สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๑

สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี พูดถึงหลักธรรมาภิบาลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบและความโปร่งใสในการดำเนินการ และควรประเมินข้อมูลจากที่ปรึกษาอื่น ๆ เพื่อให้ได้ความเห็นรอบด้าน และต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจ

นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การคลัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขอตอบข้อซักถามในกระทู้ถามสด ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ คุณกรณ์ จาติกวณิช ขออภัยที่ต้องเอ่ยนาม ถึงเรื่องเกี่ยวกับ หลักธรรมาภิบาลในเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในเรื่องของการที่จะพูดถึงเรื่องหลักธรรมาภิบาลนั้นก็ต้องเรียนว่า ในส่วนของกระทรวง การคลัง ในส่วนของหน่วยงานต่าง ๆ ก็มีเรื่องของการที่จะเข้าร่วมในการทําโครงการ รีพอร์ท ออน ดิ ออบเซอร์แวนซ์ ออฟ สแตนดาร์ด แอนด์ โคเด็กซ์ เอ็นโค้ด (Report on the observance of standard and codex encode) ซึ่งเปึนกรอบการประเมินเรื่องความโปร่งใส ความมีประสิทธิภาพ ซึ่งเรื่องของการประเมินอย่างนี้ก็อยู่ภายใต้การกํากับดูแลของ คณะอนุกรรมการยกระดับ คอร์เปอเรท กัฟเวอร์แนนซ์ (Corporate governance) ด้านธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน และบริษัทประกันภัย ซึ่งก็มีกรอบการประเมิน หลาย ๆ ด้านนะครับ ทั้งเรื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสทางด้านการคลัง ฟ่ซิคอล ทรานส์พาเรนซี (Physical transparency) เรื่องเกี่ยวกับการที่จะดูแลสถาบันการเงิน แบงก์กิ้ง ซุปเปอร์ วิชั่น (Banking super vision) ซึ่งแล้วแต่ว่าใครจะรับผิดชอบงาน ทางด้านไหนนะครับ ผมก็เรียนว่าในเรื่องของธรรมาภิบาลนั้นจะต้องควบคู่กันไปกับ การตรวจสอบ เพราะฉะนั้นการทํางานต่าง ๆ ก็จะต้องมีความทุ่มเทใจมุ่งมั่นว่าจะทําให้ การทํางานนั้นยึดหลักของความสุจริต ของความโปร่งใส ของความถูกต้อง แล้วก็พร้อม ที่จะรับการตรวจสอบเพื่อให้เราสามารถที่จะเดินหน้าเรื่องของความสุจริต ความโปร่งใส ถูกต้องได้อย่างเต็มที่ ผมต้องเรียนว่าเรื่องของการพูดถึงว่ามีความพยายามแทรกแซง บทบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย ในหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา หรือแม้แต่เมื่อสักครู่นี้ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ตั้งคําถามนั้น ผมเองพูดมาตลอดว่า บทบาทของธนาคาร แห่งประเทศไทยในฐานะที่เปึนบทบาทผู้ดูแลเรื่องเกี่ยวกับนโยบายทางด้านการเงิน เปึนเรื่องที่มีความสําคัญเปึนอย่างยิ่ง แล้วกระทรวงการคลังในฐานะที่รับผิดชอบงาน ทางด้านนโยบายการคลังก็ได้ให้ความสําคัญอย่างเต็มที่ ให้อํานาจเต็มที่สําหรับผู้ที่ รับผิดชอบเรื่องนโยบายการเงิน จะสังเกตว่าในช่วงที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีเรื่องของการที่จะ พยายามถามว่ากระทรวงการคลังมีนโยบายอย่างไรต่อเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน ต่อเรื่อง อัตราดอกเบี้ย ผมในฐานะที่เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็หลีกเลี่ยงที่จะให้ความเห็นในทาง สาธารณะมาตลอด เพราะว่าเราเชื่อว่าการที่เราให้อํานาจหน้าที่กับหน่วยงานที่ทําหน้าที่ รับผิดชอบอย่างเต็มที่นั้นจะเกิดประโยชน์สูงสุดในการที่เขาจะได้ทําหน้าที่ของเขาภายใต้ ความรับผิดชอบที่มีอยู่ แต่แน่นอนครับ ในเรื่องของการที่จะแลกเปลี่ยนข้อมูล แลกเปลี่ยน ความคิดเห็นในห้องประชุมนั้นเปึนเรื่องที่มีการกระทํากันอยู่เปึนปกติ ก็มีการประชุม พูดคุยระหว่างหน่วยงานของกระทรวงการคลัง หน่วยงานของธนาคารแห่งประเทศไทย เปึนระยะ ๆ แต่ว่าสุดท้ายแล้วการตัดสินใจก็ต้องอยู่ที่ผู้ที่รับผิดชอบก็คือธนาคารแห่ง ประเทศไทย หรือกรรมการนโยบายการเงิน ผมจึงค่อนข้างแปลกใจที่ท่านสมาชิกผู้ทรง เกียรติบอกว่าวันนี้อัตราแลกเปลี่ยนมีปัญหาเกิดขึ้นจากเรื่องเกี่ยวกับรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ผมเชื่อว่าถ้าหากท่านพิจารณาด้วยความเปึนธรรม ก็คงจะรู้ว่าปัญหา เรื่องอัตราแลกเปลี่ยนนั้นมันไม่ใช่เปึนปัญหาที่เกิดจากปัจจัยเดี่ยวปัจจัยโดด ๆ เปึนปัจจัย ที่เกิดขึ้นจากเงื่อนไขหลายประการ ปัจจัยเรื่องเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายเงินทุน ปัจจัยของ การเกิดปัญหาสถาบันการเงินในเรื่องของสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ด้อยคุณภาพในประเทศ สหรัฐอเมริกา ซึ่งก็มีผลกระทบที่ทําให้มีการเคลื่อนย้ายเงินทุน ในขณะเดียวกันเองการ แข็งค่าหรืออ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐก็มีผลโดยตรงเรื่องเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยน คงไม่ได้หมายความว่าเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเกิดขึ้นจะเปึนปัญหาของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง แล้วก็ทําให้อัตราแลกเปลี่ยนเกิดขึ้นได้ทันที ตรงนี้ก็คงอาจจะเปึนเรื่องที่ มีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน

