สาทิตย์ วงศ์หนองเตย หารือเรื่องการลงมติของสภาผู้แทนราษฎรในเรื่องร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และเรียกร้องให้มีการดำเนินการให้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะเรื่องเงื่อนไขที่ส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญและคำตอบเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของการลงมติและผลกระทบต่อประชาชน
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมเปึนคนทํา หนังสือฉบับดังกล่าวถึงท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร เหตุผลที่ผมได้จัดทําหนังสือ ฉบับดังกล่าวถึงท่านประธาน ก็เพราะเห็นว่าเรื่องดังกล่าวนี้เปึนเรื่องการดําเนินการ ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องยอมรับว่าในความเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น พวกเราทุกคนก็ปฏิญาณตนกันที่นี่ ในการที่จะปฏิบัติและรักษาไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ เรื่องนี้เปึนประเด็นปัญหาที่ค้างคากันมาครับ ถ้าท่านประธานจําได้ ผมเปึนคนที่ลุกขึ้นทวงเรื่องนี้หลายครั้ง เรื่องค้างคาเรื่องนี้มันมีที่มา ตั้งแต่การลงมติของสภาผู้แทนราษฎรเมื่อครั้งวันที่ ๒๗ สิงหาคม ป้ ๒๕๕๑ กฎหมายฉบับนี้ ก็คือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารง ตําแหน่งทางการเมือง กฎหมายฉบับนี้นั้นถูกเสนอมาโดยฝัืงของศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ก็คือทางฝัืงของศาลฎีกาเปึนคนจัดทํากฎหมายฉบับนี้ แล้วส่งมา ทีนี้กฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ในกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญนี้ รัฐธรรมนูญได้กําหนดวิธีพิจารณาไว้เปึนการเฉพาะ ซึ่งในการดําเนินการ ในครั้งแรกในวาระรับหลักการนั้นเราลงมติกันไปเมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน ป้ ๒๕๕๑ มีมติเห็นชอบด้วยถึง ๓๓๙ เสียง ก็แปลว่าให้ความเห็นชอบอย่างท่วมท้น หลังจากนั้น ไปตั้งคณะกรรมาธิการกันมาครับ ในวาระที่กลับจากชั้นกรรมาธิการมายังสภานั้นไม่มีใคร ได้คาดคิดหรอกครับว่าสุดท้ายจะมีการลงมติไม่เห็นชอบด้วย เพราะในชั้นของ การพิจารณาของชั้นกรรมาธิการก็มีการลงมติเห็นชอบด้วยกับทางคณะกรรมาธิการ มีการสงวนคําแปรญัตติต่าง ๆ ก็ว่ากันไปตามขั้นตอน แต่พอสุดท้ายลงมติกันครับ วันที่ ๒๗ สิงหาคมก็เปึนอย่างที่ท่านประธานว่า ก็คือมีเสียงไม่เห็นชอบ ๑๔๖ เสียง เสียงเห็นชอบ ๘๕ เสียง หลังจากลงมติไปกันเสร็จแล้ว ท่านประธานผู้ทําหน้าที่ประธาน ในขณะนั้นคือ ท่านประธานชัย ชิดชอบ ก็ได้ประกาศขึ้นในที่ประชุมนี้บอกว่า คะแนนเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นชอบด้วย พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าว เปึนอันตกไป ในที่ประชุมก็มีคนพยายามที่จะทักท้วงด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานา แต่ว่า ในที่สุดท่านประธานก็ให้ผ่านพ้นวาระนั้นไป จนกระทั่งผู้ที่เกี่ยวข้องก็คือทางศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองเขามีการประสานงานติดต่อกับหลายฝ์าย ว่าการกระทําดังกล่าวนั้นจะถือว่าชอบด้วยหรือไม่ วิป (Whip) ฝ์ายค้านเองก็หยิบยก ขึ้นมาพิจารณาครับ เราก็ไปเป่ดดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๒ วรรคห้า มาตรา ๓๐๒ เปึนเรื่องที่เขียนไว้ชัดในเรื่องของการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ โดยกําหนดเอาไว้ว่าพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญมีอะไรบ้าง แล้วต้องพิจารณา ในเงื่อนเวลาเท่าใด ทีนี้ในวรรคห้า ท่านประธานครับ เขียนไว้อย่างนี้ว่า การลงมติให้แก้ไข เพิ่มเติมหรือไม่ให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญตามวรรคหนึ่ง ก็คือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วย ต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกของแต่ละสภา