สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

องอาจ คล้ามไพบูลย์ แสดงความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในกรุงเทพมหานคร และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการป้องกันความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากอาวุธต่าง ๆ โดยเฉพาะระเบิดและอาวุธร้ายแรง องอาจ คล้ามไพบูลย์ หารือเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยเฉพาะการระเบิดที่ตลาดคลองเตย และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการป้องกันและปราบปรามเหตุการณ์เหล่านี้อย่างจริงจัง

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากกรุงเทพมหานคร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้เรียนตั้งแต่แรก ว่าผมเห็นใจท่านรัฐมนตรีที่มาตอบกระทู้แทนท่านนายกรัฐมนตรี เพราะกระทู้นี้ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีเปึนผู้ตอบผมเชื่อว่าเราจะได้เห็นความจริงในการปฏิบัติงาน ตามนโยบายของท่านมากกว่านี้ แต่สิ่งที่ผมได้รับคําตอบจากท่านรัฐมนตรีที่มาตอบกระทู้ แทนท่านนายกรัฐมนตรีนั้น ถึงนโยบายและแนวทางปฏิบัติหรือมาตรการในการปัองกัน ความรุนแรงจากการใช้อาวุธร้ายแรง ใช้ระเบิดหรืออาวุธอื่นใดก็ตามในเขต กรุงเทพมหานครนั้น ก็คือมาตรการทั่วไปธรรมดา การตั้งด่านตรวจ ผมว่าเราเห็นกันมา ทั้งชีวิตแล้ว การบอกให้ประชาชนช่วยเฝัาระวังเปึนหูเปึนตา ช่วยดูว่าใครจะทําอะไร เราได้ยินมาตลอด แน่นอนที่สุดถ้าประชาชนเห็นประชาชนบอก ผมถามว่าเปึนหน้าที่ ของประชาชนหรือไม่ที่จะต้องทําสิ่งเหล่านั้น ภาระหน้าที่นี้คือภาระหน้าที่ของรัฐบาล แต่ที่ผมต้องตั้งกระทู้ถามสดวันนี้เพราะสถานการณ์บ้านเมืองของเราไม่ได้อยู่ในภาวะ ปกติที่จะปล่อยให้รัฐบาลนี้ใช้มาตรการหรือนโยบายแบบปกติในการมาแก้ไข ปัองกัน ความรุนแรงไม่ให้เกิดขึ้นจากอาวุธต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนอาวุธร้ายแรง อาวุธสงคราม หรือระเบิดอะไรก็ตาม แต่เท่าที่ฟังท่านรัฐมนตรีซึ่งมาตอบแทนท่านนายกรัฐมนตรี ท่านใช้มาตรการปกติเลยครับ ผมจึงมีความไม่มั่นใจว่าสิ่งที่ผมกังวลใจ สิ่งที่ผมไม่สบายใจ ความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร มันจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ อย่างไร มันจะเกิดขึ้น มากหรือไม่ เพราะอะไรครับท่านประธาน ผมอยากให้ท่านประธานดูครับ ผมไปรวบรวม สถิติ ในกระทู้ผมบอกประมาณ ๑ – ๒ เดือนมีความรุนแรงเกิดขึ้นหลายครั้ง แต่ผมเอาแค่ เดือนเดียวพอครับท่านประธาน ๑ เดือนหลังจากวันที่ ๗ ตุลาคม วันที่มีการล้อม ที่หน้ารัฐสภาผู้แทนราษฎร ผมไม่ต้องพูดถึงเหตุการณ์นั้น แต่จากวันที่ ๘ ตุลาคม มาจนกระทั่งถึงเมื่อวานนี้ครับท่านประธาน หรือเมื่อคืนนี้ตอนเวลาประมาณ ๐๑.๔๕ นาฬิกา ที่เกิดเหตุล่าสุดเท่าที่ผมรวบรวมได้ ท่านประธานทราบไหมครับว่า เพียงระยะเวลา ๑ เดือน มีเหตุที่เกี่ยวข้องกับอาวุธร้ายแรง เกี่ยวข้องกับระเบิด เกี่ยวข้อง กับอาวุธต่าง ๆ มีคนบาดเจ็บสาหัสบ้าง ไม่สาหัสบ้าง กี่รายท่านประธานทราบไหมครับ ทั้งหมด ๒๑ กรณี มีคนบาดเจ็บสาหัสและไม่สาหัสหลายราย ผมจะยกตัวอย่างให้ ท่านประธานเห็น

