สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๑

อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ชื่นชมรายงานผลการปฏิบัติงานของสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบและใช้จ่ายเงินอย่างมีประสิทธิภาพของหน่วยงานของรัฐ เพื่อป้องกันการทุจริตและพัฒนาบุคลากรให้มีความเข้มแข็ง

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นาย อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอใช้เวลา ของสภาสั้น ๆ นี้นะครับ ชื่นชมกับการทํางานของสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ที่ได้จัดทํารายงานผลการปฏิบัติงานประจําป้ ๒๕๕๐ นะครับ เปึนการจัดทํารายงานที่ต้อง น่าชื่นชมนะครับ เนื่องจากว่าใช้รูปแบบที่เรียบง่าย แล้วก็ประหยัดแต่ว่าเข้มข้นในเนื้อหา ซึ่งผมต้องเรียนกับท่านว่าโดดเด่นกว่ารายงานฉบับอื่น ๆ ขององค์กรต่าง ๆ ที่มารายงาน กับสภา ซึ่งเราเคยตั้งข้อสังเกตเรื่องความฟุ์มเฟ๋อย เรื่องของการนําเสนอเนื้อหา ที่ไม่เหมาะสม หรือว่าการนําเสนอเนื้อหาที่ไม่ครบถ้วน แต่ว่าของ สตง. นี่ได้ขจัดจุดอ่อน เหล่านั้นไปหมดสิ้น ต้องขอชื่นชมกับรายงานชิ้นนี้นะครับ ความเข้มข้นในเนื้อหาของรายงานชิ้นนี้ต้องยอมรับว่าเปึนผลมาจากการทํางานอย่าง จริงจังของเจ้าหน้าที่ใน สตง. ทุกระดับนะครับ ไม่เช่นนั้นแล้วการทํางานที่มีลักษณะ กว้างขวางขนาดนี้คงไม่เปึนผลสําเร็จ ไม่เพียงแต่เปึนความพยายามของท่านผู้ว่าการ สตง. คนเดียวเท่านั้นครับ แต่ว่าอยากจะยกความดีนี้ให้กับเจ้าหน้าที่ในทุกระดับที่ยึดมั่น ในจรรยาวิชาชีพของการตรวจสอบอย่างแท้จริง ผมมีหลายเหตุผลประกอบที่จะมาชื่นชม กับการทํางานของ สตง.

อันแรกก็คือในรายงานชิ้นนี้ระบุไว้ชัดเจนว่า สตง. เปึนองค์กรสมัยใหม่ สะท้อนให้เห็นได้จากแผนยุทธศาสตร์การตรวจเงินแผ่นดินที่ระบุไว้ในรายงานมีทั้ง ยุทธศาสตร์ การตรวจสอบ การเพิ่มศักยภาพการตรวจสอบและยุทธศาสตร์การบริหาร กิจการบ้านเมืองที่ดี ซึ่งมีรายละเอียดปลีกย่อยอยู่ในหน้า ๑๑ ถึงหน้า ๑๘ อยู่แล้วนะครับ เรื่องของการตรวจสอบเปึนเรื่องที่ชินหูชินตาอยู่แล้วว่า สตง. ต้องมีหน้าที่ในการตรวจสอบ อยู่แล้ว แต่เรื่องของการเพิ่มศักยภาพในการตรวจสอบที่ สตง. หยิบยกมาเปึนยุทธศาสตร์ เปึนเรื่องที่มีความสําคัญครับ เพราะว่าสะท้อนให้เห็นว่า สตง. มีมุมมองที่เห็นความสําคัญ ของการเพิ่มพูนความรู้ความสามารถของเจ้าหน้าที่ในการไปตรวจสอบ ซึ่งเราก็พบว่า ถ้ายิ่งคนทํางานมีความรู้ความสามารถในการตรวจสอบมากเท่าไรนี่ครับ ก็จะเปึน หลักประกันในการปกปัองเงินของแผ่นดินได้มากเท่านั้น

ประเด็นที่ ๒ ที่ต้องชื่นชมก็คือว่า สตง. ได้เน้นงานในสองด้านไปพร้อมกัน ก็คือเรื่องของความเข้มข้นในการตรวจสอบความถูกต้อง การกระตุ้นให้หน่วยงาน ระมัดระวังไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการใช้จ่ายเงินแล้วนี่นะครับ ยิ่งไปกว่านั้น ก็คือการกระตุ้นให้ทุกหน่วยงานคํานึงถึงประสิทธิภาพของงานด้วย ไม่ใช่ใช้จ่ายเงิน อย่างถูกต้องตามระเบียบทุกอย่าง แต่ว่าประสิทธิภาพไม่มี ตรงนี้มันก็ไม่เกิดประโยชน์ เงินทุกบาททุกสตางค์ต้องใช้ให้คุ้มค่าที่สุด

