สุวโรช พะลัง หารือเรื่องผลการปฏิบัติการประจําปี ๒๕๕๐ ของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการติดตามผลการดำเนินการของรัฐบาลตามข้อเสนอแนะและข้อสังเกตที่อยู่ในรายงานนี้ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปฏิบัติงานของรัฐบาล ตามรายงานของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และขอให้ทำการตรวจสอบเหตุผลและปัญหาอุปสรรคที่ทำให้รัฐบาลไม่สามารถปฏิบัติงานตามที่รายงานได้ นอกจากนี้ยังพูดถึงการแสดงความชื่นชมเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติสภาเกษตรกร โดยมีข้อสังเกตเกี่ยวกับจำนวนตัวแทนภาคเกษตรกรที่ควรเพิ่มขึ้น และการประชาสัมพันธ์เอกสารที่มีประโยชน์ไปยังองค์กรชุมชนต่าง ๆ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะแสดงความคิดเห็นประกอบรายงาน ผลการปฏิบัติการประจําป้ ๒๕๕๐ ของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ท่านประธานครับ ในเบื้องต้นต้องขออนุญาตชื่นชมในเอกสารที่ทางสภาที่ปรึกษา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้กรุณาทําเปึนรายงาน แล้วก็มีเรื่องใหญ่ ๆ ที่เปึน สาระสําคัญที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของพี่น้องประชาชน ผมใช้คําพูดอย่างนั้นเลยทั้ง ๓๐ เรื่องนี้ นะครับ สิ่งที่ผมคิดว่าจะทําให้การศึกษาของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนและประเทศชาติโดยส่วนรวม นั่นก็คือสิ่งที่ท่านจะต้อง ติดตาม ว่าท่านได้เสนอรายงานนี้ต่อรัฐบาลไปแล้ว รัฐบาลได้ให้ความสําคัญ ต่อข้อเสนอแนะ ข้อสังเกต ข้อแนะนําที่อยู่ในรายงานนี้กี่เรื่อง เรื่องใดบ้างที่รัฐบาลได้ทํา ทําแล้วมีสิ่งที่ควรจะปรับปรุง ควรจะแก้ไขเพิ่มเติมอีกหรือไม่
ในประการต่อมาที่ผมคิดว่าทางสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จะต้องติดตามก็คือ เรื่องใดบ้างที่รัฐบาลไม่ทํา ในป้นี้ท่านรายงานมา ๓๐ เรื่อง ลองดู สิครับ ป้ต่อไปท่านต้องรายงานต่อสภาอีกใน ๓๐ นี้เรื่องไหนที่รัฐบาลไม่ทํา เมื่อไม่ทํา เสร็จแล้ว ท่านต้องถามเหตุผลว่ารัฐบาลไม่ทําเพราะเหตุอะไร มีปัญหาอุปสรรค อยู่ตรงไหน ที่ผมกราบเรียนตรงนี้ในเบื้องต้นเพื่อจะเรียนต่อท่านประธานสภาที่เคารพว่า การที่จะทําให้การทํางานของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งมีประโยชน์มาก ต่อพี่น้องประชาชนเหมือนที่ผมได้กราบเรียน มันเปึนมรรคเปึนผลในทางปฏิบัติ นั่นก็คือ การติดตามการศึกษาที่ปรากฏอยู่ในรายงานของท่าน เพราะถ้ารัฐบาลไม่ทํา อันนี้ ก็เหมือนเศษกระดาษดี ๆ นั่นเอง มันไม่ได้เกิดประโยชน์ ก็เสียดายเวลาที่ท่านได้ศึกษามา ซึ่งล้วนแล้วแต่เปึนคนที่มีคุณูปการอย่างยิ่งและเปึนคนที่มีความรู้ความสามารถ ต่อประเทศชาติโดยส่วนรวมทีเดียวเลยครับ แต่มีบางเรื่องที่ผมอยากจะกราบเรียนต่อ ท่านประธานเพื่อเปึนข้อสังเกต อาจจะเปึนเรื่องของการเสริมหรือเพิ่มเติมในบางส่วน เท่านั้น แล้วก็เปึนประเด็นที่ไม่ได้ซ้ําซ้อนกับที่ท่านสมาชิกได้กราบเรียนกับท่านประธาน
