สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ กล่าวถึงการซื้อเสียงในการเลือกตั้ง โดยกล่าวว่าการใช้เงินซื้อเสียงเป็นอันตราย และการแก้ปัญหานี้คือการชู นโยบายต่าง ๆ ให้ประชาชนได้รับประโยชน์

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ ผมมีกําเนิดแจ้งเกิดทางการเมืองเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากการ เลือกตั้งครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๒๒ มาถึงปัจจุบันนี้ก็ย่างเข้าป้ที่ ๒๙ จะเข้าสู่ ป้ที่ ๓๐ เปึน ส.ส. ครั้งแรกสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ที่ทุกวันนี้แม้จะไม่ได้เปึนสมาชิกพรรค แต่ผมก็ยังระลึกถึงอยู่ตลอดเวลา ผมเริ่มต้นอย่างนี้เพื่อที่จะกราบเรียนท่านประธานว่า เมื่อป้ ๒๕๒๒ ผมอยู่พรรคประชาธิปัตย์ มี ส.ส. รุ่นพี่หลายคน เวลาไปปราศรัย ไปอภิปรายทางการเมืองมักจะมีคําพูดคมคาย ผมจํานักการเมืองอาวุโสรุ่นพี่ท่านหนึ่ง ได้พูดไว้ว่า อันนักปราชญ์ราชบัณฑิตสามารถเอาชนะทุกสิ่งทุกอย่างได้ แพ้อยู่อย่างเดียว คือคนหน้าด้าน ผมก็สงสัยก็ถามบอกว่าพี่ อันนักปราชญ์ราชบัณฑิต สามารถเอาชนะ ทุกสิ่งทุกอย่างได้นั้นหมายความว่ากระไร แล้วแพ้อยู่อย่างเดียวคือคนหน้าด้านนั้น หมายความว่ากระไร ก็ได้รับฟังคําอภิปรายชี้แจงว่า นักปราชญ์ราชบัณฑิตนั้นสามารถ เอาชนะทุกสิ่งทุกอย่างได้ ดูอย่างธรรมชาติเรายังสามารถเอาชนะได้ น้ําท่วม สร้างเขื่อน กักเก็บน้ําเพื่อบรรเทาความรุนแรงของน้ํา นี่ทํากันแล้วทั่วทั้งบ้านทั้งเมือง ฝนแล้ง ทําฝนเทียม ก็สามารถที่จะก่อให้เกิดฝนตกในหลาย ๆ พื้นที่ จนเปึนที่รู้กันว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระปรีชาสามารถในเรื่องนี้ ได้รับการยกย่องว่า เปึนปราชญ์ เปึนพระมหากษัตริย์ที่มีผลงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรอยัล เรน (Royal rain) ที่ฝรั่งเขาเรียกกัน ก็เข้าใจแล้วว่า อันนักปราชญ์ราชบัณฑิตสามารถเอาชนะทุกสิ่งทุกอย่างได้ แม้กระทั่งธรรมชาติ แต่ถ้อยคําต่อไปที่บอก แพ้อยู่อย่างเดียวคนหน้าด้านนั้นหมายความว่า อย่างไร ส.ส. รุ่นพี่ท่านนั้นอธิบายว่า คนหน้าด้านมันทําได้ทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้มันชนะ เดี๋ยวนี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่าเปึนความจริง คนบางคนลุกขึ้นมาวิปบริพาทเรื่องของการใช้เงิน ซื้อเสียงการเลือกตั้ง น่าฟังเหลือเกิน มีเหตุมีผล ชี้ให้เห็นชัดเจนถึงความไม่ถูกต้อง ความเสื่อมเสียที่จะเกิดขึ้นแก่ชาติบ้านเมือง แต่ขณะเดียวกันคน ๆ นั้นสามารถปากด่าไป มือแจกเงินไป เห็นมากมายเหลือเกินท่านประธาน ที่แน่ ๆ ท่านประธานครับ ผมบอกว่า ผมเปึน ส.ส. สัดส่วน แต่เดิมผมเปึน ส.ส. จังหวัดราชบุรี จังหวัดราชบุรีดูเหมือนจะสร้าง ประวัติศาสตร์ เปึนครั้งแรกในประวัติศาสตร์จริง ๆ ที่คนทําผิดกฎหมายเลือกตั้งใช้เงิน ซื้อเสียงจนถูกศาลฎีกาพิพากษาลงโทษถึงจําคุก นี่ดีนะครับศาลฎีกามีเมตตาให้โทษจํา ให้รอลงอาญา ผมคงไม่ต้องบอกล่ะครับว่าเกิดขึ้นจากพรรคการเมืองใด อย่างไรก็ตาม ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า มาถึงวันนี้การเมืองได้พัฒนาก้าวไกลไปเยอะ ต่อไปการซื้อเสียงก็คงจะต้องหมดไปเอง ดูจากการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ ที่ผ่านมา ผมยืนยันได้ ท่านประธานครับ คนที่แจกเงิน คนที่จะเอาเงิน จ้างชาวบ้านไปลงคะแนน ชาวบ้านผู้มีสิทธิเลือกตั้งเขาไม่ปฏิเสธเงิน เขารับ แต่ไม่ ลงคะแนนให้ แพ้ไปมากมายก่ายกอง เหตุที่ชาวบ้านไม่เลือกคนแจกเงิน แล้วไปเลือกพรรคการเมืองที่ตัวเองชอบ มีตัวอย่างให้ เห็นมากมายเหลือเกินท่านประธานครับ ต่อไปนี้พรรคการเมืองต้องสู้กันด้วยนโยบาย ต้องทํางานการเมืองให้อยู่ในความรักของประชาชน ยกตัวอย่างที่ผมได้มีโอกาสคุยกับ อดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ท่านบอกผมว่าการใช้เงินซื้อเสียงนั้นเปึนอันตรายแน่นอน เพราะฉะนั้นเราต้องแก้ แล้วท่านบอกกับผมว่าท่านแก้ได้สําเร็จ แก้ได้สําเร็จก็โดยการชู นโยบายต่าง ๆ ให้ประชาชน บางท่านก็ไปวิพากษ์วิจารณ์ว่าเปึนนโยบายประชานิยม ซึ่งก็ แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน แต่ที่แน่ ๆ คือประชาชนได้ประโยชน์ ยกตัวอย่าง ท่านประธานครับ พวกซื้อเสียงมันซื้อกันอย่างนี้ สมมุติว่าในหมู่บ้านมีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ๖๐๐ คน คนซื้อเสียงไม่ได้แจกกันไปหมดทุกคนหรอกครับ อย่างเก่งก็ซื้อแค่ ๔๐๐ คะแนน คะแนนละ ๒๐๐ บาทก็จ่ายไป ๘๐,๐๐๐ บาท ให้หัวคะแนนเปึนค่าบริหารจัดการอีก ๒๐,๐๐๐ บาท เบ็ดเสร็จก็ประมาณ ๑ แสนบาท อดีตที่ชาวบ้านรับเงิน ๑ แสนบาท แล้วก็ ลงคะแนนให้กับคนที่แจกเงินอย่างนั้นแหละ เดี๋ยวนี้ชาวบ้านไม่หรอกครับ ชาวบ้านบอกว่า เลือกพรรคที่มีนโยบายดี ๆ ดีกว่า นโยบายดี ๆ ที่ว่านี้นโยบายอะไรครับ นโยบาย เอสเอ็มแอลท่านประธาน เอส (S) ก็คือหมู่บ้านขนาดเล็ก เอ็ม (M) คือหมู่บ้านขนาดกลาง แอล (L) คือหมู่บ้านขนาดใหญ่ หมู่บ้านขนาดเล็กเอาไป ๒ แสนบาท หมู่บ้านขนาดกลาง ๒๕๐,๐๐๐ บาท ถ้าหมู่บ้านขนาดใหญ่เอาไป ๓ แสนบาท รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง สมมุติว่าอยู่ ๔ ป้ แต่ละป้จัดเงินไปให้ตรงนี้ ชาวบ้านก็สามารถที่จะไปบริหารจัดการได้ โดยมีคณะกรรมการหมู่บ้าน บอกว่าได้งบประมาณมาตรงนี้จะทําอะไร บางหมู่บ้าน ก็ทําถนนคอนกรีต บางหมู่บ้านก็เอาเงินไปพัฒนาโรงเรียน บางหมู่บ้านก็ไปติดเสียง ตามสาย บางหมู่บ้านก็ไปพัฒนาวัดวาอารามต่าง ๆ แล้วถ้ารัฐบาลอยู่ครบ ๔ ป้ ป้ละ ๒ แสนบาท หมู่บ้านนั้นได้เงินถึง ๘ แสนบาท แทนกับการเลือกตั้งที่เขาใช้เงินซื้อเสียง จ่ายมาอย่างมากก็ ๑ แสนบาท ๔ ป้ครั้ง รออีก ๔ ป้มาจ่ายอีกครั้งหนึ่ง ตอนนี้ชาวบ้าน ฉลาดแล้วครับ ไม่เอา เขาจะเลือกพรรคที่สามารถนํานโยบายไปสู่การปฏิบัติที่เห็นมรรค เห็นผล ตอนนี้ผมจะบอกให้ ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้ผมทราบมาว่าเอสเอ็มแอลกําลัง จะออกแล้วครับ ๓ – ๔ – ๕ หมู่บ้านขนาดเล็ก ๓ แสนบาท หมู่บ้านขนาดกลาง ๔ แสนบาท หมู่บ้านขนาดใหญ่ ๕ แสนบาท ตรงนี้ครับต้องสู้กันด้วยนโยบาย แล้วทําให้การใช้เงิน ซื้อเสียงจะค่อย ๆ หมดไป ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้สมาชิกส่วนใหญ่ ที่อภิปรายส่วนมากก็จะหยิบยกเรื่องความเลวร้ายของประเด็นการใช้เงินซื้อเสียง อย่าไป กลัวครับ ถ้ารัฐบาลมีสมรรถภาพ มีความสามารถ ถ้าบริหารอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ประชาชนเขามีความฉลาดในการที่จะเลือกตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองพรรคไหน หรือ แม้แต่โครงการกองทุนหมู่บ้าน สมัยก่อนเดือดร้อนเรื่องเงินเรื่องทองขึ้นมาจะไป หยิบยืมจากใครก็ไม่มีหลักทรัพย์ค้ําประกัน ไม่มีความน่าเชื่อถือเพราะไม่มีคนค้ําประกัน กองทุนหมู่บ้านก็ไปแก้ปัญหาให้เขาหมู่บ้านละ ๑ ล้านบาท ชุมชนเมืองในเขตเทศบาล ก็ชุมชนละ ๑ ล้านบาท และชาวบ้านเขาก็ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาบริหารกองทุน กองทุน ละ ๑๕ คน ช่วยกันดูแลสมาชิกภายในหมู่บ้านหรือภายในชุมชนที่จะมากู้เงินตรงนี้ไปใช้ ตรงนี้ครับที่จะทําให้การเลือกตั้งต่อไปจะดีขึ้นเรื่อย ๆ ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากจะ กราบเรียนต่อไปนิดหนึ่งว่า การรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ทํามา สมาชิกหลายท่านชื่นชมว่าทําได้ดี แต่ผมข้องใจนิดเดียว ท่านเลขาธิการคงจะ ตอบผมได้ กรรมการการเลือกตั้งถึง ๕ คน ๕ ท่านจะไม่มีสักคนหนึ่งเลยมานั่งฟังสมาชิก สะท้อนความรู้สึก ประสบการณ์ หรือข้อคิดเห็น มีแต่ท่านเลขาธิการและข้าราชการ ประจําเข้ามารับฟัง ท่านสามารถถ่ายทอดประสบการณ์และความคิดเห็นของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดให้แก่คณะกรรมการการเลือกตั้งทั้ง ๕ ท่านได้หรือ ผมอยากจะ ฝากว่าการรายงานป้ต่อ ๆ ไปนี้ให้ตัวกรรมการการเลือกตั้ง ๕ คนนี่จัดมาสักคนหนึ่ง ภาคเช้าเอาคนนี้ นาย ก ภาคบ่ายเอานาย ข มานั่งฟังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขาสะท้อนปัญหาให้กรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งเปึนผู้บริหารสูงสุดขององค์กร ได้สัมผัสด้วยตัวเอง น่าจะเปึนสิ่งที่มีผลประโยชน์ มากกว่าที่มีแต่ท่านเลขาธิการและข้าราชการประจํา ซึ่งท่านก็คือผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่สามารถที่จะนําสิ่งที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนไปพูดรายงานครบถ้วน ท่านประธานครับ กกต. ทําดีก็ต้องชม อย่างกรณีการตั้งโครงการต่าง ๆ ที่ปรากฏ ในรายงานนี้ ลูกเสืออาสาช่วยงาน