ไม่มีวันแปลเปึนอื่นได้เลย ในการลงมติว่า ถ้าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบต้องใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง ในเวลานั้นมีสมาชิก ๔๗๑ คน ก็เปึนอย่างที่ท่านประธานว่า กึ่งหนึ่งมันต้อง ๒๔๐ คนเปึนอย่างน้อย ทีนี้เสียงไม่เห็นชอบด้วย ๑๔๖ เสียง หลังจากนั้นผมเองได้แถลงข่าวกันไป หลังจากแถลงข่าวจบ ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรก็เปึนคนให้สัมภาษณ์บอกว่าท่านดําเนินการถูกต้องแล้ว ก็ต้องว่ากันไป ตามนี้ หลังจากนั้นผมก็มีการทักท้วงอีก ทักท้วงหลายครั้งเข้าในที่ประชุมนี้ก็มี ท่านประธานบางท่านก็บอกว่าจะหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณา แล้วก็จะดําเนินการ ให้ถูกต้องเสีย ผมก็รอครับ รอกันมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม เดือนกันยายน เดือนตุลาคม จนกระทั่งมาถึงเดือนพฤศจิกายน สัปดาห์หน้าจะป่ดสมัยประชุมอยู่แล้วก็ไม่มีท่าทีเรื่องนี้ แต่ประการใด ผมก็เลยตัดสินใจทําหนังสือทักท้วงไปยังท่านประธาน เปัาหมายผมก็คือต้องการให้มีการดําเนินการให้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญเท่านั้น ผมทราบว่า กรรมการประสานงานไปประชุมกัน แล้วมีความเห็นออกมาใหญ่โตเลยครับ ๓ เรื่อง ด้วยกัน ความเห็นของเขา ฝ์ายหนึ่งบอกว่าถ้าเปึนอย่างนี้แปลว่าตกแล้ว อีกฝ์ายหนึ่ง ก็บอกว่าถ้าเกิดมีคะแนนเสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่ง อย่างนี้ต้องหยิบยกขึ้นมาใหม่ ให้มันถูกต้อง ให้มันชอบด้วยรัฐธรรมนูญเสีย อีกฝ์ายหนึ่งก็บอกว่าส่งไปยังองค์กรที่เกี่ยวข้องเพื่อวินิจฉัย เรื่องนี้ให้มันถูกต้องเสีย ผมคิดว่าอย่างนี้ท่านประธานครับ การลงมติกฎหมายใด ๆ ก็ตาม ที่รัฐธรรมนูญเขียนไว้เปึนการเฉพาะว่าจะต้องดําเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง เปึนหน้าที่ ไหมครับที่สภาจะต้องดําเนินการให้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ความจริงวันนั้นที่ท่านประธาน ประกาศในที่ประชุมว่าตกไปแล้ว ความจริงไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญนะครับ ก็จะมีประเด็น ปัญหาหลายคนทักท้วงขึ้นมาว่ากฎหมายที่ลงมติไปแล้ว สามารถหยิบยกขึ้นมาพิจารณา วินิจฉัยใหม่ได้หรือไม่ ผมเทียบเคียงให้ท่านประธานเห็นว่าอันนี้สภาผู้แทนราษฎรเคยทํา มาแล้วนะครับ แต่ไม่ใช่กฎหมาย วันที่ ๗ ตุลาคม วันที่รัฐบาลเข้าแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ประธานชัย ในฐานะประธานรัฐสภาเปึนคนหารือที่ประชุมว่า เนื่องจากอยู่ในสมัยสามัญ นิติบัญญัติ ซึ่งระบุไว้ว่าเรื่องใดทําได้ ไม่ได้ เรื่องแถลงนโยบายทําไม่ได้ ต้องใช้มติเสียง ของรัฐสภาเกินกึ่งหนึ่งลงมติกัน ปรากฏว่าลงมติกันครั้งแรก เสียงเห็นชอบให้แถลง นโยบายไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ท่านยังบอกในที่ประชุมนี้เลยครับ บอกว่าเสียงไม่เกินกึ่งหนึ่ง เดี๋ยวมีปัญหาข้อกฎหมาย สั่งพักการประชุมไป ผมเข้าใจว่า ๑๐ นาที หลังจากนั้นกลับมา ลงมติกันใหม่ เวลาอย่างนั้นทําได้ แต่นี่มันเปึนเรื่องทําให้ถูกต้อง ให้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ผมก็สงสัยอีกครับท่านประธาน ยกเรื่องนี้ขึ้นมาบอกว่าหารือก็ดีแล้ว ท่านประธานคิดจะ ส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ ผมก็สงสัยว่าการส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญนี้ มันมีเงื่อนไขระบุไว้ เปึนการเฉพาะ จะความเห็นขัดแย้งกัน ๒ องค์กรก็ดี หรือเปึนเงื่อนไขอื่นที่เขียนเอาไว้ ในรัฐธรรมนูญ แต่จู่ ๆ จะบอกว่าการลงมติกฎหมายฉบับนี้ แล้วก็มีการลงไม่ชอบ ด้วยรัฐธรรมนูญ เพราะเสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่ง บอกว่าต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญ ผมมีคําถาม ๒ ข้อ คือ ๑. จะอาศัยเงื่อนไขอะไร เรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญ ๒. เจตนาจริง ๆ ที่ต้องส่งไปให้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องนี้ เราทําไปเพื่ออะไร ในเมื่อสภาเรามีทางที่จะดําเนินการ ให้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญได้ เพียงแค่ยกเรื่องนี้ขึ้นมาบรรจุระเบียบวาระ แล้วก็ลงมติกันใหม่ เพื่อให้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ทําไมเราทําไม่ได้ ผมให้ข้อสังเกตต่อท่านประธาน ผมไม่อยากคิดไกลไป แต่ข้อเท็จจริงมันยืนยันอย่างนั้นว่าวันนี้เสียงข้างมากในสภาเรา คิดอะไรกับเรื่ององค์กรอิสระและเรื่องกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ นับแต่เป่ดสภามา จนถึงบัดนี้ ท่านประธาน ๑๐ เดือน ไม่มีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฉบับใดผ่านจาก สภานี้ไปสู่การบังคับใช้เลยแม้แต่ฉบับเดียว กฎหมาย ป.ป.ช. กฎหมายของสํานักงาน ผู้ตรวจการแผ่นดินถูกวินิจฉัยว่าเปึนกฎหมายการเงิน แล้วก็องค์กรอิสระเหล่านั้นทําเรื่อง แย้งมา ที่สุดท่านก็ส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ท่าทีต่อองค์กรอิสระเหล่านี้จะชอบไม่ชอบ ก็ตามครับ แต่กระบวนการนิติบัญญัติเราต้องยอมรับการปฏิบัติตามและการรักษาไว้ ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตามที่เราปฏิญาณตน ผมสงสัยเจตนาครับ ท่านประธาน เพราะการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญก็เปึนเรื่องช้าออกไป ถามว่าช้าออกไป ใครเสียประโยชน์ ท่านประธานครับ คนที่เสียประโยชน์คือประชาชน กฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญจะของ ป.ป.ช. ก็ดี จะของสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินก็ดี จะของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองก็ดี เปึนการรองรับกลไกใหม่ ตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มุ่งจัดการนักการเมืองขี้โกง มุ่งจัดการคนที่โกงชาติ โกงแผ่นดิน กลไกใหม่เกิดขึ้นจะเปึนผู้ไต่สวนอิสระก็ดี อะไรก็ดี พอกฎหมายมันถูกถ่วงรั้ง ไว้ด้วยกระบวนการอย่างนี้ มันก็เดินหน้าไม่ได้ พอเดินหน้าไม่ได้ นักการเมืองขี้โกง ก็โกงง่ายทีนี้ นี่คือปัญหาที่มันเกิดครับ เรื่องอย่างนี้ทําไมไม่หยิบยก ทําไมไม่ทําให้ถูกต้อง ทําไมไม่ทํา ให้เรื่องทุกอย่างง่ายเข้า เราทําให้เรื่องยากทําไม เจตนาเราเรื่องนั้นคืออะไร เราจะชอบ ไม่ชอบรัฐธรรมนูญเปึนความคิดเห็นของแต่ละบุคคล แต่เราก็ไม่ควรจะใช้กระบวนการนี้ ไปถ่วงรั้งทําให้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญมันเดินหน้าไม่ได้ กลไกทุกอย่างมันเดินไม่ได้ แล้วก็เปึนปัญหาอย่างที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน ผมเรียนถามท่านประธานว่า
๑. เราใช้เงื่อนไขอะไรส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เงื่อนไขเหล่านั้นถูกต้อง ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่
๒. เปัาประสงค์ที่แท้จริงที่ส่งไปคืออะไรนอกเหนือจากที่อ้างว่า เปึนเรื่องใหม่ เรื่องใหม่ ไม่ใหม่นี่ก็ไม่ใช่ แล้วเรื่องเคยลงมติกันก็เคยท้วงติงกันมาแล้ว ตั้งแต่ ๗ ตุลาคม ทีเวลาอย่างนั้นเราทํา แต่เวลากฎหมายทําไม่ถูกต้องเราไม่ทํา ทําไม ล่ะครับ ผมเข้าใจท่านรองประธานท่านอาจจะเห็นว่าท่านประธานเปึนคนวินิจฉัย และตัดสินใจเรื่องนี้แต่มันก็ต้องตอบในฐานะประมุขของฝ์ายนิติบัญญัติ วันนี้ก็คับข้องใจ กันไปแล้วครับ ไม่เฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซีกฝ์ายค้านเท่านั้น ผมเชื่อว่าหลายคน ในสภานี้ก็คับข้องใจ องค์กรอิสระเขาก็ทําอะไรกันไม่ได้ผมก็ไม่อยากจะคิดไกลไปนะครับ ว่าเรื่องนี้สุดท้ายจะถ่วงเวลาจะรอแก้รัฐธรรมนูญกันหรือเปล่า มันโยงไปถึงเรื่อง การเคลื่อนไหวนอกประเทศหรือเปล่า มันไปไกลกว่าที่คิดเยอะ แต่วันนี้เราต้อง เห็นประโยชน์ของประชาชนเปึนหลักนะครับ ช่วยตอบคําถามผมหน่อย แล้วก็จะ ดําเนินการอย่างไรก็ต้องหารือกันอย่างนี้ต่อไป ขอบพระคุณครับ