สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๑

สุขุมพงศ์ โง่นคํา หารือเรื่องการแก้ไขร่างกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะเรื่องการให้มีผู้ไต่สวนอิสระในการสอบสวนความผิดของบุคคลที่มีตำแหน่งทางการเมือง

นายสุขุมพงศ์ โง่นคํา ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ครับ กระผม นายสุขุมพงศ์ โง่นคํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สัดส่วน พรรคพลังประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ท่านประธานที่เคารพครับ คณะกรรมาธิการได้ พิจารณาบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญที่ให้มีการแก้ไขร่างกฎหมายฉบับนี้เพื่อให้สอดคล้อง กับรัฐธรรมนูญ สิ่งหนึ่งที่รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ได้บัญญัติขึ้นเปึนเรื่องใหม่ และ จําเปึนที่จะต้องมีกฎหมายลูกออกมารองรับ ก็คือการให้มีผู้ไต่สวนอิสระ ท่านประธาน ที่เคารพ ผู้ไต่สวนอิสระ ก็หมายถึงผู้ที่กระทําหน้าที่แทนคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในกรณีผู้ที่ ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ข้าราชการการเมือง ไม่ว่าจะเปึนคณะรัฐมนตรี ส.ส. หรือ ส.ว. กระทําความผิดในการร่ํารวยผิดปกติ ความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการ หรือผิดต่อ ตําแหน่งหน้าที่ ทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายอื่น มีอยู่ ๓ เรื่อง ซึ่งโดยปกติแล้วการกระทํา ความผิดของบุคคลดังกล่าวเปึนอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่จะทําการ ไต่สวน ซึ่งในทางกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเขาก็เรียกว่าการสืบสวนหรือสอบสวน อันนี้ก็เปึนที่ทราบกันดีอยู่แล้ว แต่บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ ต้องการให้ผู้ที่มี ระดับสูงสุดของประเทศ เช่น ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านคณะรัฐมนตรี ท่านประธานเอง ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานวุฒิสภา หากกระทําความผิดทั้ง ๓ เรื่องดังกล่าว ผู้เสียหายจากการกระทําความผิดนั้น ก็มีความสามารถมีสิทธิที่จะร้องต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาให้มีการแต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระ เกิดขึ้น ทําไมถึงเปึนเช่นนั้นครับท่านประธาน ขออนุญาตกราบเรียนเจตนารมณ์ ของกฎหมายสักนิดหนึ่ง เพื่อท่านทั้งหลายจะได้พิจารณาไปพร้อมกันด้วยความเข้าใจ เพราะเนื่องจากว่าผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญเห็นว่าการที่ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เปึนผู้มีอํานาจเด็ดขาดในการสืบสวนสอบสวน ๓ กรณีดังกล่าว แทนระบบกระบวนการ ยุติธรรมในประเทศทั้งหมดนั้น ดูประหนึ่งว่าให้องค์กรบุคคลใดบุคคลหนึ่ง คณะบุคคลใดบุคคลหนึ่งมากเกินไป หากไม่ได้รับความเปึนธรรม ถูกหน่วงเหนี่ยว หรือไม่ให้ความเปึนธรรมในกระบวนการสืบสวนสอบสวนหรือการไต่สวน ก็จะเปึนโทษ แก่ผู้กระทําความผิด และมีผลเสียต่อผู้เสียหายได้ จึงกําหนดให้มีผู้ไต่สวนอิสระ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อคณะกรรมาธิการได้ไปพิจารณาแล้ว ก็พบว่า ในกฎหมายเดิมของกฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง มีการเขียนคํานิยามศัพท์ไว้อยู่แล้ว ๔ คํา เช่น คําว่า ศาล คําว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. คําว่า ประธาน ป.