ประการต่อมาครับ สตง. ได้ทําให้เห็นว่าเงินของแผ่นดินทุกบาททุกสตางค์ มีค่าและมีความหมายมากกว่าที่เรา ๆ ท่าน ๆ ได้คิดกัน เราอาจจะเคยชินกับตัวเลข ยอดเงินเปึนพันล้านบาท หมื่นล้านบาท ได้ยินแต่การพูดกันว่าใช้จ่ายเงินอย่างอีลุ่ยฉุยแฉก แต่ว่า สตง. ได้ทําให้เห็นว่าการประหยัดและมีประสิทธิภาพเปึนอย่างไร เงินหลักพัน หลักหมื่นก็มีความหมาย ในตารางในหน้า ๒๗ ที่ สตง. ได้นํามารายงานให้พวกเราทราบ ตัวเลขระดับเงินแค่ ๑๐,๐๐๐ บาท หรือ ๒ แสนบาท หรือ ๓๐,๐๐๐ บาท เปึนตัวเลขที่มี ความสําคัญมีความหมายครับ เมื่อเทียบกับว่าเงินเหล่านี้ที่เราคิดกันว่าเปึนเงินของ แผ่นดิน เปึนความบกพร่องที่เกิดขึ้นในการใช้จ่ายเงิน ไม่ว่ากี่บาทกี่สตางค์นะครับ จําเปึน ที่จะต้องหยิบยกขึ้นมา ถ้ามีความผิดพลาดต้องแก้ไขและก็ต้องเรียกคืนมาเปึนของ แผ่นดินให้ได้

ประเด็นที่ ๔ ก็คือว่า สตง. ได้เน้นเรื่องการปัองปรามมากกว่าการจับผิด อันนี้เปึนเรื่องสําคัญ เพราะเราพบว่าในรายงานมีหน่วยงานมีองค์กรของรัฐจํานวนมากที่ บกพร่องในการเบิกจ่ายเงินโดยที่ไม่เข้าใจระเบียบ ไม่รู้กฎหมาย คล้าย ๆ กับบกพร่อง โดยสุจริตทําให้มีการใช้จ่ายเงินที่ผิดพลาดจนดูเหมือนว่ามีการทุจริตกันอย่างมโหฬาร แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่ ในรายละเอียดแล้วไม่ใช่นะครับ เช่น ในองค์กรปกครองท้องถิ่น ระดับ อบต. ระดับเทศบาล ซึ่งขาดความรู้ความเข้าใจในระเบียบปฏิบัติ การที่ สตง. ให้มี กระบวนการออกไปอบรม ไปให้ความรู้ไปให้ความเข้าใจในการปฏิบัติงานของหน่วยงาน ต่าง ๆ เปึนเรื่องที่น่าสนับสนุนและก็คิดว่าจะทําให้แนวโน้มเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น เรื่องของการใช้เงินผิดประเภทต่าง ๆ หมดไป

สุดท้ายที่ต้องชื่นชมก็คือความเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวของผู้นําองค์กร อย่างผู้ว่าการ สตง. ที่ได้นําพาให้เจ้าหน้าที่ในระดับต่าง ๆ ได้เปึนหลักในการปฏิบัติ ในการตรวจเงิน ให้กับแผ่นดิน ซึ่งก็ไม่ต้องแปลกใจครับว่าจะทําให้คนที่เสียประโยชน์เขารู้สึกไม่สบายใจ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีข้อแนะนําสั้น ๆ เพียง ๒ – ๓ ประเด็น ก็คือว่า

