กุเทพ ใสกระจ่าง หารือเรื่องการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปง.) โดยเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบทั้ง 9 รายชื่อที่เสนอมาโดยคณะรัฐมนตรี โดยไม่ต้องแยกแยะแต่ละรายชื่อ และไม่ต้องตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม กุเทพ ใสกระจ่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องที่เรากําลังพิจารณากันมีความชัดเจนอยู่ในตัว ที่กระผม คิดว่าทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็รู้ว่ากรอบที่เราจะต้องตัดสินใจร่วมกันนั้นเปึนอย่างไร ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าพระราชบัญญัติ ปปง. ได้วางกรอบชัดเจน ว่าคณะกรรมการ ปปง. นั้นประกอบไปด้วยบุคคลต่าง ๆ โดยตําแหน่ง ซึ่งก็เปึน ที่ชัดเจน และก็มาพูดถึงผู้ทรงคุณวุฒิที่จะได้มีการแต่งตั้งด้วยความเห็นชอบของ สภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งวันนี้คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาเสนอ ผู้ทรงคุณวุฒิมาให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบ ประกอบไปด้วยบุคคล ทั้ง ๙ รายชื่อ ซึ่งเราก็ได้มีประวัติอยู่ในมือ ประเด็นที่กระผมอยากกราบเรียนท่านประธาน เพื่อให้ท่านสมาชิกได้ร่วมกันพิจารณาก็คือว่า รายชื่อทั้งเก้า ที่นําเสนอมานั้นเปึนรายชื่อ ที่พวกเราจะต้องพิจารณารวมกันไปทั้งหมด ไม่สามารถที่จะแยกแบ่งออกมาว่าเห็นด้วย กับคนนี้ ไม่เห็นด้วยกับคนโน้น และแม้จะไปตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบหรือไป ดําเนินการนอกที่ประชุมใหญ่นี้ก็คงไม่สามารถที่จะไปแบ่งแยกว่าเห็นชอบกับใคร ไม่เห็นชอบกับใคร มันเปึนเหมือนกับว่ากรอบความคิดที่เราจะต้องลงมติเพื่อรับไปทั้งหมด ความรับผิดชอบที่จะเกิดขึ้นจากการตัดสินใจของเรานั้นก็อาจจะต้องบอกว่าเปึนความ รับผิดชอบที่เราหลีกเลี่ยงไม่พ้น แต่กระผมกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าเรามีรูปแบบวิธี ที่ดีกว่านี้ตามข้อเสนอของท่านสมาชิกว่า ถ้าเราสามารถไปแยกแยะไปทําอะไรได้ โดยกรอบของกฎหมายที่วางไว้ เป่ดทางให้ ก็เปึนเรื่องที่น่าจะเปึนประโยชน์กว่าที่เราจะมา ทําอย่างที่เรากําลังพิจารณาอยู่ กราบเรียนท่านประธานครับว่าต่อไปนี้สภาของเราจะมี เรื่องทํานองนี้มาให้เราพิจารณาและตัดสินในองค์ประกอบในลักษณะที่เปึนองค์รวม นี่เยอะ ท่านประธานคงจําได้ว่าเมื่อเราพิจารณาในรัฐสภาเกี่ยวกับเรื่องกรอบการเจรจา ในเรื่องข้อตกลงการค้าเสรีกับญี่ปุ์น หรือเอเจเซป (AJCEP) ในขณะนั้นมีเสียงเรียกร้องให้เราไปตั้งคณะกรรมาธิการร่วม และเราก็ไปตั้ง กราบเรียน ท่านประธานว่าได้ประโยชน์ครับ ที่เราได้ไปพิจารณาได้ฟังความเห็นของผู้เกี่ยวข้อง กระทรวงต่าง ๆ แต่ผลสุดท้ายก็แก้อะไรกันไม่ได้เลย ก็เพียงแต่จะทําความเห็นกลับมายัง สภาเพื่อให้ได้ทราบว่าที่เราไปศึกษานั้นเปึนอย่างไร แต่ผลสุดท้ายก็แก้ไม่ได้ เพราะฉะนั้น ในครั้งนี้ก็เช่นกันผมคิดว่ารายชื่อ ๙ รายชื่อ ถ้าเผื่อว่าผู้ชี้แจงสามารถตอบคําถามที่ ท่านสมาชิกสงสัยในประเด็นต่าง ๆ ได้ ก็มีเหตุผลพอเพียงที่สภาผู้แทนราษฎรนี้จะลงมติ เห็นชอบไปได้ทั้งหมด เพราะถ้าจะไปตั้งคณะกรรมการตรวจสอบก็ไม่มีช่องทางเพื่อจะไป แก้ไขอะไรได้อีก ผมเข้าใจว่า ๙ ท่านที่เสนอมานั้น อาจจะมีบางท่านที่มีตําหนิ หรืออาจจะ มีข้อสอบถามก็ตอบกันไปครับ แต่ถ้าจะบอกว่าตําหนินั้นหรือเปึนประเด็นที่สอบถามนั้น จะทําให้อีก ๘ ท่านต้องหลุดวงจรไปก็ไม่มีช่องทางของกฎหมายที่เป่ดทางให้ว่าจะต้อง เปึนอย่างนั้น เพราะว่ากฎหมายอย่างที่ผมกราบเรียนท่านประธาน มาตรา ๒๔ ได้เขียนไว้ว่า ผู้ทรงคุณวุฒิจํานวน ๙ คนซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากบุคคลผู้มีความเชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ โดยความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาตามลําดับ ซึ่งตรงนี้ผมกราบเรียนว่า กรรมการโดยตําแหน่งนั้นมีอยู่แล้วครับ แต่รอว่าเมื่อพวกเราให้ความเห็นชอบก็จะไปมีชื่อ เปึนองค์ประกอบให้คณะ ปปง. มีความสมบูรณ์ และจะได้ทําหน้าที่ต่อไป เพราะฉะนั้น ในชั้นนี้พวกเราก็พิจารณาประวัติได้เห็นตัวบุคคลทั้งเก้าแล้ว แล้วไม่มีกระบวนการอื่นที่จะ ทําให้เราได้ทําให้มันละเอียดและเปลี่ยนแปลงไปจากนี้ได้ มันก็เหมือนกับเขามาให้ พวกเราได้เห็นเปึนหลักเพื่อบอกกับประชาชนทั่วไปให้สบายใจว่าสภาผู้แทนราษฎร ได้ให้ความเห็นชอบทั้ง ๙ รายชื่อนี้ไป ถ้าจะถามว่าข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นเกิดจากตรงไหน สภาผู้แทนราษฎรเปึนผู้ออกกฎหมายฉบับนี้หรือเปล่า ก็ต้องกราบเรียนท่านประธานว่า พระราชบัญญัติปัองกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้ออกมา ซึ่งกระผมก็กราบเรียนว่าก็ผ่านสภาผู้แทนราษฎร ผ่านสภาผู้แทนราษฎรโดยบทบัญญัติ ที่เพิ่มขึ้นมานั้น ถ้าเปึนการขีดเส้นใต้ที่ระบุถึงที่มาก็เปึนบทบัญญัติที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎร มาแล้ว ก็เหมือนกับว่าสภาผู้แทนราษฎรเปึนผู้ออกกฎหมายนี้มา ด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่ แต่กําหนดกรอบไว้ให้เราปฏิบัติอย่างนี้ เราก็ปฏิบัติไปตามนั้น เมื่อเราพิจารณาเห็นว่า ไม่มีทางที่จะทําให้ไปมากกว่านี้ได้ แต่ผมคิดว่าเวลาของสภาผู้แทนราษฎรก็มีค่า และเราก็ คิดว่าควรจะมีวิธีการทํางานที่กระชับ รัดกุม เพราะว่าจะมีเรื่องทํานองนี้เกิดขึ้นมามาก ซึ่งท่านประธานก็ทราบดีว่าในระยะเวลาไม่นานก็จะมีการเสนอเรื่องต่าง ๆ ให้รัฐสภา หรือสภาผู้แทนราษฎรเราส่วนหนึ่งด้วยในการพิจารณาอนุมัติกรอบซึ่งมีจํานวนมาก ให้ทันเวลา ฉะนั้นถ้าเราสามารถตัดสินใจในกรอบเวลาที่มีอยู่ แล้วผมเชื่อในดุลยพินิจ ของท่านสมาชิกที่ไม่ได้พูดนะครับ แต่ท่านก็เข้าใจประเด็นและพร้อมที่จะลงมติ ฉะนั้น ถ้าการลงมติวันนี้ให้ความเห็นชอบแล้วก็เปึนเรื่องที่สามารถดําเนินต่อไปได้ แต่ถ้าเรา ชักช้าไม่ลงมติกันในวันนี้ ไปดําเนินการในขั้นอื่น ซึ่งก็ไม่ใช่คําตอบว่าจะทําให้ดีกว่านี้ได้ กระผมก็เกรงว่ามันจะทําให้เกิดความชะงักงันเท่านั้นเอง ก็กราบเรียนท่านประธานว่า เห็นด้วยว่าน่าจะลงมติเพื่อให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในวันนี้ไปได้เลยครับ ขอบคุณครับ