กรณีที่ ๑ วันที่ ๘ ตุลาคม เวลา ๒๒.๐๐ น. เกิดเหตุระเบิดปัอมจราจร แยกประชาเกษม ถนนกรุงเกษม

กรณีที่ ๒ วันที่ ๙ ตุลาคม เวลา ๐๑.๐๐ น. เสียงบึ้มดังขึ้น ๒ ครั้ง บริเวณ พุ่มไม้แยกวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร ถนนพระราม ๕

กรณีที่ ๓ วันที่ ๙ ตุลาคม เวลา ๐๖.๐๐ น. มีการพบประทัดยักษ์ ๔ ลูก มัดติดกันไว้ที่ก้านธูปที่จุดแล้ว แต่เกิดดับเสียก่อน บริเวณปัอมตํารวจ แยกเทวกรรม ถนนนครสวรรค์ เขตปัอมปราบศัตรูพ่าย

กรณีที่ ๔ วันที่ ๑๓ ตุลาคม เวลา ๑๑.๐๐ น. อันนี้ตอนกลางวันเลยครับ ท่านประธาน พบวัตถุทรงกระบอกสีเขียว กว้าง ๕ นิ้ว ยาว ๒๕ นิ้ว ข้างตึกหอพักสนามกีฬา ในสํานักงานการประปานครหลวง ขณะที่ พลตํารวจเอก โกวิท วัฒนะ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยไปตรวจราชการ

