สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

สมคิด บาลไธสง หารือเรื่องพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 โดยชื่นชมผู้ที่มีส่วนร่วมในการร่างและพูดถึงมาตราที่สนับสนุนเห็นด้วย รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของคณะกรรมการพัฒนาสหกรณ์แห่งชาติ และเสนอให้เปลี่ยนแปลงมาตรา 7 เพื่อให้สหกรณ์มีสิทธิบุริมสิทธิพิเศษในการจัดการเงินต่าง ๆ ของสมาชิก และเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนระบบสหกรณ์ด้วยการนำเงินงบกลางไปสนับสนุน

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดหนองคาย อันดับแรกขอชื่นชม ผู้ที่มีส่วนร่วมในการร่างพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมจะอภิปราย ประมาณ ๗ – ๘ มาตราที่สนับสนุนเห็นด้วย ซึ่งกระผมเองได้อยู่ในวงการสหกรณ์มาร่วม ๓๐ ป้ พระราชบัญญัติสหกรณ์ ๒๕๔๒ จนกระทั่งป้นี้ก็ร่วม ๒๘ – ๒๙ ป้ผ่านมา ก็มีส่วนบกพร่อง แม้แต่ร่างพระราชบัญญัติสหกรณ์ ป้ ๒๕๔๒ ก็เคยได้ร่วมเสวนา ได้เคยคัดค้านในบางส่วนแต่ก็ผ่านเปึนกฎหมายมานะครับ โดยเฉพาะมาตรา ๓ ที่ยกเลิก มาตรา ๙ เกี่ยวกับเรื่ององค์ประกอบของคณะกรรมการพัฒนาสหกรณ์แห่งชาติ อันนี้สาระสําคัญก็ไม่มีอะไรมากเพียงแต่เปลี่ยนปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาเปึน รองประธาน อันนี้สาระมีแค่นี้ครับ แต่ก่อนเขาเอาอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์มาเปึน รองนั้นก็ขัดหลักของสหกรณ์อยู่ ได้โต้เถียงกันตั้งแต่ป้ ๒๕๔๒ ก่อนที่จะออกกฎหมาย ฉบับนี้ว่าที่เขาเอาอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์มาเปึนรองประธานกรรมการพัฒนาสหกรณ์ ก็เพราะว่าเดิมทีนั้นข้าราชการผู้หลักผู้ใหญ่ไม่มีเวลามาดูแลกิจกรรมสหกรณ์ จะประชุม สหกรณ์ระดับชาติเมื่อไรก็ไม่เข้าร่วมประชุม อันนี้ความเปึนมา เขาถึงเอาคนที่ใกล้ชิด รู้เรื่องสหกรณ์ที่สุดคืออธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์มาเปึนรองประธานเพื่อจะดําเนินการ แทนประธาน รัฐมนตรีก็ไม่รู้เรื่องสมัยนั้น เพราะฉะนั้นก็เลยเอาอธิบดีกรมส่งเสริมมาเปึน รองประธาน ตอนนี้ก็เลยมาเปลี่ยนใหม่เอาปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาเปึน รองประธานแทนอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ สาระก็มีแค่นี้นะครับ

สําหรับมาตรา ๔ ยกเลิกมาตรา ๑๕ ในเรื่องให้อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปึนนายทะเบียน อันนี้ก็เพิ่มอํานาจ เปึนการเพิ่มอํานาจให้นายทะเบียน แต่ก่อน นายทะเบียนใช้อํานาจแค่แต่งตั้งข้าราชการในกรมส่งเสริมสหกรณ์เท่านั้นเปึน รองนายทะเบียน แต่ตอนนี้ทางผู้ร่างก็ได้เพิ่มอํานาจให้อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์แต่งตั้ง ข้าราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่เฉพาะกรมส่งเสริมสหกรณ์ อันนี้คือสาระ ตําแหน่งต้องไม่ต่ํากว่าผู้อํานวยการหรือเทียบเท่าเปึนรองนายทะเบียน สาระมีแค่นี้ครับ ก็ถูกต้องนะครับ ผมก็เห็นด้วยกับผู้ยกร่างที่รัฐบาลเสนอมา

