สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง หารือเรื่องการแก้ไขพระราชบัญญัติเกี่ยวกับบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และเรียกร้องให้พิจารณาให้สิทธิ์แก่ผู้ที่ปลดเกษียณไปก่อนหน้านี้ที่ได้รับสิทธิในแบบเดิม

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท พรรคพลังประชาชน ก่อนอื่นต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานเปึนอย่างยิ่ง พร้อมทั้งท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลังด้วยนะครับ ผมเองต้องขอเรียนต่อท่านประธานสภาที่เคารพครับว่า ความจริงเรื่องดังกล่าวนี้เปึนเรื่องสําคัญอย่างใหญ่หลวง ที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่า เปึนเรื่องสําคัญใหญ่หลวงนั้นเปึนเพราะว่าเปึนเรื่องของคุณภาพชีวิตเปึนเรื่องของ การกําหนดวิถีชีวิตความเปึนอยู่ของข้าราชการ ซึ่งความจริงแล้วบางท่านอาจจะคิดว่า เรื่องดังกล่าวอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับตนเอง เพราะว่าในขณะนี้หรือในปัจจุบันนี้ตนเองนั้น ไม่ได้เปึนข้าราชการ แต่คงต้องขอกราบเรียนท่านประธานครับว่าแน่นอนที่สุดสักวันหนึ่ง ลูกหลานอาจจะมีโอกาสได้รับราชการแล้วก็เปึนข้าราชการในอนาคต เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่เรียกว่าเปึนความสําคัญอย่างใหญ่หลวงต่อพี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศเลยทีเดียว ผมเองได้มีโอกาสรับราชการในระยะหนึ่ง แล้วก็พอดีระยะนั้นได้มี พระราชบัญญัติกองทุนบําเหน็จบํานาญเกิดขึ้น แล้วก็เปึนช่วงที่เรียกว่าเปึนเรื่องของ การเปลี่ยนถ่ายระยะเวลาใหม่ การคํานวณข้าราชการเราแม้ว่าจะมีความรู้ ความเข้าใจ ในวิชาการคํานวณก็ตามแต่ แต่สิ่งที่สําคัญคือสาระข้อมูลต่าง ๆ ที่เราได้จาก พระราชบัญญัติหรือได้จากกองทุนในการคํานวณนั้นที่ได้ตั้งขึ้นมาใหม่นั้นต้องเรียนต่อ ท่านประธานครับว่าเนื้อหาสาระนั้นข้าราชการทั้งหมด แม้ในประเทศเราจะมีนับจํานวน หลายล้านคนก็ตามแต่ แต่ก็ไม่สามารถที่จะเปึนอันหนึ่งอันเดียวกันได้ แล้วก็ไม่สามารถ ตกผลึกเปึนความคิดเดียวกันได้ว่าแท้ที่จริงเปึนเช่นไร ดังที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวไว้ว่า จนกระทั่งล่วงเลยผ่านไปถึงหลายป้นับเปึน ๑๐ ป้ เรื่องดังกล่าวถึงปรากฏแน่ชัดเพิ่มขึ้น ๆ จนกระทั่งทุกวันนี้พวกเราจึงได้ทราบว่าแท้ที่จริงแล้วในเรื่องของบําเหน็จบํานาญนั้น เดิมที่มีอยู่ก่อนเก่าที่จะใช้พระราชบัญญัตินี้ข้าราชการที่ไม่ย้ายมาอยู่ในกองทุน กบข. ที่เราเรียกว่า กบข. ถือเปึนบําเหน็จบํานาญแบบเก่าก็จะได้เปรียบ แต่ถ้าเปึน กบข. ก็จะเสียเปรียบ ก็ต้องกราบเรียนท่านประธานครับ การได้เปรียบ เสียเปรียบก็ต้องบอกว่า ถ้า กบข. นั้นเหมาะสําหรับคนอายุสั้นครับ ถ้าคนอายุยืนแล้วก็ไม่เหมาะ แต่ถ้าพูดถึง แบบเดิมคนอายุยืนเหมาะครับ กบข. ไม่เหมาะครับ เพราะฉะนั้นก็ต้องเลือกเอาว่าตนเองอายุยืนหรือว่าอายุสั้น ใครก็ตามแต่ไม่สามารถ กําหนดอายุตัวเองได้ หรือวิถีชีวิตตนเองได้ว่าตนเองจะอายุมากหรือน้อย แต่ว่าสิ่งหนึ่ง