปึนห่วง เรื่องนี้มาก เนื่องจากว่าผมประกอบอาชีพอยู่ในระบบนี้และผมอยากจะเห็นระบบศาล เปึนที่พึ่งสุดท้ายของประชาชนให้สนิทใจ ดังนั้นผมจึงเรียนถามท่านในมาตรา ๓/๑ ในเบื้องต้นก่อน และมีข้อเสนอว่ากฎหมายนี้เปึนกฎหมายสําคัญและมีหลายเรื่องที่ผิด หลักการนิติธรรม ดังนั้นตรงนี้ถ้าท่านอธิบายไม่ชัดเจน ผมไม่อยากให้เกิดความรู้สึกว่า ผมไม่รับกฎหมายฉบับนี้ เกรงว่าท่านผู้พิพากษาซึ่งผมประกอบอาชีพ ต้องขึ้นโรงขึ้นศาล หิ้วกระเปิาไปว่าความ หอบเสื้อครุยไปว่าความนั้น ท่านจะเข้าใจผมผิด แต่ผมไม่เห็นด้วย ถ้ามีการพิจารณาไม่ชัดเจนในแต่ละมาตรานั้น อยากจะเสนอท่านประธานกรรมาธิการว่า ถอนออกไปก่อนเถอะครับ ไปตรวจดูให้เรียบร้อย นําความเห็นของท่านสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรทั้งฝ์ายค้านและฝ์ายรัฐบาลเริ่มต้นแค่มาตราเดียว ๒ มาตราก็เริ่มจะไปไม่ไหวแล้ว ท่านประธานครับ ดังนั้นตรงนี้เองผมไม่อยากให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างสถาบันตุลา การกับสถาบันนิติบัญญัติ ไม่ใช่ว่าท่านไม่ได้ผ่าน ท่านยื่นกฎหมายเอง ไม่ได้ผ่านรัฐบาล เราจึงไม่ยกให้ ไม่ใช่ สําหรับผมนะครับ แต่อยากให้กฎหมายฉบับนี้ที่สําคัญเมื่อคุณจะจับ จะเล่นงานนักการเมือง เอาศาลเดียวเท่านั้น ก็ขอให้ชัดเจนครับในแต่ละประเด็น จึงกราบเรียนท่านประธานและจะได้ขอสงวนสิทธิไว้ที่จะอภิปรายในมาตราที่ผมได้ แปรญัตติครับ กราบขอบพระคุณครับ