สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

ศุภชัย โพธิ์สุ หารือเรื่องการแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้รับบำนาญ และส่งเสริมการลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะการเปลี่ยนสูตรคำนวณเงินบำนาญให้เหมาะสมกว่าสูตรเดิม โดยเปลี่ยนมาตรา 63 พ.ร.บ. โดยเปลี่ยนสูตรการคิดคํานวณใหม่เป็นเงินบำนาญเท่ากับเงินเดือนเฉลี่ย 24 เดือนสุดท้ายคูณด้วยเวลาราชการ หารด้วยห้าสิบ แต่ต้องไม่เกิน 95 เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน 24 เดือนสุดท้าย

นายศุภชัย โพธิ์สุ นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคพลังประชาชน ขออนุญาตเนื่องจากว่า ท่านสุทิน คลังแสง ได้ติดภารกิจจําเปึนได้มอบหมายให้กระผมซึ่งเปึนผู้มีชื่อในการเสนอ แก้ไขร่างพระราชบัญญัติกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

ท่านประธานที่เคารพครับ ในการเสนอพระราชบัญญัติกองทุนบําเหน็จ บํานาญข้าราชการเพื่อให้มีการแก้ไขในขณะนี้พวกกระผมเองพร้อมทั้งคณะได้มี การศึกษาเกี่ยวกับจากคําร้องเรียนของข้าราชการบํานาญที่ได้รับความเดือดร้อนเปึน อย่างยิ่ง ได้ศึกษาพิจารณาด้วยความรอบคอบจึงเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติกองทุน บําเหน็จบํานาญข้าราชการจึงมีความจําเปึนที่จะต้องมีการดําเนินการแก้ไข โดยหลักการ และเหตุผลโดยที่พระราชบัญญัติกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้บัญญัติให้ผู้รับบํานาญมีสิทธินําบําเหน็จดํารงชีพมาใช้ได้ก่อนเพื่อบรรเทา ความเดือดร้อนและให้เพื่อรับบํานาญสามารถดํารงชีพอยู่ได้ด้วยความเหมาะสม กับสภาวะเศรษฐกิจ แต่การดําเนินการดังกล่าวสามารถช่วยเหลือผู้รับบํานาญได้ เพียงบางส่วนและปรากฏว่ายังมีผู้รับบํานาญอีกจํานวนมากที่ได้รับบํานาญรายเดือน ในอัตราต่ําทําให้ได้รับบําเหน็จดํารงชีพในอัตราที่ไม่เพียงพอต่อการครองชีพ ดังนั้นเพื่อ เปึนการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้รับบํานาญและจะเปึนการส่งเสริมการลงทุนอันเปึน การกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมอีกทางหนึ่ง สมควรกําหนดให้ผู้รับบํานาญ สามารถนําสิทธิในบําเหน็จตกทอดไปเปึนหลักทรัพย์ในการประกันการกู้เงินกับสถาบัน การเงินที่กระทรวงการคลังกําหนดได้ และแก้ไขหลักเกณฑ์การคํานวณบํานาญเสียใหม่ เพราะตามเกณฑ์คํานวณเดิมนั้นถือว่าเปึนการกําหนดเกณฑ์คํานวณไว้ต่ํามากครับ ประกอบกับสถานการณ์ด้านการเงินเปลี่ยนแปลงไป มีอัตราเงินเฟัอสูงทําให้ได้รับเงิน บํานาญไม่เพียงพอต่อการดํารงชีพในบั้นปลายชีวิตของข้าราชการ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมอยากจะขอให้เหตุผลเพิ่มเติมในการ เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไข พ.ร.บ. ทั้ง ๒ ฉบับว่า ฉบับที่ ๑ นั้น ร่าง พ.ร.บ. บําเหน็จ บํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก็สืบเนื่องจาก พ.ร.