ในเรื่องของที่ปรึกษาของผมซึ่งเปึนที่ปรึกษาที่ไม่เปึนทางการ ผมเรียนได้ว่า ผมมีผู้ที่ขอคําปรึกษาจํานวนมาก แล้วก็เรียนได้ว่าผู้ที่เปึนผู้ที่ปรึกษานั้นโดยส่วนใหญ่แล้ว ก็จะมีความเห็นที่หลากหลาย แต่ว่าคนที่ให้คําปรึกษาไม่ต้องรับผิดชอบ คนที่ตัดสินใจ ต้องรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นการขอคําปรึกษาก็เปึนเรื่องที่ทําให้เราสามารถจะได้รับฟัง ความเห็นอย่างรอบด้าน แต่เราจะต้องไม่ใช่ว่าเชื่อไปเสียทั้งหมด เราจะต้องมีการ ประเมินหาข้อมูลเพิ่มเติมจากที่ปรึกษาคนอื่น ๆ มีเซคเคิน โอพีเนียน (Second opinion) มี เธิร์ด โอพีเนียน (Third opinion) เพื่อให้เราสามารถที่จะเข้าใจได้อย่างรอบด้าน ในกรณี ที่ท่านพูดถึงเรื่องธนาคารพาณิชย์ในกํากับของธนาคารแห่งประเทศไทยว่ามีการนําเสนอ ชื่อที่ปรึกษาของผมเข้าไป แล้วก็เปึนผู้ที่มีปัญหาในเรื่องของการถูกฟัองร้อง ผมก็ได้เรียน ว่าเรื่องนั้นได้ตอบชี้แจงไปแล้วในที่ประชุมแห่งนี้ ในครั้งที่มีอภิปรายไม่ไว้วางใจว่าเรื่อง ของการที่จะเสนอชื่อของที่ปรึกษานั้นก็เปึนเรื่องของกรรมการสรรหาที่ได้เสนอชื่อไป และ ผมก็ยังได้ตอบเขาว่า ถ้าหากสามารถที่จะบอกให้ที่ปรึกษาเขาสละสิทธิ ไม่ต้องถูกเสนอ ชื่อได้ก็จะเปึนการดี ซึ่งในท้ายที่สุดที่ปรึกษาคนที่ท่านกล่าวอ้างถึงนั้นก็ไม่ยอมรับการ เสนอชื่อ ฉะนั้นในเรื่องของการที่จะพิจารณาว่าใครเปึนอย่างไร ก็คงเปึนเรื่องที่จะต้องไป พิจารณาในเรื่องของรายละเอียด แน่นอนว่าบางคนก็ถูกกล่าวหา ผมเองก็ถูกกล่าวหา หลายคนก็ถูกกล่าวหา แต่กระบวนการกล่าวหาอย่างนั้นมันไปถึงที่สุดแล้วหรือยัง ถ้าหาก ยังไม่ถึงที่สุดก็จะต้องให้ความเปึนธรรมกับทุก ๆ คนนะครับ ผมเรียนได้ว่าการตัดสินใจทํา อะไรก็ตาม แน่นอน ก็จะต้องยึดหลักว่าทําอย่างไรให้เกิดความถูกต้อง แล้วก็จะต้องทําให้ เกิดความชัดเจนว่าเมื่อมีปัญหาใด ๆ ก็จะต้องพร้อมที่จะรับผิดชอบ ผมเรียนได้ว่าการ ทํางานต่าง ๆ ในช่วงที่ผ่านมา เมื่อทํางานอย่างไรก็พยายามคิดให้รอบคอบ แล้วก็พร้อมที่ จะรับผิดชอบในเรื่องที่ได้ดําเนินการไป ขอบพระคุณครับ