เรื่องที่ ๑ ผมขออนุญาตกราบเรียนในเรื่องผลการศึกษาเกี่ยวกับ พระราชบัญญัติป์าชุมชนที่มีผลกระทบ แล้วมันตกไป เปึนเอกสารที่ผมกราบเรียนได้เลยว่า ๕ สิ่งที่อยู่ในรายงานตรงนี้ กระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องและนําไปสู่ภาคปฏิบัติ ผมว่าสิ่งที่ท่านประธานได้เห็น ที่ในบางครั้งสมาชิกได้กราบเรียนต่อท่านประธานให้เห็นถึง ความโหดเหี้ยมทารุณ ผมเองเปึนผู้หนึ่งที่ติดตามในเรื่องดังกล่าวนี้ แล้วเคยฉายวีดิทัศน์ ขออนุญาตต่อท่านประธานถึงความโหดเหี้ยมของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ท่านครับป์าชุมชนนี้ครับ รัฐมักจะสนับสนุนงบประมาณให้หน่วยงานของรัฐลงไปปลูกป์า แต่ในมุมหนึ่งทําไมไม่ดีใจล่ะครับ ในป์าที่เสื่อมโทรมไปแล้วถึงแม้โดยผลของกฎหมาย มันผิดก็ตาม ผิดกฎหมายก็ตาม แต่การที่ประชาชนเขาลงทุนปลูกพืชผล ไม่ว่าจะเปึน ผลอาสินเกี่ยวกับผลหมากรากไม้ก็ดี พืชเศรษฐกิจ ยางพารา ปาล์มน้ํามันก็ดีครับ ใส่ปุิย ปลูกทํานุบํารุงในฐานะที่เปึนเจ้าของถึงแม้ว่าผืนแผ่นดินตรงนั้นเขาเปึนคนไทยน่าจะมี ส่วนในที่ดินตรงนั้น แต่เนื่องจากกฎหมายบอกว่าผิดก็ต้องยอมรับว่าผิด แต่การผิดตรงนั้น ท่านต้องดูครับว่าความผิดพลาดตรงนั้นมาจากภาคประชาชนแต่เพียงส่วนเดียวหรือ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการรักษากฎหมายฉบับดังกล่าว พ.ร.บ. ป์าไม้ก็ดี พ.ร.บ.ป์าสงวน ก็ตาม พ.ร.บ. ป์าชุมชนก็ดี หรือ พ.ร.บ. อุทยานก็ตามครับ เวลาเขาปลูกทําไมไม่จับ ล่ะครับ เวลาใส่ปุิยทําไมไม่ว่าล่ะครับ แต่พอเวลาที่เขาจะเอาผลผลิตออกไปจําหน่ายขาย เพื่อมาหาเลี้ยงครอบครัวเขาต้องกลับเปึนโจรผู้ร้ายทันที ใน พ.ร.บ. ของท่านตรงนี้ที่ท่าน ศึกษามามันมีทางออก เห็นไหมล่ะครับ ก็คือคนกับป์าอยู่กันแบบเกื้อกูล ป์าชุมชนอย่างไร ครับ ป์าเปึนของประชาชน ประชาชนรักษาป์า ประชาชนมีส่วนร่วมในการที่จะดูแลป์า แบบเกื้อกูล แบบอยู่กันแบบยั่งยืน ธรรมชาติก็จะไม่เสียไปครับ แต่น่าเสียดาย พอถึงเวลา ปัูบ รัฐบาลบอกว่าป์าถูกทําลายมากก็ให้นโยบายลงไป ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็รับ นโยบายไป พาเจ้าหน้าที่ของรัฐออกไปตัดโค่นยางโค่นปาล์มชาวบ้านเขาทิ้งอย่างนี้ครับ มันสวนทางกันครับ ทําไมไม่ลงไปขีดกรอบสํารวจตรวจสอบให้มันชัดเจนล่ะครับ ว่าในพื้นที่ตรงนั้นที่ผิดกฎหมายมีกี่เจ้า มีกี่ราย รายหนึ่งเท่าไร ปลูกอะไรบ้าง และก็ขีด กรอบทําบันทึกไว้ ส่วนที่เหลือก็ให้เปึนสมบัติส่วนรวมไปเสีย แต่ส่วนที่ปลูกไปแล้วก็ถือว่า เปึนป์าเหมือนกัน จะเปึนป์ายางหรือเปึนป์าปาล์มก็ถือเปึนป์าตาม พ.ร.