รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท หารือเรื่องกฎหมายสหกรณ์ที่มีการแก้ไข โดยเน้นเรื่องการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหาร และบทบาทหน้าที่ของกรรมการบริหาร ในการช่วยเหลือส่งเสริมฟื้นฟูสหกรณ์ ติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลงานของสหกรณ์ที่ได้รับความช่วยเหลือ และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการพัฒนาโครงสร้างสหกรณ์ที่ยึดหลักประชาธิปไตย
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบสัดส่วน กลุ่มที่ ๓ พรรคประชาธิปัตย์ จะอภิปรายในกฎหมายสหกรณ์ที่มีการแก้ไข ดิฉันก็จะอภิปรายตามเอกสารนี้ ว่าจริง ๆ แล้วในการแก้ไขนี้ เราเน้นเรื่องการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหาร โดยการตั้งกรรมการ พัฒนาสหกรณ์แห่งชาติขึ้นมา แล้วเราก็จะมีคณะกรรมการบริหารด้วยนะคะ ถือว่าคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติถ้าดิฉันเข้าใจไม่ผิดถือว่าเปึนเหมือนกับ เปึนบอร์ด (Board) แล้วก็มีคณะกรรมการบริหารพัฒนาสหกรณ์แห่งชาติอีกทีหนึ่ง ใช่หรือไม่ ถ้าอย่างนั้นกรรมการพัฒนาสหกรณ์แห่งชาติ กพส.ประธานก็เปึนรัฐมนตรี ส่วนคณะกรรมการบริหารประธานก็จะเปึนปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วบริหารกันอย่างไรตามมาตรา ๓๑ (๑) ส่วนอื่น ๆ ดิฉันสนใจเรื่องบทบาทหน้าที่ของ กรรมการบริหารว่าจะมีกําหนดหลักเกณฑ์วิธีช่วยเหลือส่งเสริมฟุ๋นฟูสหกรณ์ ติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลงานของสหกรณ์ที่ได้รับความช่วยเหลือ เพราะฉะนั้น ก็อยากจะเรียนว่ามีหลายท่านพูดมาแล้วมีตัวเลขมากมายของประเภทสหกรณ์ต่าง ๆ แต่ดิฉันอยากจะเรียนว่าดิฉันไปเปึนวิทยากร ที่จริงติดตามบ่อยค่ะ สนใจเรื่องหลักการ สหกรณ์มากแล้วก็ได้รับเชิญเวลาเขามีประชุมใหญ่ ก็พบว่าบางทีพอเขาเชิญไป เปึนวิทยากร สิ่งที่ดิฉันฟังวิทยากรคนอื่นซึ่งเปึนผู้ใหญ่เปึนผู้รู้มักจะบอกว่าสหกรณ์ ต้องพยายามพัฒนาตัวเอง สหกรณ์ต้องพยายามที่จะปรับปรุงตัวเองด้วยการแข่งขันกับ ธุรกิจให้ได้ ต้องทําธุรกิจที่ซื้อถูกและขายแพง ดิฉันตกใจนะคะเพราะว่าดิฉันศึกษาเรื่อง หลักการสหกรณ์มาพอสมควรแล้วก็คิดว่าหลักการสหกรณ์มันจะเปึนทางออกให้กับ พี่น้องเกษตรกร ดิฉันพูดเน้นสหกรณ์การเกษตรนะคะ มันจะเปึนทางออกให้กับพี่น้องเรา แต่ปรากฏว่าเดี๋ยวนี้แนวคิดทางด้านสหกรณ์เปลี่ยนไป