สําหรับมาตรา ๕ ให้ยกเลิกมาตรา ๓๐ เพราะมีสาระสําคัญก็คือ คณะกรรมการพัฒนาสหกรณ์ไม่ใช่แห่งชาตินะครับ พัฒนาสหกรณ์ อันนี้เดิมอธิบดี กรมส่งเสริมสหกรณ์เปึนกรรมการ ก็เลยตัดอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ที่เปึนกรรมการ เฉย ๆ ออกไป อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ก็มาเปึนประธานกรรมการพัฒนาสหกรณ์ มีแค่นี้สาระสําคัญ ก็เพียงเปลี่ยนตําแหน่งกัน แต่ก่อนไปเปึนรองประธานกรรมการ พัฒนาสหกรณ์แห่งชาติพอออกมาเปึนกรรมการเฉย ๆ ก็เลยตัดออก ก็ยกขึ้นไป เปึนประธานพัฒนาสหกรณ์เท่านั้นครับ

สาระสําคัญส่วนสําคัญอีกส่วนหนึ่งก็คือมาตรา ๗ ให้ยกเลิกความ ในมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ดังนี้ ในระหว่างที่สมาชิกภาพของสมาชิก ยังไม่สิ้นสุดลง ห้ามมิให้เจ้าหนี้ของสมาชิกใช้สิทธิเรียกร้องหรืออายัดค่าหุ้นของสมาชิก ผู้นั้น อันนี้คือปัญหาของสหกรณ์ โดยเฉพาะสหกรณ์ออมทรัพย์ปัญหามาก บางสหกรณ์ จะล้มละลายไปก็มี เนื่องจากว่าเดิมทีนี้กฎหมายมาตรานี้ไม่ได้แก้ไข ก็เลยเป่ดช่องว่าง ให้คนที่เปึนเจ้าหนี้ของสมาชิกสหกรณ์ สมมุติว่าผมเปึนสมาชิกสหกรณ์ แล้วไปยืมเงิน ภายนอกพอไปใช้จ่ายเงินเขา เขาก็ฟัองฟัองแล้วเขาเอาคําสั่งศาลไปบังคับค่าหุ้น นี่คือ ปัญหาในอดีตนะครับ พอเห็นร่างอันนี้มาถ้าผ่านสภานี้ไปก็คงจะเกิดประโยชน์ทําให้ สหกรณ์เข้มแข็งมาก คนภายนอกไม่สามารถที่จะไปยึดค่าหุ้นของสมาชิก ซึ่งค่าหุ้นของ สมาชิกก็คือเงินหมุนเวียนอยู่ในสหกรณ์ อันนี้ผู้ร่างรู้สึกเข้าใจดีอย่างมากเลย ทําให้ สหกรณ์จะเข้มแข็งมากไม่ให้คนที่หาเงินนอกระบบกับสมาชิกสหกรณ์จะมายึดค่าหุ้นหรือ เรียกร้องสิทธิต่าง ๆ อันนี้ก็ดี เมื่อสมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลงสหกรณ์มีสิทธินําเงิน ตามมูลค่าหุ้นที่สมาชิกมีอยู่มาหักกลบลบหนี้ที่สมาชิกผูกพันต้องชําระหนี้แก่สหกรณ์ได้ และให้สหกรณ์มีฐานะเปึนเจ้าหนี้บุริมสิทธิพิเศษเหนือเงินค่าหุ้นนั้น อันนี้ผมว่าคนที่ร่าง เข้าใจมากเลย ถ้าทําอย่างนี้ได้ถ้าผ่านไปแล้วบุคคลภายนอกเข้ายุ่งไม่ได้เลย เพราะว่า สหกรณ์เปึนผู้มีบุริมสิทธิในเงินต่าง ๆ ของสมาชิก แต่ก่อนข้อความอย่างนี้มันไม่มี เมื่อไม่มีก็อาศัยว่าคําสั่งศาลไปบังคับให้สหกรณ์ต้องจ่ายโอนค่าหุ้นหรือจ่ายค่าหุ้น ให้สมาชิกนั้นออกไป แล้วก็เอาค่าหุ้นไปชําระหนี้บุคคลภายนอก อันนี้คือปัญหาในอดีต ที่ผ่านมาเปึนเวลาเกือบ ๒๐ - ๓๐ ป้แล้วครับ

สําหรับมาตรา ๘ ก็ให้เพิ่มเติมข้อความในมาตรา ๔๒/๑ มาตรา ๔๒/๒ อันนี้ก็เปึนลักษณะที่ว่าเดิมทีนั้นสหกรณ์ คือก่อนเราจะเขียนสัญญาสหกรณ์ เขาจะเขียน ในสัญญาเปึนข้อความผูกพันไว้เลยว่า ผู้บังคับบัญชาหรือหน่วยงานต้นสังกัดต้องหักเงิน ชําระหนี้ให้สหกรณ์เปึนอันดับต้น คือเขียนไว้หลวม ๆ เมื่อเขียนไว้หลวม ๆ พอมาแก้ตรงนี้ ก็ทําให้เกิดข้อดีขึ้นมาก คือว่าสหกรณ์หรือหน่วยงานที่เจ้าหน้าที่หรือสมาชิกหรือสังกัด หรือลูกจ้างอยู่ในสถานประกอบการจะต้องขอร้องบังคับเลยนะครับ ให้หน่วยงานต่าง ๆ นั้น หักเงินให้สหกรณ์ก่อนที่เปึนหนี้ผูกพันให้โดยพลัน จนกว่าหนี้หรือภาระผูกพันนั้นจะระงับสิ้นไป โดยเฉพาะมาตรา ๔๒ ที่แก้ไขเพิ่มเติม วรรคสาม การหักเงินตามวรรคหนึ่งต้องหักให้สหกรณ์เปึนลําดับแรก แต่ก่อนไม่ลําดับแรก นะครับ คืออย่างนี้แต่ก่อนสมมุติผมเปึนครู แทนที่ผู้บังคับบัญชาจะหักเงินเดือนของครู ให้สหกรณ์ แต่มีธนาคารอื่นมาจัดลําดับไว้ก่อนไม่มีบุริมสิทธิ์ก็ต้องไปหักให้ธนาคาร เพราะธนาคารให้รายได้แก่ผู้บังคับบัญชา สหกรณ์ไม่ได้ให้เลยครับ เพราะฉะนั้น ผู้บังคับบัญชาที่เห็นแก่รายได้ เห็นแก่ประโยชน์เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็หักเงินให้สถาบัน การเงินก่อน ที่เหลือมาให้สหกรณ์ ให้ไม่ครบตามจํานวน เมื่อไม่ครบตามจํานวนสมาชิก เกิดการผิดนัด เมื่อผิดนัดก็ถูกไล่ออกจากสหกรณ์ มันก็วงจรอยู่อย่างนี้ครับ สหกรณ์ก็คลอนแคลน ๆ เพราะว่าไม่รู้จะทําอย่างไร เพราะว่าเงินจะหักชําระหนี้ เพราะว่า ในกฎหมายสหกรณ์บอกว่า ต้องหักในวันสิ้นเดือนครบตามจํานวนทั้งต้นและดอกเบี้ย เพราะฉะนั้นเมื่อหักให้สถาบันการเงินอื่นก็ทําให้สมาชิกไม่สามารถหักเงินให้สหกรณ์ ที่ตัวเองเปึนหนี้ได้ก็เลยถูกให้ออก เพราะว่าผิดนัด ๒ ครั้งติดต่อกันก็ถูกให้ออก แล้วให้ ออกจากสมาชิก เมื่อออกจากสมาชิกถ้าเขามีคําสั่งศาลอื่นเขาก็มายึดค่าหุ้นอีก อันนี้คือปัญหาในอดีต เกือบ ๓๐ ป้ที่เปึนปัญหานี้มา ถ้าแก้ไขตรงนี้ได้ก็สุดยอดเลยครับ สหกรณ์ไม่มีทางล้มครับ โดยเฉพาะสหกรณ์ออมทรัพย์ครูหรือข้าราชการประจํา ซึ่งมีเงินเดือนให้หักจะไม่มีปัญหาเลยครับ จะเปึนองค์กรที่จะช่วยเหลือให้สมาชิกเรา หรือเปึนองค์กรการเงินที่เข้มแข็งที่สุด ถ้าเปึนไปได้ผมอยากเสนอให้ทางรัฐบาลได้นําเงิน หรือส่วนใดส่วนหนึ่ง งบกลางอะไรก็ตามไปสนับสนุนระบบสหกรณ์ ถ้าระบบสหกรณ์ มีเงินหมุนเวียน ดอกเบี้ยถูก ไม่จําเปึนต้องไปหาเงินไปให้ครูหรือข้าราชการยืมนะครับ ขอให้เขาลดต้น ลดดอกเบี้ยลง จาก ๑๐,๐๐๐ บาท เหลือ ๕,๐๐๐ บาท เขาเหลือเงินไว้ใช้ ๕,๐๐๐ บาท มันก็จะดีกว่าที่หาเงินไปให้ยืมหลาย ๆ ครั้ง หลาย ๆ สถาบันแล้วทําให้เขา ไม่มีกําลังส่งเงิน ยิ่งมีปัญหามากครับ