กรณีที่ ๕ และอีกเยอะแยะครับท่านประธาน ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ๒๑ กรณี กรณีล่าสุด อันนี้รวมไปถึงกรณีที่ระเบิดบ้านตุลาการศาลปกครอง บ้านตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญและอีกหลาย ๆ กรณี แต่กรณีล่าสุดที่เกิดขึ้น วันนี้วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน เวลา ๐๑.๓๐ นาฬิกา ท่านประธานทราบไหมครับเกิดอะไรขึ้น คนชุมนุมกันอยู่ที่ สี่แยกรัชดาภิเษก ถนนพระราม ๔ คลองเตย ไม่ใช่เรื่องปัญหาความขัดแย้งทางด้าน การเมืองเลยครับ เปึนปัญหาความขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ของคนที่จะมาแสวงหา ผลประโยชน์ตรงนั้นในตลาดคลองเตย ปรากฏว่าเกิดเหตุระเบิดที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งเปึน พ่อค้า แม่ค้าตลาดคลองเตยชุมนุมกันตรงที่สี่แยกรัชดาภิเษก มีคนโยนระเบิดเข้าไป มีคนบาดเจ็บ ๑๓ ราย สาหัส ๒ ราย เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ๒๑ กรณีที่ผมบอก นี่นะครับ ล้วนแล้วแต่เปึนเรื่องที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้อง ประชาชนตลอด เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะเรียนท่านประธานนะครับว่า นี่หรือคือสิ่งที่ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่ามีนโยบาย มีมาตรการต่าง ๆ มากมายก่ายกอง แต่ทําไม แค่ระยะเวลา ๑ เดือน มาตรการนโยบายที่ท่านบอกนั้นมันจึงสามารถเกิดเหตุได้ถึง ๒๑ ครั้ง เฉลี่ยเกือบ ๑ วันต่อ ๑ ครั้ง เพราะฉะนั้นท่านประธานที่คารพรักครับ ผมถาม เรื่องนี้ขึ้นมาเพราะอะไรครับ ท่านประธาน เพราะความรุนแรงที่เกิดจากอาวุธต่าง ๆ มันนําไปสู่ความสูญเสียชีวิตและแน่นอนที่สุด ชีวิตนั้นไม่ควรที่จะสูญเสียก่อนถึงวัยอันควร ท่านประธาน ไม่ว่าเขาคนนั้นจะเปึนผู้ชายหรือผู้หญิง จะสวมเสื้อสีอะไรก็ตาม ไม่ว่าเขาจะ สวมเสื้อสีเหลืองหรือเขาจะสวมเสื้อสีแดง ไม่ว่าเขาจะมีความคิดเห็นทางการเมือง เหมือนกันหรือแตกต่างกันอย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเขาจะมีอุดมการณ์หรือไม่มีอุดมการณ์ เมื่อมาร่วมในการมีส่วนร่วมทางการเมืองในรูปแบบใดก็ตาม เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ รวมกระทั่งไปถึงเพียงแค่มีผลประโยชน์แตกต่างกันที่ตลาดคลองเตย ท่านประธาน ก็เห็นได้ชัดเจนครับว่าการปาระเบิดใส่ผู้ชุมนุมของพ่อค้า แม่ค้าตลาดคลองเตยที่คัดค้าน การเข้ามาบริหารตลาดของบริษัทใหม่บริเวณกลางสี่แยกรัชดาภิเษกนั้น นั่นก็คือไม่ใช่ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับความคิดเห็นที่แตกต่างในทางการเมืองแต่เปึนเรื่องของผลประโยชน์ แต่ปรากฏว่าประเทศนี้เมื่อใดก็ตามที่คนมีความเห็นแตกต่างกัน มีผลประโยชน์ต่างกัน ไม่ลงตัวกันเมื่อไร แทนที่เรา จะตัดสินปัญหาด้วยสติปัญญา ด้วยวิถีทางที่ถูกต้อง กลับมี การปล่อยให้ใช้อาวุธร้ายแรง ใช้ระเบิดเข้าไปดําเนินการประหัตประหารกันอยู่ตลอดเวลา ผมถามว่ารัฐบาลปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไรครับ ๑ เดือน เกือบวันละเรื่องที่ผม บอกมานี้มันไม่ควรเกิดขึ้นครับท่านประธาน ในเมื่อท่านรัฐมนตรีที่มาตอบแทน ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่ารัฐบาลมีแนวทาง มีวิธีการต่าง ๆ มากมาย ผมถามว่ารัฐบาลนี้ กล้าหรือครับที่จะบอกว่าท่านประสบความสําเร็จ ท่านกล้าหรือครับที่จะบอกว่าท่านทําดี แล้วในเรื่องนี้ท่านทําเต็มที่แล้วหรือครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพ ผมไม่สบายใจเลย ที่จะบอกกับรัฐบาลว่าท่านล้มเหลว ในการปัองกันปราบปรามเหตุความรุนแรงจากการใช้ อาวุธต่าง ๆ ในประเทศชาติบ้านเมืองของเรา และจากเหตุของความล้มเหลวนี่เองครับ ท่านประธานทําให้ผมมีความไม่สบายใจ ผมไม่สบายใจเรื่องอะไร ไม่สบายใจ ก็เพราะว่าช่วงสัปดาห์หรือ ๒ สัปดาห์นี้มีคนจํานวนมากไม่น้อยทีเดียวในสังคมของเรา วิตกกังวลว่าจะเกิดเหตุอะไรขึ้นไหมหลังวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน หรือหลังวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ความวิตกกังวลเหล่านี้ไม่ใช่เกิดขึ้นลอย ๆ ครับ เพราะมีทั้งคน ในเครื่องแบบบ้าง คนที่เปึนส่วนหนึ่งของรัฐบาลบ้าง ออกมาพูดกันบ่อยครั้ง รวมกระทั่ง ตัวนายกรัฐมนตรีเอง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคลิก (Click) เข้าไปดูในเว็บไซต์ (Website) แห่งหนึ่งตกใจครับ จนกระทั่งต้องมายื่นกระทู้ถาม สมชายเชื่อมีคนขนอาวุธ เตรียมก่อเหตุ ผมตกใจมากไปกว่านั้นครับ คุ้มกันพิเศษเขตชั้นใน รอบพระตําหนัก จิตรลดารโหฐานในช่วงวันที่ ๑๓ – ๒๐ พฤศจิกายน อยู่ในเว็บไซต์แห่งหนึ่งครับท่านประธาน ระบุชัดเจนทํานองนี้ ในฐานะผมเปึน ส.ส. กรุงเทพมหานคร ผมตกใจและผมไม่อยากเห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ นอกเหนือจากนั้น คนของรัฐบาลคนหนึ่งบอกว่า ได้รับรายงานข่าวจากหน่วยข่าวกรอง ของสํานักงานตํารวจแห่งชาติว่า ในวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ซึ่งเปึนวันสุดท้ายของงาน พิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟัากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จะมีการก่อวินาศกรรมหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ปรากฏชัดเจนในเว็บไซต์ ท่านประธานอยากทราบว่าเว็บไซต์ไหน ผมจะไปบอกท่าน ท่านก็คลิกไปดูได้เหมือนประชาชนคนในกรุงเทพมหานครทั้งหมด ผมเรียนถาม ท่านประธานจริง ๆ ครับว่า ถึงขนาดที่ท่านนายกรัฐมนตรีเองยังเชื่อเองว่ามีการขนอาวุธ เตรียมก่อเหตุ ดังปรากฏในเว็บไซต์อย่างที่ผมบอกไปแล้ว มีการคุ้มกันกันพิเศษ ในเขตชั้นใน เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้เองท่านประธานจะให้ผมสบายใจ หรือเชื่อได้อย่างไรว่ารัฐบาลนี้จะสามารถปัองกันเหตุรุนแรงได้ ในเมื่อ ๑ เดือนที่ผ่านมา ท่านปล่อยให้มีเหตุการณ์มากมายหลายครั้งอย่างที่ผมได้บอกไปแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ ท่านประธาน ผมขอเรียนถามเปึนคําถามที่ ๒

