สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

สุชาติ ธาราดํารงเวช หารือเรื่องเศรษฐกิจชะลอตัว และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหาการว่างงาน และการสร้างสภาพคล่องให้หมุนเวียน

นายสุชาติ ธาราดํารงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ท่านประธานครับ ในคําถามที่ ๒ ปัจจุบันนี้รัฐบาลไม่คิดลดค่าใช้จ่าย เพราะว่าหลักการ บริหารเศรษฐกิจ เมื่อเศรษฐกิจมีข้อจํากัดมาก ๆ ในภาคเอกชนนี้รัฐบาลมีหน้าที่ขยาย ค่าใช้จ่ายเพื่อฟุ๋นเศรษฐกิจ เพราะเศรษฐกิจมีอยู่ ๒ ภาคเท่านั้น คือภาคประชาชน และเอกชนกับภาครัฐบาล ในเมื่อภาคประชาชนและภาคเอกชนไม่ได้ทํางาน ไม่ได้ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า รัฐบาลก็ต้องเข้ามาจ้างงาน มาก่อให้เกิดการผลิตการแลกเปลี่ยนสินค้า ทีนี้ในส่วนที่ท่าน อภิปรายก่อนหน้านี้ผมตอบคําถามเปึนข้อมูลนะครับว่า เราก็มีเรื่องที่ให้ธนาคารเอสเอ็มอี (SME) ได้เพิ่มทุน โดยจับรวมธนาคารกับบรรษัทประกันสินเชื่อเข้าด้วยกัน ทําให้สามารถ เพิ่มสินเชื่อได้ประมาณ ๓๐,๐๐๐ – ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าคิดแมคซิมั่ม ลิมิท (Maximum Limit) นอกจากนี้ก็ยังมีกรอบคิดที่จะเพิ่มทุนใน ๑ แสนล้านบาทนี้ ธนาคาร ธ.ก.ส. เอสเอ็มอี อยู่อีกส่วนหนึ่ง ก็จะตอบสนองเรื่องของสภาพคล่องของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่อาจจะขาดหายไปจากระบบธนาคารพาณิชย์ปัจจุบัน ซึ่งในส่วนของเงินกู้เอสเอ็มอีนี้ เราก็จะไปหาแหล่งเงินกู้ที่ดอกเบี้ยถูก แล้วก็มาปล่อยอัตราดอกเบี้ยที่ไม่แพงเกินไปด้วย เรื่องของปัญหาที่ต้องเลือกระหว่างการเปึนหนี้มากขึ้นกับการแก้ไขปัญหาการว่างงาน เศรษฐกิจชะลอตัวลงไปก็จะก่อให้เกิดการว่างงาน อันนี้ก็เปึนเรื่องที่ทุกคนต้องคิด อันนี้ ผมก็เห็นด้วยกับท่านรัฐมนตรีกรณ์นะครับว่าเราต้องเลือก แล้วถ้าเราดูในประเทศต่าง ๆ ที่เขาแก้ไขเขาก็จะเลือกที่จะดูแลคน ปัจจุบันนี้เราเปึนหนี้รัฐบาลทั้งหมดรวมทั้งหนี้เงินกู้ ต่อรายได้ประชาชาติของเรา ๓๕.๕ เปอร์เซ็นต์ รายได้ประชาชาติก็ประมาณ ๑๐ ล้านล้านบาท เราก็เปึนหนี้ ๓.๕๕ ล้านล้านบาท หนี้ส่วนใหญ่เปึนหนี้เงินบาท ซึ่งได้เคยกราบเรียนท่านแล้ว ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวหนี้เงินบาทไม่ใช่หนี้จริง เปึนหนี้ ทางบัญชี แต่ว่าเปึนการยืมเงินมาปัจจุบันเพื่อสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แล้วก็ คนทํางาน แล้วก็จะมีตัวทวี คือมาตรการทั้ง ๑๐ อัน ที่ดูเผิน ๆ เราไม่ได้คิดตรงไปตรงมา คิดการสร้างงาน เงินมันหมุนต่อเนื่องแล้วมันจะกลับมา คือเราต้องเพิ่มกิจกรรม ให้คนได้สร้างผลผลิตขายได้ ซึ่งคิดเปึนตัวทวีปัจจุบันอันนี้ก็เปึนแคนเซิล อีโคโนมิค (Cancel Economic) ง่าย ๆ เปึนเพราะว่าความสามารถในการผลิตมีมากมาย เส้นซัพพลาย (Supply) เคิร์บ (Curve) ก็ขนานกับแกนนอน ดังนั้นเราก็ใช้เส้น ๔๕ องศา ตัดกันไปเลย ก็ประมาณ ๒.๕ เท่า แต่ว่ามันไม่ใช่ภายในป้เดียวกัน มันนับป้ถัดไป เลยอยากกราบเรียนว่าการที่รัฐบาลทําปัจจุบันไม่ใช่เอาเงินในอนาคตมาใช้ปัจจุบัน แต่เปึนการสร้างปัจจุบันที่ดีขึ้นเพื่ออนาคตที่ดีกว่า ถ้าเราไม่ทําเรื่องนี้คนก็ตกงาน ชีวิตก็หมดไป ทุกคนตายวันเดิม ส่วนเหล่านี้ไม่ใช่หนี้จริง ในกรอบของวิชาเศรษฐศาสตร์ อาจจะเปึนหนี้ในเชิงวิชาบัญชี อันนี้เราอยากกราบเรียนท่านว่าที่ใส่ไป ๑ แสนล้านบาท แล้วก็จะขอความกรุณาอีก ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔,๐๐๐ ล้านบาทเปึนงบเงินกู้ ก็ด้วยเหตุเดียวกัน ในทํานองเดียวกันอยากกราบเรียนนิดหนึ่งครับว่าเรารับจํานํา ข้าว ข้าวโพด มันสําปะหลัง ใช้งบอีก ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ให้มองไปว่าวันนี้มีของอยู่ ในระบบแต่ไม่มีเงิน แล้วเงินที่รัฐบาลไปยืมมาจาก ๔ ธนาคารหลัก เปึนเงินนอกระบบ เขาเรียกว่าเปึนสภาพคล่องอยู่ในแบงก์ชาติมันไม่ใช่เงินในระบบ เมื่อไรก็ตาม ที่ระบบธนาคารพาณิชย์มีสภาพคล่องเยอะ แปลว่าในระบบธุรกิจไม่มีสภาพคล่อง คือในบ่อน้ําที่มีปลาอยู่ไม่มีน้ํา น้ํามันอยู่ในถังนอกบ่อ ดังนั้นส่วนนี้ก็เปึนส่วนอีกส่วนหนึ่ง ที่จะมาสร้างสภาพคล่องหมุนเวียน รัฐบาลไปเอาเงินที่ไม่อยู่ในระบบเข้ามา ก็ ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ก็จะเริ่มรับจํานํากันแล้ว เซ็นแล้วเมื่อวานนะครับ ก็ฝากอันนี้ไป เดี๋ยวผมขอพูดส่วนสุดท้ายนิดหนึ่ง ก็คือเรื่องกรอบความคิดที่ได้พูดว่า จะลดภาษีอะไรต่าง ๆ หรือไม่ที่เปึนข่าว ก็มีคนถามมาเยอะแยะ ผมก็รอฟัง จากหลายท่านรวมทั้งท่านกรณ์ด้วย แล้วก็ท่านหัวหน้าพรรคฝ์ายค้านว่าจะตามอ่านอยู่ว่า จะมีความเห็นอย่างไร ก็อยู่ แล้วก็ในช่วงไม่นานนักก็จะมีการปรึกษาหารือในสิ่งเหล่านี้ นะครับ เรื่องรายจ่ายที่จะลดไปตรวจสอบจริง ๆ ก็คงจะเข้าสู่งบประมาณหน้าที่จะไปตรวจสอบว่า ส่วนไหนจําเปึนไม่จําเปึน ส่วนปัจจุบันนี้รัฐสภาอนุมัติงบประมาณไปแล้วก็ต้องไป ตรวจสอบเขาในแง่ของที่เขาไปทําโครงการว่าเขาทําได้ถูกต้องตามเปัาหมาย มีประสิทธิภาพสูญหายไปอย่างไรหรือไม่ก็เปึนเรื่องของฝ์ายที่ตรวจสอบติดตามครับ ขอบคุณครับ