ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องการปฏิบัติต่อร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และเรียกร้องให้ประธานสภาปรึกษาหารือกับสภาเพื่อหาวิธีการดำเนินการ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคพลังประชาชน เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน กระผมขออนุญาตท่านประธาน ในวาระที่ท่านได้กรุณาเอามาบรรจุเพื่อปรึกษาหารือกับสภาแห่งนี้ เรื่องการที่จะ หาแนวทางในการที่จะปฏิบัติต่อกรณีร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ท่านประธานได้หยิบยกขึ้นมาว่าจะมีวิธีการดําเนินการอย่างไร พร้อมกับได้นําเสนอ ข้อคิดเห็นของท่านประธานสภาว่าจะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญเปึนผู้พิจารณา หรือกรณี ถ้าความเห็นของสภามีลักษณะเปึนอย่างอื่น ก็จะฟังความเห็นของสภา ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในเรื่องนี้ผมเองต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า โดยข้อเท็จจริง เรื่องนี้เปึนเรื่องใหม่ เปึนเรื่องใหม่ที่จะต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติที่เปึนบทบัญญัติ เฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๒ ที่เขียนไว้ในวรรคห้า ซึ่งในวรรคห้าผมเข้าใจว่า สมาชิกทุกท่านไม่มีข้อกังขาเพราะเขียนไว้ชัดเจน และการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญก็ถือปฏิบัติตามมาตรา ๑๔๐ ของรัฐธรรมนูญ ถ้าเปึนร่างหลัก โดยเฉพาะในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีทั้งหมด ๘ ร่างหรือ ๘ ฉบับที่จะต้องดําเนินการ ปรับปรุงแก้ไข ท่านประธานที่เคารพครับ แนวทางการปฏิบัติผมคิดว่าสิ่งที่ต้องคํานึง ก็คือว่าสถานะของตัวร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขณะนี้สภาแห่งนี้ต้องตอบให้ได้ว่าสถานภาพ ของตัวร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขณะนี้อยู่อย่างไร หลายฝ์ายแสดงความคิดเห็นว่า ตกไปแล้ว หลายฝ์ายก็เห็นว่ายังอยู่ หลายฝ์ายก็เห็นว่าควรจะต้องนํามาพิจารณาใหม่ เพื่อลงมติใหม่ สิ่งเหล่านี้เองผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าการที่เราจะตัดสิน อย่างนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ท่านประธานเอามาสู่การปรึกษาหารือ ผมคิดว่า เปึนคําปรึกษาหารือจากสมาชิกเท่านั้น สมาชิกไม่อาจให้ความเห็นในลักษณะเปึนมติได้ เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าจะทําความเห็นอย่างนั้น ความเห็นผมนะครับ ประการแรกสุดการที่ท่านประธานบรรจุเข้ามาเพื่อหารือว่าจะหาแนวทางดําเนินการ อย่างไร อันนี้ไม่ขัดข้องครับ ก็ฟังเสียงสมาชิกทั้ง ๒ ฝ์ายของพวกเราพร้อมที่จะให้ ข้อคิดเห็นที่เปึนประโยชน์ โดยเฉพาะร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยเนื้อหาสาระผมเองกราบเรียนท่านประธาน เนื้อหาสาระที่เขียนขึ้นมาใหม่ดี มีประโยชน์กว่าเดิมทุกฝ์ายครับ โดยเฉพาะฝ์ายที่เปึนนักการเมืองที่เกี่ยวข้องโดยตรง ผู้ปฏิบัติตามกฎหมาย ศาลฎีกา ที่รักษาการตามกฎหมายก็มีความสะดวก มีความชัดเจนในการปฏิบัติ ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญา ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ป้ ๒๕๔๒ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ ท่านประธานครับ แล้วมี บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ป้ ๒๕๔๙ กํากับเข้าไปด้วย ผลพวงร้ายกาจกว่า ฉบับนี้เยอะมาก รุนแรง ร้ายกาจกว่าเยอะมาก เพราะฉะนั้นประเด็นที่เปึนข้อสังเกตของ ท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านนะครับว่าถ้าเราจะไม่รับร่างพระราชบัญญัตินี้เนื่องด้วยว่า กลัวที่จะมีผลกระทบกับตัวเราเองหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ไม่คํานึงถึงผลประโยชน์ของ พี่น้องประชาชน ผมคิดว่าด้วยเนื้อหาสาระแล้วไม่ใช่ มันดีกว่าจริง ๆ ครับ ต้องกราบเรียน ท่านประธานนะครับว่าวันที่เราพิจารณา สิ่งที่เปึนประเด็นที่ท่านประธานยกมาว่าจะต้อง ส่งศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ในความเห็นผมขณะนี้ผมก็มีข้อกังขาพอสมควร จริงอยู่ครับ เราจะใช้มาตราไหน ด้วยเหตุอะไรที่จะต้องส่ง จะเปึนไปตามมาตรา ๑๕๖ ก็ไม่ใช่ เพราะมาตรา ๑๕๖ นั้นเปึนเรื่องของที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว ถ้ามีความเห็นแย้ง มีความเห็นขัด ไม่ว่าจะเรื่องตัวบทบัญญัติหรือวิธีการที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญก็ต้องส่ง ศาลรัฐธรรมนูญ จะเปึนมาตรา ๒๑๔ ก็ไม่ใช่ ที่ว่าด้วยความขัดแย้ง ความเห็นแตกต่าง ขององค์กรที่ไม่ใช่ศาลนะครับ ตั้งแต่ ๒ องค์กรขึ้นไป มันก็ไม่เข้าข่าย แต่สิ่งหนึ่งที่ผมต้อง กราบเรียนครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่จะต้องกราบเรียนก็คือว่าผลพวงของการปฏิบัติ ของสภาเราเมื่อวันที่ ๒๗ มันมีนัยอยู่ ๒ นัยที่อยากกราบเรียนท่านประธานไว้เพื่อเปึน ข้อสังเกต ถ้าท่านประธานได้ข้อหารือตรงนี้ แล้วจะนําเสนอเข้ามาเพื่อขอมติอย่างไรผม ฝากเปึนประเด็น เมื่อวันที่ ๒๗ นะครับ มติของเราที่ลงไป เห็นชอบ ๘๕ เสียง ไม่เห็นชอบ ๑๔๖ เสียง ในชั้นของการพิจารณาหลังจากที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว คือการที่เราจะให้ความเห็นชอบในวาระที่ ๒ และต่อด้วยวาระที่ ๓ ท่านประธานครับ ท่านประธานได้แจ้งกับสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ว่ามีองค์ประชุม ๒๗๑ ท่าน กระผมเอง ไม่เถียง ท่านประธานครับ เพราะว่าองค์ประชุมเราถือว่าการลงชื่อเปึนองค์ประชุม แต่สิ่งที่ต้องพึงสังวรและต้องตระหนักพอสมควรก็คือว่า ถ้าสมมุติท่านเอา ๘๕ เสียงบวก ๑๔๖ เสียง ๒๓๑ เสียง ท่านประธานครับ กรณีอย่างนี้นะครับ กฎหมายทั่วไปหลายฉบับ ที่ส่งไปถูกตีกลับ เพราะศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าองค์ประชุมไม่ชอบ ไม่เกินกึ่งหนึ่งของ ที่ประชุม เพราะฉะนั้นข้อคิดเห็นผมในเรื่องนี้ก็มีความแตกต่างอยู่พอสมควร ถ้าจะเปึน ประเด็นว่าสภาผู้แทนราษฎรได้ลงความเห็นไปด้วยวิธีการปฏิบัติที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ จะเปึนเหตุอ้างได้หรือไม่ อันนี้ผมไม่แน่ใจ แต่ต้องกราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรด้วยความเคารพนะครับ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ทุกฉบับหลังจากที่รัฐสภามีมติให้ความเห็นชอบแล้ว อย่างไรก็ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้อย่างชัดเจน ก็จะมีการวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ ต้องดูอีกทีหนึ่ง ให้รายละเอียดว่าสภาผู้แทนราษฎรได้ทําถูกต้อง ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ไม่ว่าจะเปึนตัวบทบัญญัติหรือวิธีการที่จะบัญญัติกฎหมายนั้น ท่านประธานครับ ในเมื่อเรื่องนี้มันเปึนเรื่องที่เราเองก็ตัดสินไม่ได้ว่าจะต้องทําอย่างไร ในชั้นนี้ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ท่านประธานน่าจะเอาเรื่องนี้ ออกไปก่อน ส่วนท่านจะบรรจุเข้ามาใหม่ด้วยอาศัยความเห็นของสมาชิกหรือการเสนอ ของสมาชิกเพื่อมาลงมติว่าเราจะทําอย่างไร