บ. ฉบับป้ ๒๔๙๔ เดิม ให้ข้าราชการบํานาญได้รับบําเหน็จบํานาญปกติ คือได้รับเมื่อตาย ลาออก เกษียณ จึงจะ ได้รับแต่รัฐบาลสมัย ฯพณฯ พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ได้ให้มีการแก้ไข พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม ป้ ๒๕๔๙ นะครับ ให้นําบําเหน็จตกทอดมาใช้ล่วงหน้า ๑๕ เท่า ของเงินบํานาญรายเดือน แต่ก็ไม่เกิน ๒ แสนบาท เรียกว่าเปึนบําเหน็จดํารงชีพ แต่ขณะนี้ ค่าครองชีพเปลี่ยนไปครับ ผู้รับบํานาญไม่พอใช้ ประกอบกับเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจึงได้ แก้ไขไปเปึน ให้นําเงินมาใช้ล่วงหน้ามากกว่าเดิม นะครับ บําเหน็จดํารงชีพ แต่เปลี่ยน วิธีการเปึน ให้นําเงินบําเหน็จดํารงชีพมาค้ําประกันเงินกู้กับสถาบันการเงินที่รัฐ ให้การรับรองแทน ท่านประธานครับ ส่วนฉบับที่ ๒ นั้นสืบเนื่องจากสูตรการคํานวณ บําเหน็จบํานาญใหม่ตาม พ.ร.บ. กองทุนบําเหน็จบํานาญ ป้ พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๖๓ นะครับ ไม่เปึนธรรม คือเมื่อคํานวณออกมาแล้วทําให้ข้าราชการบํานาญเสียประโยชน์ เมื่อไปเปรียบเทียบกับสูตรเดิมที่ยังไม่มี พ.ร.บ. กบข. ป้ ๒๕๓๙ กล่าวคือสูตรเดิมเงิน บํานาญจะเท่ากับเงินเดือนเดือนสุดท้ายคูณด้วยอายุราชการหารด้วย ๕๐ แต่สูตรใหม่ ของ กบข. นะครับ เงินบํานาญจะเท่ากับเงินเดือนเฉลี่ย ๖ เดือนสุดท้ายคูณด้วยอายุ ราชการหารด้วย ๕๐ แต่ไม่ให้เกิน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือนเฉลี่ย ๖๐ เดือนสุดท้าย นะครับ จากสูตรใหม่ที่ว่านี้ก่อนที่จะมีระบบ กบข. เกิดขึ้น ก็ได้มีการเชิญชวนให้ ข้าราชการ โดยเฉพาะข้าราชการที่จะเกษียณหรือข้าราชการบํานาญเข้าสู่ระบบ ได้มีการ ประชาสัมพันธ์ว่าจะได้ทั้งเงินบํานาญรายเดือนสูง แล้วก็จะได้เงินเปึนก้อน ๆ นะครับ เปึนก้อนใหญ่ จนทําให้ข้าราชการหลงเชื่อได้สมัครเข้าเปึนสมาชิกจํานวนมาก แต่เมื่อ ปฏิบัติจริงแล้วนะครับ เวลาผ่านมาถึง ๑๒ ป้ ข้าราชการบํานาญจึงได้พบความจริงครับว่า ที่โฆษณาประชาสัมพันธ์ชวนเชื่อมาตลอดนั้นไม่เปึนความจริงนะครับท่านประธานครับ เพราะว่าเงินก้อนที่ได้มอบให้ที่ว่าจะเปึนก้อนใหญ่ ๆ ก้อนโต ๆ นั้นนะครับ สมาชิก กบข. ได้รับน้อยกว่า น้อยผิดคาดนะครับ เหตุผลที่บอกว่าได้รับน้อยผิดคาดก็เนื่องจากว่า เงินเปึนก้อนนั้น กบข. เขาจะนําไปลงทุน แล้วเอาผลกําไรได้จากการลงทุนนั้นมาแบ่งปัน ให้กับสมาชิก ความจริงแล้วเจตนารมณ์ดีมาก วัตถุประสงค์ เจตนารมณ์ดีมาก แต่เวลา ปฏิบัติก็ไม่เข้าใจเหมือนกันครับว่าทําไมเงินก้อนที่ไปลงทุนและนํามาแบ่งปันจัดสรรให้กับ สมาชิกนั้นทําให้สมาชิกได้น้อยกว่าปกติ อาจจะเปึนการไปประกอบธุรกิจของ กบข. เกิดการขาดทุนหรือว่าเกิดความสูญเสียอะไรเกิดขึ้น ยิ่งในขณะนี้นะครับมีข่าวว่า ข่าวนี้ ไม่รู้เท็จจริงประการใด ฝากท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีได้ตรวจสอบว่า กบข. นําเงินไป ลงทุนในธุรกิจอยู่ที่ต่างประเทศ จากภาวะวิกฤติน้ํามัน ภาวะวิกฤติซับไพรม์ (Sub-prime) แล้วก็วิกฤติที่เราเรียกว่า วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ (Hamburger) จากสหรัฐอเมริกาทําให้ กบข. เกิดการขาดทุน ถ้าหากว่าข่าวนี้เปึนจริง ท่านประธานครับ ยิ่งจะทําให้เงินก้อนที่จะ มาปันผลให้กับสมาชิก กบข. ได้น้อยลง จะสร้างความเดือดร้อนให้กับข้าราชการ เปึนอย่างยิ่ง นี่คือประเด็นที่ ๑ ที่เหตุผลว่าควรจะต้องมีการแก้ไข

