สันติ พร้อมพัฒน์ หารือเรื่องการรถไฟแห่งประเทศไทย และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการซื้อหัวรถจักรใหม่และแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการรถไฟแห่งประเทศไทย
ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านนคร มาฉิม นะครับ ที่มีความเข้าใจ แล้วก็ศึกษาเรื่องของรถไฟฟัาอย่างละเอียด ทั้งนี้และทั้งนั้นแล้วก็สิ่งเหล่านี้นั้นที่ท่านได้ ถามมา ก็ต้องกราบเรียนกราบขอบคุณท่านที่เปึนคําถามที่มีประโยชน์ แล้วก็คําถาม ส่วนใหญ่ก็เปึนคําถามของข้อเท็จจริงที่ท่านได้เอาใจใส่ ก็ต้องยอมรับนะครับว่ารถไฟ ก็บริการคนยากคนจนทั้งประเทศหลายสิบล้านคน หัวรถจักรของการรถไฟ แห่งประเทศไทยปริมาณรวมทั้งสิ้นที่การรถไฟแห่งประเทศไทยมีอยู่ก็ ๒๑๑ หัวรถจักร หัวรถจักรที่มีอายุใหม่ที่สุดในปัจจุบันประมาณ ๑๒ ป้ แล้วหัวรถจักรที่ใช้อยู่เก่าที่สุดนั้น มีอายุ ๓๕ ป้ขึ้นไป เพราะฉะนั้นก็ต้องกราบเรียนว่าผมเองมากํากับมาดูแลนโยบาย การรถไฟแห่งประเทศไทย ก็มีความรู้สึกเห็นใจการรถไฟเช่นเดียวกัน ก็พยายามที่จะ เรียนไปทางรัฐบาล แล้วการรถไฟแห่งประเทศไทยเองก็ได้ของบประมาณมาทางรัฐบาล ในทุกครั้ง ในทุกป้ เพื่อที่จะขอซื้อหัวรถจักร แต่งบประมาณเหล่านั้นเมื่อขอมาถึงตอนที่ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา งบประมาณของการรถไฟแห่งประเทศไทยก็ถูกตัดในทุกครั้ง นี่จึงเปึนเหตุ เพราะฉะนั้นในเรื่องของการเปลี่ยนรถเก่าให้เปึนรถใหม่เพื่อให้วิ่งได้ตรงตาม เวลาที่กําหนด แล้วก็ไม่วิ่งไปเสียไป ก็คงต้องฝากกลับไปที่ท่านนคร มาฉิม นะครับว่า ถ้ามีโอกาสเปึนกรรมาธิการงบประมาณในป้ ๒๕๕๒ ก็ช่วยกันดู ช่วยกันผลักดัน งบประมาณของการรถไฟแห่งประเทศไทยอย่าให้ถูกตัด ในเรื่องของสํานักงาน คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ขอซื้อรถไป ๒๐ คัน แต่สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติพิจารณาแล้วเห็นว่าขณะนี้รางที่จะรองรับแรงกดได้ ๒๐ คันนั้น มีความพร้อม ประมาณ ๗ หัวรถจักร ส่วนอีก ๑๓ หัวรถจักร ก็เชื่อว่าถ้าหากว่าการรถไฟแห่ง ประเทศไทยไปปรับเวลาที่จะรีแฮชรางอีก ๕๐๐ กว่ากิโลเมตร ที่ผมได้กราบเรียน ไปแล้ว ก็เชื่อว่าสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็คงจะ พิจารณาให้ซื้อได้ เพราะว่าหน่วยงานสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเปึนสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติเปึนตัวที่ดูแลการพัฒนาต่าง ๆ ของประเทศ สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเองก็ต้องบอกว่า พิจารณาด้วยความละเอียดรอบคอบ ทางกระทรวงและการรถไฟแห่งประเทศไทย ก็ยอมรับ แล้วก็คงจะต้องพูดคุยกัน เนื่องจากว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยอยากจะซื้อ ๒๐ คัน แต่บังเอิญรีแฮชรางนั้นงบประมาณในป้ก่อนไม่ได้ ก็เลยทําให้ล่าช้าไป ส่วนเรื่อง ที่ผมได้ตอบว่าในเรื่องของที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทยที่เซ็นทรัล ลาดพร้าวก็มีปัญหา เรื่องพระราชบัญญัติร่วมทุนป้ ๒๕๓๕ ที่จํากัด ซึ่งท่านนคร มาฉิม เอง ได้บอกว่า ถ้าหากว่ากฎหมายมีข้อจํากัดก็ต้องแก้ผมเห็นด้วย เพราะว่าขณะนี้โครงการต่าง ๆ ที่มีรัฐ เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของทรัพย์สินต่าง ๆ ที่เอกชนจะเข้ามาร่วมทุนก็มี ข้อจํากัด เพราะว่าพระราชบัญญัติร่วมทุนนั้นได้กําหนดไว้นะครับว่าถ้าการร่วมทุน ที่มีรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องต่าง ๆ นั้น ถ้าเกิน ๑,๐๐๐ ล้านบาท ก็จะต้องเข้า พระราชบัญญัติร่วมทุน ป้ ๒๕๕๓ แล้วก็จะมีมาตรา ๑๓ ขึ้นมาเปึนผู้กํากับดูแลโครงการ จนกระทั่งการพิจารณาโครงการนั้นเรียบร้อยแล้ว ถึงจะส่งกลับมาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดูแลต่อไป นั่นหมายความว่าอายุสัญญาก็ดี ผลประโยชน์ตอบแทนก็ดี เงื่อนไขสัญญา ต่าง ๆ ก็ดี มาตรา ๑๓ จะเปึนคนดูแลทั้งสิ้นแล้วก็เด็ดขาด ดังนั้น พระราชบัญญัติร่วมทุน ป้ ๒๕๓๕ นั้นก็จึงจํากัดการเติบโตของบ้านเมืองของเราอย่างมากมาย เพราะว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท เดี๋ยวนี้ทําอะไรไม่ได้แล้ว เพราะว่าโครงการต่าง ๆ ก็เปึนหมื่นล้านบาท เปึนหลาย ๆ พันล้านบาท อย่างเรื่องของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่ผมพูดถึงการที่จะทํา รถไฟรางคู่ ๒,๓๔๔ กิโลเมตรทั่วประเทศ ก็ต้องใช้เงินลงทุนถึง ๓ แสนกว่าล้านบาท เพราะฉะนั้นพูดถึง ๑,๐๐๐ ล้านบาท ห่างกันไกล สิ่งเหล่านี้เปึนอุปสรรคและกระทรวงเอง ก็กําลังคิดอยู่ในเรื่องเหล่านี้ ส่วนเรื่องของการส่งสัญญาที่จะเกิดขึ้นระหว่างเซ็นทรัล ลาดพร้าวกับการรถไฟแห่งประเทศไทย ทางกระทรวงไม่ขัดข้องที่จะส่ง แต่ขณะนี้ยังอยู่ ในมือของมาตรา ๑๓ ซึ่งผมได้กราบเรียนไปแล้วอย่าว่าแต่ไปขอเลย ขอดูก็ยังไม่ให้ เพราะฉะนั้นถ้าท่านอยากได้ต้องรอก่อน ขอบคุณครับ