ของการสร้างบําเหน็จบํานาญขึ้นมาตามหลักการและเหตุผลก็คือ การคงไว้ซึ่งเกียรติยศ ฐานะความเปึนอยู่ของคนที่เปึนข้าราชการที่ได้หลังจากการปฏิบัติหน้าที่แล้ว ก็คือ ปลดเกษียณ นั่นคือคงไว้ซึ่งเกียรติยศ ชื่อเสียง และฐานะว่ามีความเปึนอยู่ที่ดี มีฐานะ ความเปึนอยู่ที่อยู่ได้ในสังคม เรียกว่า ไม่แย่ ผมใช้คําพูดที่อาจจะเข้าใจง่าย ไม่แย่ คือ ดี อยากจะกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าถ้าเปึนอย่างนั้นแล้วการสร้างกฎหมาย หรือการสร้างพระราชบัญญัติ กบข. ขึ้นมานี้ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเราได้คงอันนั้นไว้ไหม ในหลักการนั้นหรือไม่ อย่างไร แน่นอนที่สุด ถ้าใครก็ตามแต่ที่มีฐานะที่รับราชการแล้ว และท้ายที่สุดเมื่อสิ้นสุดอายุไปแล้ว แล้วท้ายที่สุดไม่มีเงินเดือนจะใช้ ไม่มีเงินจะอยู่ใน สังคมหรือเรียกว่าอยู่ในสังคมได้ หรือในประเทศชาติได้ แน่นอนที่สุด วิถีชีวิตของคนที่จะ มารับราชการนั้นใครก็ไม่อยากมารับหรอกครับ เพราะว่ารับไปแล้วท้ายที่สุด หลังปลดเกษียณแล้วตกต่ํา ชีวิตอับ เพราะฉะนั้นนั่นคือสิ่งหนึ่งที่เขาได้สร้างใหม่ไว้สําหรับ เงินที่จะเรียกว่าเปึนบํานาญเพื่อที่ให้ผู้สูงอายุซึ่งได้ใช้วิถีชีวิตอยู่ แล้วก็รับราชการอยู่ ได้มีโอกาสใช้เงินให้มีความเหมาะสมต่อไปในฐานะของตนเอง ผมอยากจะกราบเรียนว่า ที่ผมลุกขึ้นมาแล้วก็ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายในครั้งนี้เพื่อสนับสนุน ในร่างพระราชบัญญัติการแก้ไขใหม่นี้ต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า ผมได้ ตระหนักแล้วก็เห็นความสําคัญส่วนหนึ่งก็คือคนที่ได้เข้าไปสู่ กบข. เดิม ผมทราบครับ กฎหมายนี้พอออกไปแล้วจะมีผลต่อคนที่หลังจากพระราชบัญญัตินี้ใช้ แต่สําหรับคนที่ได้ ปลดเกษียณไปก่อนหน้านี้แล้วล่ะครับ แล้วเขาได้ใช้ กบข. ไปแล้ว เข้าไปกองทุนแล้ว เขาจะได้รับสิทธินี้ไหม ผมอยากจะเห็นเพื่อนสมาชิกแล้วก็สภาแห่งนี้ได้พิจารณาตรงนี้ ให้กับเขาด้วย สําหรับคนที่ปลดเกษียณไปในอดีตที่ได้รับการพิจารณาในแบบเดิมที่เพื่อน สมาชิกบอกว่าได้สิทธิไปแค่ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเกิน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วไม่ได้ นั่นก็ เหมือนกันเปึนการตัดสิทธิ และอันใหม่นี้เราจะให้สิทธินี้เพิ่มขึ้น ผมก็อยากจะให้ สิทธินี้ย้อนหลังให้กับคนที่ปลดเกษียณเหล่านั้นด้วย ท่านประธานครับ มิฉะนั้นก็เรียนต่อ ท่านประธานว่าคนเหล่านั้นก็จะเปึนเสมือนหนึ่งหนูลองยา เปึนเรื่องของการประลอง ความคิดของคนในสังคม ซึ่งมันไม่ถูกต้องครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นก็อยากจะ กราบเรียนว่าตรงนี้อยากจะให้ย้อนหลังไปด้วยกับคนเหล่านั้นเพื่อเปึนอานิสงส์ มิฉะนั้น แล้วการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ก็อีกหลายป้กว่าจะได้ผล อยากจะกราบเรียนท่านประธาน อย่างนี้ว่า การคํานวณนั้นเพื่อนสมาชิกก็หลายท่านได้เกิดการคํานวณขึ้นมา ผมเอง ก็อยากจะคํานวณกับเขาบ้าง โดยปกติคนที่อายุราชการถ้าไม่ใช่เปึนผู้พิพากษา ถ้าผู้พิพากษาหรืออาชีพบางอาชีพนั้นต้องเอ่ยอย่างนั้น