กกต. ต้องชื่นชมว่าเปึนการดึงเครือข่ายลูกเสือมาใช้ ประโยชน์ ลูกเสือนั้นเปึนที่รู้กันท่านประธานครับ ผมขออนุญาต พระบาทสมเด็จ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเปึนพระบิดาลูกเสือไทย ได้ทรงสถาปนา กิจการลูกเสือเมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม ป้ พุทธศักราช ๒๔๕๔ เปึนที่รู้กัน สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรและคนไทยทุกคนรู้หมดว่าลูกเสือนั้นมีคําปฏิญาณอยู่ ๓ ข้อ ๑. ข้าจะจงรักภักดี ต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ๒. ข้าจะช่วยเหลือผู้อื่นทุกเมื่อ ๓. ข้าจะปฏิบัติตามกฎ ของลูกเสือ และกฎของลูกเสือ ๑๐ ข้อนั้น ล้วนมีประโยชน์ต่อการดําเนินวิถีชีวิต ผมจะ ยกมาเปึนตัวอย่างบางข้อ เอาเฉพาะข้อ ๑ กฎลูกเสือข้อ ๑ บอกว่าลูกเสือเปึนผู้มีเกียรติ เชื่อถือได้ ท่านประธานดูสิครับ มีองค์กรใดบ้างที่เขามีความกล้าหาญจะประกาศว่า คนขององค์กรนั้น ๆ เปึนคนมีเกียรติ เชื่อถือได้ ตรงนี้ผมชื่นชมว่า กกต. รู้จักการไปเอา กระบวนการลูกเสือมาเสริมสร้างการทํางานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นี่ชมนะครับ แต่ตําหนินิดหนึ่ง บางครั้งกรรมการ กกต. ตัดสินก็ไม่ถูก เห็นได้ชัด จังหวัดบางจังหวัดที่ไป แจกใบเหลืองให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเหตุผลว่าเชื่อได้ว่ามีการกระทําไม่ถูก หรือไม่สุจริต แล้วเปึนอย่างไร เลือกตั้งใหม่ คนที่ได้ใบเหลืองนั้นก็ได้รับเลือกตั้งกลับมาอีก ด้วยคะแนนที่มากกว่าเก่า ตรงนี้ กกต. ต้องทบทวนแล้วว่าการตัดสินให้ใบเหลืองผู้สมัคร รับเลือกตั้งต้องใช้ความละเอียดรอบคอบมากกว่านี้ แน่จริงถ้าให้ใบเหลืองไปแล้ว ต้องให้ คน ๆ นั้นแพ้เลือกตั้งไปเลยสิครับ นี่ให้ใบเหลืองไปแล้ว แต่เขาก็ชนะกลับมา อย่าง เพชรบูรณ์ ๓ ท่านนี้ คะแนนท่วมท้น มากกว่าเก่าทั้งหมดเลย เสียเงินโดยใช่เหตุในการไป จัดการเลือกตั้ง หรือจังหวัดเชียงรายก็เช่นกัน ผมขอเอ่ยนาม คุณละออง ติยะไพรัช เธอไม่ได้ทําอะไรผิดเลยแม้แต่นิดเดียว เอาไปสาบานที่ไหนก็ได้ พี่ หนูไม่ได้ทําอะไรเลย จริง ๆ ระหว่างหาเสียง หนูออกจากบ้านแทบไม่ได้ มีทหารมาตั้งจุดตรวจอยู่หน้าบ้านหนู จะไปไหนแต่ละครั้งต้องออกทางหลังบ้านเสียด้วยซ้ํา ขยับตัวไม่ได้เลย แต่ กกต. ก็ให้ ใบเหลือง แล้วผลการเลือกตั้งเปึนอย่างไร คุณละออง ติยะไพรัช ได้คะแนนมากกว่าเก่า เห็นไหม นี่ ๒ จังหวัดที่ผมยกมา ต่อไป กกต. ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ ไม่ใช่ยื่น ใบเหลืองให้ส่งเดชอย่างนั้น ผมใช้คําว่า ส่งเดช เพราะถ้าตัดสินว่าเขาผิด ให้เลือกตั้งใหม่ มันน่าจะชี้ชัดโดยประชาชนตัดสินว่าไม่เลือกคนนั้น อันนี้ โอ.เค. ผมจะยอมรับการวินิจฉัย ของ กกต. ก็ฝากไว้เท่านั้นล่ะครับ ที่ดีก็ชม บางอย่างก็ต้องตําหนิกันบ้าง มีเทคแอนด์กีฟ (Take and Give) ขอบคุณครับ