ผมคิดว่าน่าจะชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ถ้าสมาชิกมีมติว่าน่าจะกลับมาพิจารณาใหม่ได้ แล้วสถานภาพของร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ก็ยังคงค้างอยู่ อยู่ในระเบียบวาระ อยู่ในสมัยประชุม ต้องขออภัย ไม่อยู่ในระเบียบวาระ เนื่องจากที่เรามีการพิจารณาไปแล้ว ผมก็ไม่แน่ใจว่ามันจะอยู่ในระเบียบวาระ หรือไม่นะครับ เพราะว่าเสมือนว่าค้างการพิจารณา ถ้าแปลความว่ามติตรงนั้นไม่เปึนไป ตามมาตรา ๓๐๒ วรรคห้า ท่านประธานครับ ท่านประธานก็เอาเรื่องนี้ออกไปก่อน แล้วก็นํากลับมาโดยอาศัยมติของสภาผู้แทนราษฎรหรือความเห็นของสภาผู้แทนราษฎร ตามแนวทาง เช่น สมาชิกแห่งนี้เปึนผู้เสนอญัตติ จะเสนอเปึนเรื่องปากเปล่าก็ได้นะครับ ท่านประธานครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๔๖ สมาชิกรับรองญัตติก็บรรจุเข้ามา หลังจากนั้นเราก็มาถกเถียงกันว่าเราจะใช้วิธีการแบบใด จะมีการลงมติกันหรือไม่ หรืออย่างไรให้เปึนไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ผมเองต้อง ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าการที่เราจะเอากลับมาหรือไม่กลับมาจะต้อง ขออนุญาตท่านประธานครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านประธานวิปฝ์ายค้านได้กรุณา ยกเทียบเคียงกรณี เมื่อวันที่ ๗ การแถลงนโยบาย กระผมเองเปึนผู้หนึ่งที่นั่งอยู่ตรงนี้ และเปึนผู้ลงคะแนน ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานวิป ด้วยความเคารพนะครับ ถ้าไม่มีข้อผิดพลาด กระผมจําไม่ผิด หรือทุกคนยืนยันได้ก็คือว่า การลงมติในวันแถลงนโยบายที่ท่านกล่าวอ้างถึงท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร คือท่านประธานชัย ได้ให้สมาชิกช่วยกันลงคะแนน ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ด้วยธรรมเนียมของเราในขณะนั้นเปึนลักษณะของการตรวจสอบองค์ประชุมไม่ได้ลงมติ ผมคิดว่าผมจําไม่ผิด คือการตรวจสอบองค์ประชุมว่าองค์ประชุมข้างนอกครบ ก็มีการเสียบบัตรแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม ในเมื่อจะมีการลงคะแนนว่าสมาชิก จะให้ความเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งหรือไม่ของ ๒ สภาที่จะมีการนําเอาวาระแถลงนโยบาย มาประชุมในสมัยสามัญนิติบัญญัติได้ พอตรวจสอบองค์ประชุมแล้วขาดไป ๗ เสียง ท่านเลยพักประชุมแล้วขอเรียกประชุมเข้ามาใหม่ เรียกองค์ประชุมเข้ามาใหม่ เข้ามา เสียบบัตรกันใหม่ ตรวจสอบกันใหม่ ก็ ๓๑๑ ท่าน ก็มีการลงมติ ถ้าเปึนอย่างนั้นแล้ว มันไม่อาจเทียบเคียงที่จะเอากรณีอย่างนั้นมาเปรียบกับว่าที่สมาชิกเราจะต้องลงมติ เพื่อเอากฎหมายฉบับนี้เข้ามา แต่ผมคิดว่าด้วยกลไกของสภาที่เรามีอยู่นะครับ อะไรก็แล้วแต่ตัดสินด้วยมติของสภาผู้แทนราษฎรครับ แม้จะเขียนไว้ในข้อบังคับ ก็ตัดสินด้วยมติของสภาผู้แทนราษฎรที่ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญนะครับ ยอมรับปฏิบัติ ตามรัฐธรรมนูญ ข้อบังคับที่เราเขียนไว้เราสามารถที่จะใช้มติของสภาผู้แทนราษฎร มติของสภาผู้แทนราษฎรเปึนใหญ่ที่สุดครับในการที่จะดําเนินการ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า อย่างไรก็แล้วแต่ วันนี้กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ท่านปรึกษาหารือ แล้วนําความเห็นของสมาชิกไปแล้วก็ถอนเรื่องนี้ออกไป แล้วก็บรรจุเข้ามาใหม่โดยอาศัย กลไกที่เปึนปกติตามระเบียบข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎรเรา ผมคิดว่าน่าจะชอบด้วย รัฐธรรมนูญ กราบขอบคุณท่านประธานครับ