เพราะว่าอิทธิพลของทุนนิยม เข้ามาครอบงําแล้วทําให้สหกรณ์แม้กระทั่งการที่จะประเมินว่าสหกรณ์ทั่วประเทศมีอยู่ กี่แห่ง แล้วก็สําเร็จกี่แห่งไม่สําเร็จกี่แห่งถ้าใช้กําไรขาดทุนใช้เงินเปึนตัวตั้งประเมินออกมา ข้าราชการเจ้าหน้าที่ก็จะบอกดิฉันว่าก็ผ่านประเมินประสบความสําเร็จ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ประสบความสําเร็จ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันถามว่าเอาหลักสหกรณ์ทั้งหลายมาจับ หรือเปล่า เรื่องการรวมกลุ่มเรื่องการมีส่วนร่วม โดยพื้นฐานหลักการต้องช่วยเหลือ เอื้ออาทรซึ่งกันและกันต้องดูแล ซึ่งกันและกันแล้วก็ถือว่าหลักการสหกรณ์ถือว่าเปึน หลักประชาธิปไตยขั้นพื้นฐาน เพราะว่าไม่ว่าใครจะมีหุ้นเท่าไรก็ตามถึงเวลาที่จะต้องเลือก กรรมการลงคะแนนในเรื่องของนโยบายทุกคน ๑ คน มี ๑ เสียงเท่ากัน เขาก็บอกว่า มันเปึนหลักการประชาธิปไตย แล้วประชาธิปไตยมันต้องกระจายไปในแนวราบ เพื่อที่จะให้สมาชิกทั้งหลายได้ประโยชน์ แต่ว่าโครงสร้างในระยะหลัง ๆ นั้นมันก็เปลี่ยนไป เพียงแต่ว่าอยากจะเรียนว่าทุกวันนี้ ถ้าบอกว่าอิทธิพลของทุนนิยม ตัวชี้วัดก็เปึนตัวเงิน การที่จะบริหารให้กําไรได้สหกรณ์จําเปึนต้องจ้างผู้จัดการมืออาชีพมาบริหาร มาซื้อถูก ขายแพง มาทําให้เปึนธุรกิจ มาแข่งกับธุรกิจ ต้องถามว่ามืออาชีพที่จะมาบริหาร เปึนมืออาชีพที่บริหารธุรกิจหรือเปึนมืออาชีพบริหารสหกรณ์ โดยมีหลักการสหกรณ์ เปึนพื้นฐาน ถ้าเราดูว่าสหกรณ์แต่ละประเภทตอนนี้ต้องถามว่ารู้บทบาทหน้าที่ของตัวเอง แล้วก็เข้าใจหลักการสหกรณ์หรือไม่เพียงใด ยกตัวอย่างสหกรณ์การเกษตรนะคะ เท่าที่ดิฉันเรียนมาก็บอกว่ามีหน้าที่ที่จะต้องดูแลหาปัจจัยการผลิตให้เกษตรกร แล้วก็ต้องซื้อมาในราคาถูกแล้วขายให้สมาชิกในราคาที่เปึนธรรม สมัยก่อนแลกเปลี่ยนได้ ด้วยซ้ําไป สมัยนี้บอกไม่ได้จะต้องซื้อมาขายไปแต่ต้องซื้อขายด้วยราคาที่เปึนธรรม เมื่อไรก็ตามที่เน้นว่าจะต้องแข่งขันกับธุรกิจนั่นก็คือจะต้องพยายามซื้อถูกขายแพง อย่างที่บอก ปรากฏการณ์อย่างที่ท่าน ส.ส. อรรถวิชช์ ต้องขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านพูดบอกว่า สหกรณ์ก็ทําสิ อบข้าวให้พี่น้อง ที่จริง บทบาทอย่างนี้คือบทบาทที่ต้องทําเลยนะคะ หาปัจจัยการผลิตมา ปัจจัยการผลิตปัจจุบัน เกษตรกรส่วนใหญ่ปัจจัยการผลิตก็คือปุิย ขอประทานโทษนะคะ ที่อําเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ บ้านของดิฉันเอง เมื่อ ๒ เดือนที่แล้วมีพี่น้องโทรมาบอกว่าสงสัยปุิยที่เขา ใช้จะเปึนปุิยปลอม ดิฉันก็ไปพบเขาค่ะ เขากู้เงินจาก ธ.