บ. ป์าไม้ เหมือนกัน ไปดูสิครับ แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐกลับไปโค่นต้นไม้เหล่านี้ทิ้งเสีย ผมถามว่า มันเปึนธรรมหรือ ทําลายทางด้านเศรษฐกิจแค่ไหน ทําไมไม่ให้เจ้าของผลผลิตเหล่านั้นเขา ทํานุบํารุง ไม่ต้องเสียค่าปุิย ไม่ต้องเสียค่าต้นผล ไม่ต้องเสียค่าดูแลรักษา ชาวบ้าน เขารักษาอยู่แล้ว รัฐไม่ต้องเสียอะไรเลย เพียงแต่ว่าในอายุของต้นผลผลิตเหล่านั้นให้คนที่ เขาปลูกได้มีโอกาสเอาผลผลิตทางด้านการเกษตรของต้นผลเหล่านั้นไปจําหน่ายขาย หาเลี้ยงครอบครัว ดีทางเศรษฐกิจเสียด้วยซ้ํา นี่อย่างไรครับที่มันสวนทางกัน เพราะฉะนั้น ผมชื่นชมที่ทางสภาพัฒน์ของท่านได้ศึกษาในเรื่องดังกล่าวอย่างละเอียด เพียงแต่ว่า ขาดนิดเดียวเท่านั้นเองครับ ในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวทางพระราชดําริของ องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมันน่าจะปรากฏลงไปด้วยครับ เพราะการที่คนกับป์าอยู่ กันแบบเกื้อกูลมันมีแต่ได้ประโยชน์กับสังคม เพราะฉะนั้นป์าตรงนั้นจะเปึนป์าอะไร ก็สุดแล้วแต่ อย่าไปตัด อย่าไปทําลาย ธรรมชาติก็ได้ เห็นไหมครับวันนี้ปอดหายใจมีแต่ ฝุ์นละออง สิ่งแวดล้อมเปึนพิษ เพราะฉะนั้นป์าคือเรื่องที่สําคัญมาก แต่ในขณะเดียวกัน อย่าใช้วิธีการรุนแรงในการจับกุม ซึ่งตรงนี้ก็มีรายละเอียดอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าตามแนวทาง พระราชดําริเศรษฐกิจพอเพียงก็คือมีแค่ไหนก็เอาเพียงแค่ตรงนั้น นี่ก็คือในเรื่องที่ ๑
ในเรื่องที่ ๒ ครับ เนื่องจากมีเวลาที่จํากัด ท่านประธานครับ นิดเดียว เท่านั้นเองครับ เรื่อง ขอแสดงความชื่นชมเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติสภาเกษตรกร ท่านมีรายละเอียดลงไปดีมากครับ ลงลึกให้เห็นเลย มีการศึกษาเจาะลึกลงไปเลยว่า องค์กรของสภาเกษตรกรนั้นน่าจะมีอะไรบ้าง และเปึนไปตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ต้องทําและอยู่ในคําแถลงนโยบายด้วย แต่สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดท่านส่งให้กับ รัฐบาลไปแล้วนะครับ ต้องติดตามเหมือนที่ผมกล่าวตั้งแต่เบื้องต้นครับ ข้อสังเกตต่าง ๆ ที่อยากจะฝากไว้นิดเดียวเท่านั้นเองคือตัวแทนของภาคเกษตรกร ผมอยากจะเห็น ภาคเกษตรกรมาให้เยอะกว่าภาคราชการ ซึ่งตรงนี้ก็มีอยู่แล้ว เพียงแต่ที่มาจํานวน ๓๐ กว่าคนตรงนั้นต้องบอกด้วยว่ามันมาจากอาชีพอะไรบ้างเพื่อให้เห็นว่ามันครอบคลุม ทุกอาชีพแล้วหรือยัง ไม่เช่นนั้นมันจะทําให้ฐานเกษตรกรซึ่งเปึนฐานใหญ่จะขาดไป อาชีพหนึ่งอาชีพใด และที่สุดครับ การไปต่อสู้กับองค์กรของสภาเกษตรกรของอาชีพ เหล่านั้นมันจะขาดหายไป ก็คงฝากเปึนข้อสังเกตเสริมเพิ่มเติมในส่วนที่ท่านทําดีอยู่แล้ว นะครับ
แล้วก็ประการสุดท้าย ช่วยประชาสัมพันธ์ลงไปที่องค์กรชุมชนต่าง ๆ ให้มากครับ เพราะเอกสารดังกล่าวเปึนเอกสารที่มีประโยชน์มาก ไม่ต้องทําเล่มใหญ่ ๆ อย่างนี้ เปึนเล่มคู่มือเล็ก ๓๐ เรื่องที่ท่านได้ทําขึ้นแล้วมีประโยชน์ส่งไปให้กับองค์กร ที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าวนั้นเพื่อจะใช้ประโยชน์ในบางส่วน กราบขอบพระคุณครับ