เหตุผลประการที่ ๒ ครับ บํานาญรายเดือน จากผู้ที่คิดสูตรได้คิดสูตรเอาไว้ ตั้งแต่ตอนแรกนะครับ ตั้งอายุเฉลี่ยของคนไว้ที่ ๗๐ ป้ ฉะนั้นข้าราชการบํานาญที่ตายก่อน ๗๐ ป้นะครับ เอาให้มันชัด ๆ เลย ตายก่อน ๗๐ ป้ ท่านประธานครับ จะไม่เสียเปรียบ ระบบเดิม คือระบบที่ยังไม่เปึน กบข. แต่ถ้าหากว่าข้าราชการบํานาญอายุยืนนะครับ มากกว่า ๗๐ ป้จะเริ่มเสียเปรียบ ยิ่งอายุยืนเท่าไรยิ่งจะเสียเปรียบมากยิ่งขึ้นนะครับ ผมอยากจะขอยกตัวอย่างให้กับท่านประธานได้เห็นนะครับ ยกตัวอย่างเช่น นาย ก อายุราชการ ๔๑ ป้ เงินเดือนเดือนสุดท้าย ๓๙,๒๘๐ บาท เงินเดือนเฉลี่ย ๖๐ เดือน สุดท้ายเท่ากับ ๓๒,๙๘๐ บาท เกษียณอายุราชการ หากคํานวณตามสูตรที่ไม่ได้เปึน สมาชิก กบข. นะครับจะได้รับเงินบํานาญเดือนละประมาณ ๓๒,๒๐๐ บาท แต่หาก คํานวณตามสูตรที่เปึนสมาชิกของ กบข. จะได้รับเงินบํานาญเดือนละประมาณ ๒๓,๐๐๐ บาท และได้รับเงินก้อนประมาณ ๖ แสนบาท จะเห็นได้ว่าถ้าเปึนสมาชิก กบข. นะครับ จะได้รับเงินน้อยกว่าการไม่เปึนสมาชิก กบข. เดือนละประมาณ ๙,๐๐๐ บาท หากนําเงินก้อนที่ได้รับมาเฉลี่ยเปึนเดือน เดือนละ ๙,๐๐๐ บาท เพื่อให้ใกล้เคียงกับการ รับบํานาญกรณีไม่เปึนสมาชิก กบข. ท่านประธานครับ ก็จะได้ประมาณ ๖๖ เดือน หรือประมาณ ๕ ป้ครึ่ง นั่นหมายความว่าหากนาย ก มีบุญนะครับ อายุยืนยาวเกิน ๖๕ ป้ครึ่ง จะเสียเปรียบ กบข. ตั้งแต่บัดนั้นเปึนต้นไป และหากนาย ก มีโอกาสมีชีวิต ยืนยาวถึง ๘๐ ป้ ก็จะสูญเงินที่พิงจะได้รับเปึนเวลาถึง ๑๔ ป้ หรือ ๑๖๘ เดือน เดือนละ ๙,๐๐๐ บาท คํานวณเปึนเงินได้ประมาณ ๑,๕๑๒,๐๐๐ บาท ท่านประธานที่เคารพครับ จากที่กระผมได้นําเรียนท่านประธานและที่ประชุมแห่งนี้ ฉะนั้นพวกกระผมนะครับ จึงขอเสนอแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้เสียใหม่ โดยแก้มาตรา ๖๓ โดยเปลี่ยนสูตรการคิดคํานวณ ใหม่เปึนเงินบํานาญควรจะเท่ากับเงินเดือนเฉลี่ย ๒๔ เดือนสุดท้ายคูณด้วยเวลาราชการ หารด้วยห้าสิบนะครับ แต่ต้องไม่เกิน ๙๕ เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน ๒๔ เดือนสุดท้าย สูตรใหม่นี้จะทําให้ข้าราชการบํานาญได้รับผลประโยชน์ตอบแทนใกล้เคียงกันกับสูตรเดิม เมื่อก่อนที่เขายังไม่เข้าสู่ระบบ กบข. ท่านประธานครับ อย่างไรก็ตามปัญหาดังกล่าวนี้ พวกกระผมได้ทราบว่าทางกรมบัญชีกลางกระทรวงการคลังก็ได้ทราบ และได้ตั้ง คณะกรรมการขึ้นมาเพื่อศึกษาและวิจัยอยู่ในขณะนี้ ซึ่งหากถ้าสภาผู้แทนราษฎร อันทรงเกียรติของพวกเราได้รับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไว้แล้ว การพิจารณาในวาระ ๒ นะครับ ควรจะได้เชิญตัวแทนของกรมบัญชีกลางและเครือข่ายข้าราชการบํานาญซึ่งเขา กําลังเดือดร้อนอยู่เปึนอย่างมากทั่วประเทศในขณะนี้นะครับ มาร่วมพิจารณาจะได้เกิด ความรอบคอบ และเกิดประโยชน์ต่อทั้งรัฐบาลและข้าราชการบํานาญของจํานวน หลายแสนคนในประเทศไทยในขณะนี้ ขอกราบเรียนท่านประธานและที่ประชุมแห่งนี้ ด้วยเหตุผลดังที่กล่าวมานี้ครับ