ก.ส. มา แล้วไปซื้อปุิยจาก สกต. สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาด ไปซื้อจาก สกต. ๓ สูตร แล้วก็เลยให้ศูนย์วิจัยพืชไร่ กาฬสินธุ์ซึ่งเปึนหน่วยงานที่ขึ้นกับกรมวิชาการเกษตรไปเก็บตัวอย่าง เก็บตัวอย่างแล้วส่ง เข้ามาวิเคราะห์ที่กรมวิชาการเกษตร ดิฉันก็ได้ตามเรื่องให้ พบว่าผลออกมาเปึนปุิยปลอม ทั้ง ๓ สูตร ดิฉันก็ได้เรียนท่านรัฐมนตรีเมื่อพบกับท่าน แล้วก็ถามพี่น้อง และถาม กรมวิชาการเกษตรว่า แล้วจะดําเนินการอย่างไรต่อไป ก็บอกจะต้องดําเนินคดีกับ ทั้งผู้ผลิต ผู้ขาย ผู้บรรจุ แล้วถามว่าแล้วพี่น้องจะได้เงินคืนไหม ราชการบอกดิฉันว่า ก็ไปฟัองแพ่งเอา ดิฉันตกใจนะคะ ให้พี่น้องเกษตรกรไปฟัองแพ่ง แต่ตอนนี้ดําเนินการ ไปแล้วค่ะว่า สกต. ซึ่งเปึนผู้ขายก็ไปคุยกับพี่น้องแล้วว่าจะคืนเงินค่าซื้อให้ เงินต้นทุน ค่าซื้อปุิยให้ ส่วนที่จะชดเชยเท่าไรเขากําลังตกลงกันว่าถ้าผลผลิตได้อย่างไร จะชดเชย ๕๐ เปอร์เซ็นต์อะไร อย่างนี้ค่ะ การที่จะต้องหาปัจจัยการผลิตก็ต้องเปึนปัจจัยการผลิตที่ ๑. มีคุณภาพ แล้วราคาไม่แพงมาขายให้สมาชิกของตัวเองก็ด้วยราคาที่เปึนธรรม เอากําไร เอาค่าบริหารจัดการ แต่ไม่ใช่เพื่อให้กําไรมาก ๆ เพื่อที่จะได้เปึนตัวเลข และเพื่อที่จะไปปันผลกันในตอนหลัง หรือเพื่อที่จะให้โบนัสกรรมการในตอนหลัง ให้มาก ๆ นะคะ เมื่อผลผลิตออกมาแล้วถ้าบอกว่าข้าวในช่วงนี้อย่างไร ๆ ก็ขายข้าวไม่ได้ ราคาอยู่แล้ว เพราะ ๑. ฝนตก ๒. วิธีการเก็บเกี่ยวที่ใช้รถเกี่ยว อย่างไร ๆ มันก็จะไม่ได้อบ ไม่ได้ตากแห้ง ชื้นแน่นอน จะไม่ได้ราคาแน่นอน สหกรณ์น่าจะมีบทบาทเหมือนอย่างที่ ท่าน ส.ส. อรรถวิชช์ พูด มีที่อบไหม สหกรณ์ต้องทํานะคะเพื่อสมาชิกของตัวเอง ต้องคิดหาวิธีแก้ปัญหาให้สมาชิกของตัวเอง ต้องหาที่อบ หาที่วัดความชื้นให้ แล้วต้องประกาศให้เปึนที่รู้ทั่วไป ไม่อย่างนั้นโรงสีจะไม่ยอมรับกติกาตรงนี้ สหกรณ์ ต้องรวมตัวกันค่ะ แล้วก็ทํากระบวนการตรงนี้เพื่อช่วยพี่น้องเกษตรกร หรือบางทีต้องรู้ว่า ข้าวที่อยู่ในนาถูกตกเขียวไปเรียบร้อยแล้ว สหกรณ์จะช่วยสมาชิกเราอย่างไร