๑. ในเรื่องของการพัฒนาบุคลากร เพื่อให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงเปึน เรื่องที่จําเปึน แม้จะมีในยุทธศาสตร์อยู่แล้ว แต่ว่าก็ไม่เห็นชัดว่าในอนาคตจะทําเรื่องนี้ อย่างไร นับวันการทุจริตคอร์รัปชั่นมันจะพลิกแพลง มีความสลับซับซ้อนมากขึ้นนะครับ ประเด็นหนึ่งที่ท่านได้พยายามทําก็คือการเสาะแสวงหาคนดี คนรุ่นใหม่ นักศึกษาที่เรียน เก่ง ๆ จากสถาบันการศึกษาที่มีความซื่อสัตย์สุจริตฝ๊กงานแล้วก็เข้ามาทํางานใน สตง. อันนี้เปึนเรื่องที่น่าสนับสนุน แต่ว่านอกเหนือจากนั้นครับ การเพิ่มขวัญกําลังใจให้กับคน ในองค์กร เช่น เรื่องของเงินเดือน เรื่องของสวัสดิการ เพื่อเปึนหลักประกันในชีวิต ความเปึนอยู่ที่ดีนี้เปึนเรื่องที่จําเปึน เปึนเรื่องที่สําคัญ เพื่ออะไรครับ เพื่อว่าจะได้ไม่เปึน ช่องโหว่ในการที่คนของท่านจะถูกแทรกแซงจากอิทธิพลภายนอก ไม่ว่าจะแทรกแซง โดยอิทธิพลเรื่องเงิน เรื่องอํานาจอะไรต่าง ๆ เพราะอะไรครับ เพราะว่าปัจจุบันนี้เอาเงินยัด ใส่กล่องขนม ๒ ล้านบาทก็ยังทํากันมาแล้วครับ เพราะฉะนั้นองค์กรของท่านต้องฝ๊กคน ของท่านให้มีภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งอันนี้

๒. ก็คือว่าเรื่องของการร่วมมือกับองค์กรภายนอกอื่น ๆ ซึ่งยุทธศาสตร์ของ ท่านเรื่องการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดีท่านระบุไว้แล้วครับ แต่ว่าต้องเข้มข้น ต้องจริงจัง ครับ ความสําเร็จของท่านที่ผ่านมาก็คือการสร้างเครือข่ายกับองค์กรภาคประชาชนที่อยู่ ข้างนอกที่เข้มแข็ง ทําให้ท่านมีภูมิคุ้มกันที่ดีในการทํางาน แล้วก็ยุทธศาสตร์ในการสร้าง ความร่วมมือเหล่านี้ต้องเข้มข้น เรื่องที่ผมไม่ค่อยสบายใจก็คือเรื่องของการติดตามผลครับ มีในรายงานนี้หลายเรื่องปรากฏว่า ระบุผลการติดตามว่าอยู่ระหว่างการดําเนินการทาง วินัย ทางแพ่ง ทางอาญา แล้วท่านชี้แจงว่าไม่รู้จะทําอย่างไรครับ อันนี้ผมรู้สึกเปึนห่วง นะครับ กระบวนการจัดการไปสะดุดไปมีปัญหาตรงไหนนี้ผมคิดว่าน่าจะต้องมี กระบวนการในการนํามารายงานให้กับพี่น้องประชาชน ให้สาธารณชนหรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องนี้ได้รับทราบ แล้วก็แจ้งกับสภาให้ได้รับทราบต่อไป

สุดท้ายคือเรื่องของการประชาสัมพันธ์ ซึ่งเพื่อนสมาชิกได้นําเสนอไป เล็กน้อยเมื่อสักครู่นะครับ รายงานชิ้นนี้เปึนรายงานที่ดีมากที่เห็นการปฏิบัติงานมาทั้งป้ แต่ทําอย่างไรให้รายงานชิ้นนี้สามารถเผยแพร่ไปยังพี่น้องประชาชนได้ทั่วประเทศ ไปยัง สถาบันการศึกษาได้ทั่วประเทศ ไปยังองค์กรปกครองท้องถิ่น ไปยังหน่วยงานของรัฐได้ อย่างทั่วถึงจริง ๆ นี่เปึนเรื่องที่มีความสําคัญ และขณะเดียวกันในแผนประชาสัมพันธ์ของ ท่านในหน้า ๒๔๕ ที่ท่านระบุไว้นี้นะครับ มีการประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์ รายการ สตง. พบประชาชนทางวิทยุรัฐสภา การทํานิทรรศการอะไรต่าง ๆ ผมคิดว่ายังไม่เพียงพอครับ เรายังมีสื่อต่าง ๆ อีกมากมายที่พร้อมจะเปึนเครือข่ายให้กับท่าน การปลูกจิตสํานึก ข้าราชการ พี่น้องประชาชนเปึนเรื่องที่ต้องใช้สื่อสารมวลชนเข้าไปปลุกครับ ผมขอให้ กําลังใจ แล้วก็ขอเสนอคําแนะนําเพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