สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๑

กรณ์ จาติกวณิช หารือเรื่องหลักธรรมาภิบาลของรัฐมนตรี โดยวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการที่รัฐมนตรีไม่ปฏิบัติตามหลักการนี้ และเรียกร้องให้รัฐมนตรีปฏิบัติตามหลักการนี้เพื่อความดีของประเทศ

นายกรณ์ จาติกวณิช กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้ผมได้รับมอบหมายให้มาตั้งกระทู้สดถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ในประเด็นที่มีความสําคัญมากที่สุดต่อประเทศชาติ และเปึนประเด็นที่ คาใจพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ นั่นก็คือประเด็นในแง่ของความเข้าใจและจุดยืนของ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในเรื่องของหลักธรรมาภิบาล ท่านประธานคงพอ จําได้นะครับ เมื่อประมาณ ๒ ป้ที่แล้ว มีที่ปรึกษากฎหมายของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีได้ เคยกล่าวประโยคอมตะไว้ ท่านได้กล่าวไว้ว่าในวันนั้นท่านไม่ได้รับมอบหมายให้มาพูด เรื่องจริยธรรม แต่วันนี้ผมจะต้องขออนุญาตเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผ่านท่านประธานว่าท่านรัฐมนตรีไม่มีสิทธิที่จะปฎิเสธผมและพี่น้องประชาชนด้วยข้ออ้าง เดียวกัน ท่านรัฐมนตรีไม่มีสิทธิที่จะปฏิเสธเพราะหลักธรรมาภิบาลที่ดีเปึนเงื่อนไขที่ สําคัญที่สุดสําหรับผู้ที่มีตําแหน่งบริหารในระดับชาติ ท่านประธานครับ ครั้งที่แล้วที่ท่าน รัฐมนตรีได้นั่งประจําที่นั่งของท่านอยู่บนนั้น และผมได้ยืนอยู่ข้างล่างนี้ก็คือเมื่อประมาณ ๓ เดือนที่แล้ว ในวันนั้นผมได้มีโอกาสอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังท่านนี้ แล้วประเด็นสําคัญ ๒ ประเด็นหลัก ที่ผมได้หยิบยกขึ้นมา อภิปรายในวันนั้นก็เปึนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความเข้าใจในหลักธรรมาภิบาลในการ ทํางานของท่านรัฐมนตรี ในประเด็นแรกผมได้ตั้งคําถามเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของ ท่านรัฐมนตรีในฐานะประธานสํานักงานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า กลต. ในการที่ท่านเลือกปฏิบัติโดยไม่ดําเนินการในการสืบสวนหรือดําเนินการตาม กฎหมายกับสมาชิกครอบครัวของอดีตผู้นําในการกระทําที่ผิดกฎหมายหลักทรัพย์ ในหลาย ๆ กรณี

ส่วนในประเด็นที่ ๒ ก็คือหลักธรรมาภิบาลของท่านในการพยายาม ต่อเนื่องที่จะดําเนินการแทรกแซงการทํางานของธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึงการ พยายามที่จะผลักดันที่ปรึกษาของท่านที่มีประวัติที่มีมลทินถูกดําเนินคดีและถูกกล่าวหา ในเรื่องของการกระทําที่ทุจริตต่อรัฐ แต่ท่านก็ยังมีความพยายามต่อเนื่องที่จะ ผลักดันท่านผู้นั้นเข้าไปรับตําแหน่งกรรมการในธนาคารที่อยู่ภายในสังกัดของธนาคาร แห่งประเทศไทย ในวันนั้นท่านรัฐมนตรีก็ได้รับเสียงข้างมากสนับสนุน และหลังจากท่าน ได้รับการคุ้มครองโดยเสียงข้างมากแล้ว ผมก็ยังได้ตั้งความหวังว่าท่านจะมี ความระมัดระวังและให้ความสําคัญกับประเด็นที่เกี่ยวกับหลักธรรมาภิบาลมากขึ้น แต่ปรากฏว่าพฤติกรรมของท่านตั้งแต่วันนั้นจนถึงมาวันนี้กลับสวนทางความหวังของผม และพี่น้องประชาชนที่มีกับท่านในเรื่องนี้ ผมจะต้องขออนุญาตเรียนท่านรัฐมนตรี เพื่อน สมาชิกผ่านท่านประธานว่า เรื่องของธรรมาภิบาลไม่ใช่เปึนเรื่องเลื่อนลอย และธรรมาภิบาลที่ดีไม่ใช่เพียงแค่ความหวังว่าผู้ที่ดํารงตําแหน่งระดับรัฐมนตรีจะมี จิตสํานึกในการกระทําในสิ่งที่ถูกต้อง แต่ธรรมาภิบาลที่ดีจะต้องมีกลไกเพื่อนําไปสู่ การปฏิบัติด้วย และเมื่อถามว่ากลไกนั้นคืออะไร ในระดับองค์กร กลไกนั้นก็คือ คณะกรรมการ ผมกล้ายืนยันต่อท่านรัฐมนตรีในวันนี้ว่าท่านไม่มีวันที่จะประสบ ความสําเร็จในการทํางานของท่าน ตราบใดที่ท่านไม่ให้ความสําคัญ และไม่ยึดหลักการ ทํางานภายใต้ระบอบธรรมาภิบาลที่ดี และความล้มเหลวของท่านก็จะหมายถึง ความล้มเหลวของประเทศ และนําไปซึ่งความล้มเหลวในส่วนของวิธีการแก้ปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนโดยรวม ตอนนี้ปัญหาในส่วนของความเชื่อมั่น ที่นักธุรกิจประชาชนทั่วไป นักลงทุนมีต่อตัวท่านรัฐมนตรีส่งผลในเชิงรูปธรรมแล้ว ท่านคง พอทราบดีนะครับว่าตั้งแต่ท่านเข้ามารับตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการฯ นักลงทุนต่างประเทศ ได้ถอนเงินที่ลงทุนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยออกไปร่วม ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ส่งผลให้ผลตอบแทนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ของเราตกต่ําเมื่อเปรียบเทียบกับตลาด ข้างเคียง นอกจากนั้นในช่วง ๒ เดือนที่ผ่านมา ค่าอัตราแลกเปลี่ยนหรือค่าเงินบาทก็ได้ อ่อนแอ อย่างเห็นได้ชัด ณ วันนี้ยืนอยู่ที่ระดับ ๓๔ บาท ๑๕ สตางค์โดยประมาณ ส่งผล ให้ราคาสินค้านําเข้าที่มีความสําคัญต่อพี่น้องประชาชนมีการปรับราคาขึ้นไปอีกต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของราคาน้ํามัน ซึ่งแทนที่พี่น้องประชาชนจะได้ประโยชน์เต็ม ๆ จากราคาน้ํามันในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงมา กลับยังต้องจ่ายในราคาที่สูงกว่าที่จําเปึน แล้วก็ยังส่งผลให้รัฐบาลต้องแบกภาระในการลดภาษีสรรพสามิตเพื่ออุดหนุนประชาชน ต่อเนื่องอีกด้วย เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ คําถามแรกที่ผมมีต่อท่านรัฐมนตรีในวันนี้ ก็คือหลักการธรรมาภิบาลที่ท่านยึดในการปฏิบัติแท้จริงแล้วเปึนอย่างไร ขอบคุณครับ