ป.ช. และกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อได้ศึกษาแล้วก็พบว่า การที่มี คําจํากัดความหรือที่เรียกว่านิยามนั้น ก็เพื่อต้องการให้ชัดเจนขึ้น เมื่ออ่านคํานิยาม ก็จะเข้าใจบทบาทอํานาจหน้าที่ได้ระดับหนึ่ง เปรียบเสมือนเปึนคําย่อครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ จึงไม่สามารถที่จะไปเขียนอํานาจยืดยาวที่มีทั้งหมดอยู่ในหลายมาตรา ในรัฐธรรมนูญหรือในกฎหมายลูกนี้เอง หรืออํานาจหน้าที่ที่ปรากฏอยู่ในข้อกําหนด ของศาล เพราะฉะนั้นความหมายของคํานิยามก็หมายถึงคําย่อที่ต้องการให้ดู แล้วเห็นชัดเจนในการทําหน้าที่ ผู้อ่านซึ่งเปึนประชาชนโดยทั่วไป ท่านประธานเอง ผมเอง อ่านก็เกิดความเข้าใจ กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่จึงเห็นพ้องด้วย โดยได้กําหนดให้ ฝ์ายเลขาธิการไปยกร่างรัฐธรรมนูญคําที่จําเปึนจะต้องปรากฏอยู่ในคํานิยาม ก็ปรากฏว่า เราเห็นพ้องต้องกันว่า จําเปึนจะต้องมีคํานิยาม ๑. คณะกรรมการไต่สวน ๒. ผู้ไต่สวน อิสระ และ ๓. ผู้เสียหาย ถามว่ากรรมการไต่สวนนั้นเดิมไม่มีคํานิยาม แต่คราวนี้มา กําหนดในคํานิยาม ก็กราบเรียนท่านประธานว่า คณะกรรมการไต่สวน ก็หมายถึงผู้ไต่ สวนอิสระนั่นเอง แต่ในกฎหมายเดิม เพื่อที่จะกระทําหน้าที่แทน ป.ป.ช. ในกรณีที่ ป.ป.ช. ไปกระทําผิด ก็จําเปึนจะต้องมีบุคคลอื่น ซึ่งกฎหมายบัญญัติไว้ว่าเปึนคณะกรรมการ อิสระ เพื่อจะให้เกิดความชัดเจนว่าคณะกรรมการไต่สวนและผู้ไต่สวนอิสระ มีอํานาจ หน้าที่คล้ายกัน เราก็เลยกําหนดเปึนบทนิยามไว้เพิ่มขึ้นเสียให้ชัดเจน เพื่อประโยชน์ ในการศึกษา เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติไม่ให้เกิดความสับสน อันนี้ขอกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพ จึงได้บัญญัติเปึนคํานิยามเพิ่มเติมในมาตรา ๓/๑ นี้ สําหรับประเด็นที่มีท่านสมาชิกเกรงว่าจะขัดต่อหลักการหรือไม่ ขอกราบเรียนว่า ในข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในข้อที่ ๑๒๓ ได้กําหนดวิธีการพิจารณา ในชั้นแปรญัตติ ในชั้นกรรมาธิการว่า การแปรญัตติเพิ่มมาตราขึ้นใหม่ หรือตัดทอน หรือแก้ไขมาตราเดิม ต้องไม่ขัดกับหลักการแห่งพระราชบัญญัตินั้น ก็ขอกราบเรียนว่า ถึงแม้ว่าศาลฎีกาผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญท่านไม่ได้ยกร่างรัฐธรรมนูญมาในวาระที่ ๑ ก็ตาม แต่เรื่องที่คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่นั้น เปึนเรื่องที่สอดคล้องกับหลักการ หลักการในการ ให้มีคํานิยามคําว่า ผู้เสียหาย ผู้ไต่สวนอิสระ หรือตลอดจนคณะกรรมการไต่สวน ก็เปึน หลักการเดิม คือรัฐธรรมนูญนั่นเอง ไม่ได้มีการขัดหรือแย้งแต่อย่างใด ขอกราบเรียนว่า การที่เพิ่มไปเช่นนั้นคณะกรรมาธิการสามารถทําได้ สภาแห่งนี้ก็สามารถทําได้ ขอเรียนว่า ไม่ได้ขัดหรือแย้งต่อข้อบังคับแต่อย่างใด เพื่อให้เกิดความชัดเจนขึ้น ขออนุญาตที่จะให้ ท่านเลขานุการคณะกรรมาธิการซึ่งเปึนผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมา แล้วก็ที่ประชุมเห็นพ้องด้วย ช่วยอธิบายตลอดจนตอบข้อสงสัยของท่านกรรมาธิการที่สงวนความเห็นไว้ ขออนุญาต ท่านประธานให้ท่านเลขานุการได้ชี้แจงเพิ่มเติมครับ