สําหรับมาตรา ๙ นะครับ อันนี้เกี่ยวกับเรื่องรับฝากเงินประเภทออมทรัพย์ หรือประเภทประจําจากสมาชิกหรือสหกรณ์อื่น แต่ก่อนมีแค่นี้ครับ สหกรณ์สามารถที่จะ รับเงินฝากประเภทออมทรัพย์หรือประเภทประจําจากสมาชิกหรือสหกรณ์อื่น มีแค่นี้ครับ แต่ผู้ร่างเสนอเพิ่มเติมมาว่า หรือสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ซึ่งมีสมาชิกเปึนสมาชิก สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง นี่สุดยอดเลยครับความคิดนี้ เพราะว่า สหกรณ์ออมทรัพย์ครู ผมยกตัวอย่างจังหวัดผมที่ผมสังกัดอยู่นะครับ เดี๋ยวนี้ ผมคิดว่าผมเปึนคนหนึ่งที่เปึน ส.ส. ซึ่งเปึนสมาชิกอยู่ ผมก็เปึนสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ ครูหนองคายนะครับ ผมมาเห็นตรงนี้ก็รู้สึกดีใจแทนวงการสหกรณ์ เพราะว่าแต่ก่อน ไม่ได้กําหนดให้ แต่ก่อนถ้าจะเอาเงินสมาคมมาฝากมาอะไรมีความผิดเลยนะครับ เอาเรื่องเอาราวกัน แต่ตอนนี้ได้เพิ่มเข้ามา ได้เอาเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ของสมาชิก จริง ๆ แล้วฌาปนกิจสงเคราะห์ของสมาชิกของสหกรณ์แต่ละสหกรณ์นั้นมันเปึนเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว แต่เขาไม่สามารถที่จะเอาเงินส่วนนี้มาฝาก ถ้ามาฝากสหกรณ์ ก็จะเอาเงินส่วนฌาปนกิจสงเคราะห์นี้มาหมุนเวียนให้สมาชิกยืมอีกทอดหนึ่ง อันนี้ก็ดีมากครับ ผมก็สนับสนุนนะครับ

สําหรับมาตราสุดท้ายที่ผมจะอภิปราย มาตราอื่นผมถือว่าปกติแล้วครับ ไม่มีปัญหา มาตราสุดท้ายก็คือเกี่ยวกับเรื่องการจัดสรรกําไรสุทธิประจําป้ของสหกรณ์ ให้จัดสรรเปึนทุนสํารองไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑๐ ของกําไร อันนี้ก็ปกติครับ และเปึนค่าบํารุง สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยตามอัตราที่กําหนดในกฎกระทรวง แต่ต้องไม่เกิน ร้อยละ ๕ ของกําไรสุทธิ อันนี้คือเรื่องใหม่ แต่ก่อนไม่ได้กําหนดไว้ แต่ก่อนกําหนดเปึนตัวเงิน กําหนดว่าให้จัดสรรเงินสํารองไปเปึน ค่าบํารุงสันนิบาตสหกรณ์ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท ว่าเช่นนี้นะครับ แต่ตอนนี้เปลี่ยนเปึนว่า ต้องไม่เกินร้อยละ ๕ ของกําไรสุทธิ นี่ล่ะครับ คือแต่ก่อนแล้วแต่ใครจะส่งให้สันนิบาต สหกรณ์ ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท บางสหกรณ์ก็ ๑,๐๐๐ บาท บางสหกรณ์ก็ ๕,๐๐๐ บาท บางสหกรณ์ก็ ๓,๐๐๐ บาท บางสหกรณ์ก็ ๑๐,๐๐๐ บาท อย่างสหกรณ์ออมทรัพย์ครู หนองคาย เราจ่าย ๑๐,๐๐๐ บาท มาเปึนเวลา ๓๐ – ๔๐ ป้ นี่ล่ะ สันนิบาตสหกรณ์ ถึงไม่เข้มแข็งเพราะไม่มีรายได้อะไรเลย เพราะเงินบํารุงสันนิบาตไม่มี บางสันนิบาตก็ให้ ๕๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท อย่างนี้ ตอนนี้มากําหนดว่าไม่เกินร้อยละ ๕ ของกําไรสุทธิ มันก็เท่ากับยกระดับหรือเพิ่มจํานวนเงินขึ้นมา แทนที่เขาจะเอาว่า ๑๐,๐๐๐ บาท เราอาจจะให้ ๑๐๐,๐๐๐ บาทก็ได้ สหกรณ์ที่ประสบผลสําเร็จ เมื่อสันนิบาตสหกรณ์ ได้รับเงินจัดสรรกําไรสุทธิจากสหกรณ์ต่าง ๆ เพิ่มขึ้นเพราะมีเงินหมุนเวียน สันนิบาต สหกรณ์เขาเข้มแข็ง สันนิบาตสหกรณ์ก็อาจจะมีโครงการต่าง ๆ พัฒนาสหกรณ์ ให้เจริญก้าวหน้าขึ้นไป สําหรับร่างนี้ ส่วนที่เหลือผมไม่อภิปรายเพราะอ่านแล้วไม่มีอะไร ที่เปึนสาระสําคัญ