คําถามแรกของคําถามที่ ๒ ก็คือว่า ท่านรัฐมนตรีซึ่งมาตอบแทน ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตรวจสอบจากคนที่สังกัดรัฐบาลหรือไม่ว่า ที่ได้ออกมาบอกว่าจะมี การก่อวินาศกรรมหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ในวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน นั้น มีข้อมูล ข่าวสารเพียงใด อย่างไร และถ้าคนในรัฐบาลได้ทราบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ได้เตรียม ในการปัองกันไม่ให้เกิดเหตุอย่างไร นอกจากนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีเองท่านได้พูดชัดเจน ในเว็บไซต์อย่างที่ผมได้บอกไปแล้วว่า สมชายเชื่อ มีคนขนอาวุธเตรียมก่อเหตุ ผมถาม ท่านรัฐมนตรีที่มาตอบแทนท่านนายกรัฐมนตรีว่า ใครขนอาวุธ ใครขนอาวุธจากไหน ไปทําอะไร ที่ไหน และถ้าท่านรู้ว่ามีคนขนอาวุธ ผมถามว่ารัฐบาลนี้ทําอะไรกับคนที่กําลัง จะขนอาวุธบ้าง หรือเพราะคนที่กําลังขนอาวุธนั้นเปึนคนในเครื่องแบบ เปึนคนที่รัฐบาล ไม่อยากจัดการ เรียนถามท่านรัฐมนตรี ข้อที่ ๒