พูดถึงเรื่องปุิยนะคะ ถ้าถามว่าไปซื้อปุิยเคมีเปึนปุิยปลอม แล้วก็แพงด้วย แพงนะคะ เดี๋ยวนี้ปุิยยูเรีย ๒๐,๐๐๐ กว่าบาทแล้วตันหนึ่ง บางแห่งนะคะดิฉันถาม เพื่อน ส.ส. ด้วยกัน บางแห่ง ๑๘,๐๐๐ บาท ๑๙,๐๐๐ บาท แถวบ้านดิฉัน ๒๓,๐๐๐ บาท ๒๖,๐๐๐ บาท ทีนี้ถ้าถามว่ามีทางออกอย่างไร รัฐบาลเองก็พยายามรณรงค์ให้ผลิตปุิย อินทรีย์ สหกรณ์ทําไหม ถ้าทํานี่ดิฉันไปพบท่านอธิบดีกรมการพัฒนาที่ดินมาแล้วว่า ถ้าพี่น้องจะทําปุิยอินทรีย์จะทําอย่างไร ท่านบอกให้แต่ละหมู่บ้านถ้ามีกรรมการ รวมมาเลย ๗ คน แล้วก็ให้แจ้งมา แล้วก็จะให้พัฒนาที่ดินลงไปดู แล้วก็ช่วย มีวัสดุต่าง ๆ ช่วยในการที่จะทําปุิยอินทรีย์ เมื่อทําไปสักระยะหนึ่ง สมมุติว่าครบ ๖ เดือนแล้วรวมกันได้ เปึนองค์กรที่เข้มแข็งหรือมีสหกรณ์ก็จะเข้าไปช่วยพัฒนาอีกได้ เพราะฉะนั้นต้องถามว่า สิ่งที่ไม่ได้กลับมาเปึนเงินเปึนทองเปึนหน้าที่ของสหกรณ์ไหมที่จะช่วยสมาชิกของตัวเอง ดิฉันพูดถึงอย่างนี้เพราะว่ากําลังพูดว่าความคิดเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว ดิฉันเคยเปึนข้าราชการ สหกรณ์ออมทรัพย์สมัยนั้นดิฉันก็เปลี่ยนชื่อเรียกสหกรณ์กู้เงิน เพราะส่วนใหญ่สมาชิก ทั้งหลายก็จะไปกู้เงิน แต่คนที่จะเอาเงินเข้าไปฝากเพื่อที่จะออมก็คือคนที่มีเงินมาก ๆ เพราะสหกรณ์ออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงกว่าธนาคารโดยทั่วไป ก็จะมีคนรวยเอาไปฝากไว้ แล้วก็ข้าราชการเล็ก ๆ ก็จะเปึนคนไปกู้ ไม่ค่อยได้ออม เพราะฉะนั้นเรื่องอย่างนี้ค่ะ หรือสหกรณ์ร้านค้า สหกรณ์ต่าง ๆ ดิฉันก็ถึงอยากจะเรียนนะคะว่า ทําอย่างไรหน้าที่ภารกิจของคณะกรรมการบริหาร กคส. กําหนดหลักเกณฑ์วิธีช่วยเหลือส่งเสริมและฟุ๋นฟูสหกรณ์และก็ต้องติดตามด้วยว่า สหกรณ์ที่ได้รับการช่วยเหลือหรือส่งเสริมฟุ๋นฟูเปึนอย่างไร ดิฉันก็อยากจะเรียนว่า ส่งเสริม และฟุ๋นฟูแนวคิดหลักการสหกรณ์กลับมาเสียหน่อยเถอะค่ะ หลายคนว่าดิฉันว่าถอยหลัง เข้าคลอง ดิฉันยังบอกว่า ถ้าสหกรณ์ยึดหลักพอเพียงแล้วก็ดําเนินการร่วมไปกับพี่น้อง เกษตรกรซึ่งไม่ใช้คนรวย ไปคิดหากําไรจากสมาชิก หรือไปคิดหากําไร หรือว่าหารายได้ หาปันผลอะไรต่าง ๆ จากสมาชิกยาก เขาบอกว่าสหกรณ์หลักการสําคัญมากก็คือเปึนการ ปลูกฝังสร้างประชาธิปไตยขั้นพื้นฐาน เราฟุ๋นฟูสิ่งเหล่านี้ หลักการสหกรณ์ ๕ - ๖ ข้อ ฟุ๋นฟูอีกครั้งหนึ่งได้ไหม กราบเรียนท่านรัฐมนตรีซึ่งขณะนี้ท่านไม่ได้นั่งอยู่ตรงนี้แล้วนะค่ะ แล้วก็ยังอยากจะเรียนถามอีกว่า โครงสร้างที่ท่านทั้งหลายทํามา สหกรณ์เมื่อก่อนจะ พัฒนาในแนวราบ แต่ตอนนี้ก็พัฒนาในแนวดิ่งมากขึ้น กรรมการทั้งหลายไม่ว่าจะเปึน กรรมการบริหาร กคส. หรือกรรมกรรมหรือคณะกรรมการพัฒนาสหกรณ์แห่งชาติก็ตาม เปึนข้าราชการเกือบทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นสหกรณ์พัฒนายากจะถูกครอบงําแล้วก็ไม่โต ประชาชนอาจจะคิดอะไรด้วยตัวเองได้น้อย อาจจะคิดได้ไม่เร็ว แต่เมื่อไรที่มีข้าราชการ ไปนั่งอยู่ด้วยเขาจะไม่คิดเลย เขาจะโตอยากนะคะ ในบางแห่งซึ่งตอนนี้ก็ปรับไปเยอะ แล้วค่ะ หลายแห่งสหกรณ์การเกษตรประจําอําเภอ ไปตั้งอยู่ที่สํานักงานของ สหกรณ์อําเภอ วิ่งกันอยู่บนนั้น ดิฉันเห็นแล้วก็ไม่สบายใจ แต่เดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่เขาก็มีเงิน มีกําไรจากสมาชิกแล้วก็มาสร้างสํานักของตนเองมากขึ้น ถามท่านด้วยว่าถ้าสมมุติว่า โครงสร้าง สหกรณ์หลายสหกรณ์อยู่ใกล้กัน เขาบอกว่าเพื่อที่จะใช้ทรัพยากรร่วมกัน ก็รวมกันขึ้นมาแล้วก็ตั้งเปึนชุมนุมสหกรณ์ จากชุมนุมสหกรณ์หลาย ๆ แห่ง แล้วก็ จะมีสันนิบาตสหกรณ์ ซึ่งจะมีทุกสหกรณ์มารวมกันดิฉันก็ยังคิดว่าต้องถามว่าท่านต้อง ออกแบบให้ดี ว่าโครงสร้างตรงนี้ถ้าขึ้นไปสู่มากขึ้นเลือกตัวแทนของแต่ละแห่งขึ้นไปแล้วก็ สูงเปึนชั้น ๆ ขึ้นไปมันก็จะถอดทิ้งสมาชิก มันก็จะห่างสมาชิกของตัวเองออกไปทุกที จะมีวิธียึดโยงอย่างไรในระดับชาติ สันนิบาตสหกรณ์ออกมาเปึนชุมนุมระดับชาติ ระดับจังหวัด จะยึดโยงกับสมาชิกอย่างไร จะคิดหรือจะคิดอย่างไรว่าตัวเองเปึนตัวแทน กรรมการทุกระดับ กรรมการทุกสหกรณ์ คิดได้ไหมว่าตัวเองเปึนสมาชิก เปึนตัวแทน สมาชิกทั้งหลายที่เขาเลือกเข้าไปเพื่อที่จะบริหารจัดการเพื่อแก้ปัญหาของพี่น้องสมาชิก ช่วยโอบอุ้มพี่น้องสมาชิก ช่วยสร้างคุณภาพที่ดีแก่สมาชิก แต่ไม่ใช่เข้าไปเพื่อที่จะไป บริหารจัดการด้วยตัวเอง แล้วก็ไม่ฟังเสียงสมาชิกเลย ก็ฝากท่านด้วยนะค่ะว่าดูหน่อยว่า จะยึดโยงอย่างไร ระหว่างสมาชิกข้างบนกับข้าง เพราะว่าอย่าให้ประชาธิปไตยทั้งหลาย มันไปรวมศูนย์อยู่ระดับบน ๆ ขึ้นไปเสียทั้งหมด ฝากถามอีกเปึนข้อสุดท้าย มีบางร่าง นายทะเบียนสหกรณ์เปึนท่านอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ แล้วก็บางร่างก็จะเปึน ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดิฉันก็คิดอย่างเดียวค่ะว่า ถ้าใหญ่มากเวลาท่านน้อย แล้วความคิด วิธีคิดของท่านก็จะต่างจากคนระดับล่าง ๆ ไปมาก ถ้าเปึนแค่อธิบดีน่าจะพอ ขอบพระคุณค่ะ