สิ่งที่ผมอยากเสนอตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมก็คือ วาระในการดํารงตําแหน่ง ของกรรมการ เดี๋ยวนี้เราก็พูดกันทุกอย่าง ส.ส. เปึนผู้แทนราษฎรก็ไม่เคยบอกว่า ให้อยู่วาระ ๒ ป้ ผมต่อสู้มาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๒ เรื่องวาระของการเปึนกรรมการสหกรณ์ ส.ส. เปึนไม่มีกําหนดวาระ รัฐมนตรีเปึนจนตายก็ได้ ไม่กําหนดวาระ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ๒ ป้ เห็นไหม ๒ วาระ ไม่ใช่ ๒ ป้ แล้วก็ให้เปึนอีก ครั้งนั้นคนเขามีคุณภาพ เขากําลังมีความคิดปราดเปรื่องที่จะพัฒนาท้องถิ่น พัฒนาบ้านเมืองของเขา เรากลับไป จํากัดสิทธิของเขาไว้ ผมบอกเหมือนกัน ป้ ๒๕๔๒ โต้กันอยู่ที่โรงแรมแม่น้ํา ผมยังจําได้ว่า มาจํากัดทําไม เรื่องวาระการดํารงตําแหน่งของกรรมการ อยากเพิ่มเติมตรงนี้ สหกรณ์ ในประเทศไทยเรามีเปึนพัน ๆ สหกรณ์ เพราะฉะนั้นเมื่อสหกรณ์มีมาก บางสหกรณ์เพิ่งตั้ง มาได้เดือนเดียวอย่างนี้ พอเปึนกรรมการได้ ๒ วาระ ก็ให้ออกแล้ว ยังไม่เชี่ยวชาญ อะไรเลย แล้วมันก็มีปัญหาเพราะเราเขียนกําหนดจํากัดวาระเขาไว้ มันมีสหกรณ์ที่เก่ง ๆ ไม่ถึง ๑๐๐ สหกรณ์ ในประเทศไทย นี่สหกรณ์ของเราถึงไม่เข้มแข็ง ถ้าเราอยากให้ สหกรณ์เข้มแข็ง อย่าจํากัดสิทธิเขาเพราะว่าเขากําลังมีความคิดที่พัฒนาสหกรณ์ของเขา ให้รุดหน้าไป แล้วเรามาต้องหยุดนะ ไม่ให้เปึนอีก ต้องพักอย่างนี้ ซึ่งไม่ทราบหลักการอันนี้ ใครนําเอามาคิด ถ้าเขาทํางานได้ เขามีความศรัทธาจากสมาชิกหรือประชาชนก็ตาม หรือไม่ว่านักการเมืองก็ตาม เมื่อเขามีศรัทธา เขาน่าจะได้รับหน้าที่นี้แทน น่าจะเปลี่ยน ความคิดอันนี้แล้ว จริง ๆ แล้วในอดีต ในสหกรณ์ใหญ่ ๆ ไม่ว่าในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การไฟฟัาฝ์ายผลิตแห่งประเทศไทย การประปานครหลวง ซึ่งมีเงินเปึนหมื่นล้านบาท แสนล้านบาท การบินไทยอย่างนี้ สาเหตุที่มากําหนดตรงนี้ เพราะว่าแย่งเปึนกรรมการกัน ถ้าไม่เปลี่ยน คนใหม่ไม่ได้เปึน ก็เลยดันกันให้หยุดวาระ นี่คือสาเหตุ จากสหกรณ์ใหญ่ ๆ ไม่กี่สหกรณ์ แต่สหกรณ์เล็กกระเทือนไปหมดเลย เมื่อถูกเปลี่ยน กําลังจะเปึนงาน กําลังจะทํางานคล่องก็ถูกพัก เอาคนใหม่มาฝ๊ก เปึนอย่างนี้ล่ะครับวงการสหกรณ์ ถ้าแก้ได้โดยเฉพาะระยะเวลาในการดํารงตําแหน่งอย่างนี้ ก็สุดยอดแล้วนะครับ ขอบคุณมากครับ