เพราะว่าท่านปลดเกษียณอายุ ๗๐ ป้ ในการรับราชการสามารถดําเนินชีวิตทางราชการได้อยู่ในการเลือกที่จะปฏิบัติอยู่ แต่คนที่เปึนข้าราชการอื่นล่ะครับ ไม่ว่าจะเปึนทหาร ตํารวจ ข้าราชการพลเรือนอื่น ไม่ว่าเปึนข้าราชการครูหรืออื่นใดก็ตามแต่จะปลดเกษียณอายุ ๖๐ ป้ เมื่อปลดเกษียณอายุ ๖๐ ป้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่อยากจะเรียน ท่านประธานตรงนี้ก็คือว่าคนที่จะเอาอายุมารับราชการได้นั้นปัจจุบันเราต้องพูดกันว่า แน่นอนที่สุด ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งจบปริญญาตรีนี้ต้องใช้ระยะเวลาประมาณ ๒๑ ป้ อายุประมาณ ๒๑ ป้ ผมเอาอายุง่าย ๆ เพราะว่าข้อบังคับที่เราบังคับกันอยู่ ๖ ขวบ เข้าประถม จนกระทั่งจบปริญญาตรีนี้ไม่พาส (Pass) ชั้นนะครับ เรียนปกติก็ประมาณ ๒๑ ป้ ๒๑ ป้นี้ เอาไปลบ ๕๐ ครับท่านประธาน ที่บอกว่าเอา ๕๐ ไปหาร ๕๐ มาจากไหน ยกเมฆมา อยากเอาตัวเลขอะไรมาก็เอามาอย่างนั้นใช่ไหมครับ ตัวเลขที่เอามามันต้อง มีที่มาที่ไปของมันว่ามันจะต้องเอามาจากไหนอย่างไร เพราะฉะนั้นผมยกตัวเลขมาก่อน นะครับท่านประธาน ตัวเลขที่เดิมบอกเอา ๕๐ มาหาร พอเอา ๕๐ มาหาร ผมเอาอายุ ๒๑ ป้ ไปลบ เอา ๖๐ ลบ ๒๑ มันได้แค่ ๓๙ ครับท่านประธาน ได้ ๓๙ นะครับ แล้วถามว่า ถ้าพูดถึงผมจะลบให้ได้อายุ ๕๐ ป้ เด็กต้อง ๑๐ ขวบนะครับท่านประธาน เกิดมา ๑๐ ขวบรับราชการ เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่แล้วครับท่านประธาน ตัวเลขตรงนี้ฐานของ การคํานวณตัวเลขตัวหารต้องเปลี่ยนใหม่ครับท่านประธาน ผมไม่เห็นด้วยนะครับ ถ้าเกิด ตัวเลขตัวหาร ๕๐ นี้ไม่เปึนธรรมแน่นอนกับข้าราชการ หรือผู้ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่รับใช้ชาติ ทุกคนครับ ไม่ว่าทหาร ตํารวจ ผมถือว่าคนที่รับราชการเปึนคนที่เรียกว่าเห็นแก่สังคม เห็นแก่ประเทศชาติ ผมอยากจะกราบเรียนครับ ผมคนหนึ่งครับ ชีวิตก็รับราชการ เสียสละครับท่านประธาน ผมเข้าใจครับคนที่รับราชการเสียสละมาก ๆ ครับ พอเรา รับราชการไปเห็นคนอื่นเขามีฐานะ มีความร่ํารวย แต่เราทําไม่ได้แล้วนะครับ ถึงเวลานั้น กลับไม่ได้แล้วครับท่านประธาน อายุหรือเขาเรียกว่าประสบการณ์มันเกินไปแล้ว มันไปไม่ได้แล้วครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นก็ต้องรับราชการต่อไป อยากจะกราบเรียน ท่านประธานครับว่า เพราะฉะนั้นตัวเลขการคํานวณผมอยากจะขอกราบเรียน ท่านประธานครับว่าฐานการคํานวณที่เลข ๕๐ นี้มาจากไหน ต้องวิเคราะห์ก่อน ผลได้ ผลเสียต่างอย่างไร ตรงนี้ก็อยากจะกราบเรียนครับว่า มิเช่นนั้นคนที่จะได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือแค่ ๓๙ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง อายุ ๓๙ ป้ ต้อง ๑๐ ขวบไปรับราชการนะครับ เพราะฉะนั้นผมขอกราบเรียนท่านประธานครับว่า ตรงนี้ก็อยากจะกราบเรียน ท่านประธานครับว่าก็ขอท่านประธานฝากทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง แล้วก็เพื่อนสมาชิกที่จะไปเปึนกรรมาธิการชุดนี้ ได้คิดฐานคํานวณให้กับข้าราชการ ด้วยความเปึนธรรมด้วยครับ กราบขอบคุณครับ