สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

นริศ ขํานุรักษ์ อภิปรายเรื่องความขัดแย้งในกฎหมายเกี่ยวกับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขัดแย้งระหว่างรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการใช้งบประมาณของ กกต. และความรับผิดชอบของผู้มีหน้าที่ในการเลือกตั้ง โดยเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งรับผิดชอบในการอนุญาตให้นักการเมืองที่มีผลกระทบต่อประเทศชาติเข้ารับตำแหน่ง

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตได้อภิปราย รายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ กกต. ไม่กี่ประเด็นนะครับ เพราะว่า จากการศึกษาผมได้พบความขัดแย้งในทางกฎหมายอยู่หนึ่งที่หนึ่งประเด็นที่มีผลต่อ การทํางานของ กกต. มีผลต่อการพัฒนาการเมืองและผมคิดว่าต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็ว นะครับ ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๗ (๔) กําหนดให้มีกองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง เพื่อช่วยเหลือการดําเนินกิจกรรมสาธารณะของชุมชน รวมทั้งสนับสนุนการดําเนินการ ของกลุ่มประชาชนที่รวมตัวกันในลักษณะเครือข่ายให้มีกองทุนพัฒนาการเมืองขึ้น ขณะนี้ กองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองเกิดขึ้นแล้วตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เกิดขึ้นตาม พระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมืองป้ ๒๕๕๐ แต่ว่าในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. มาตรา ๒๘ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ ประธาน กกต. เปึนผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้กําหนดว่าบุคคลซึ่งไปใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งและได้แจ้งเหตุแห่งความจําเปึนซึ่งเปึนเหตุอันควร ย่อมได้รับสิทธิการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง ตรงนี้ขัดแย้งกัน ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญกําหนดให้สนับสนุนในส่วนที่รวมตัวกันเปึนเครือข่าย กลุ่มบุคคลรัฐธรรมนูญเขียนอย่างนั้นนะครับ ว่าลักษณะเครือข่ายทุกรูปแบบให้สามารถ แสดงความคิดเห็นและเสนอความต้องการของชุมชนในพื้นที่ให้กองทุนนี้สนับสนุนเข้าไป ได้ในกลุ่มที่เปึนเครือข่าย แต่ว่า พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ให้สิทธิสนับสนุนกองทุนแก่บุคคลได้นะครับ แต่ว่าถ้าอย่างนั้นถ้าบุคคลไปขอรับจะขัดกับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๗ (๔) ผมคิดว่าความขัดแย้งนี้ควรได้รับการแก้ไขโดยเร็ว เพราะว่า ความขัดแย้งนี้จะนําไปสู่การไม่สะดวกในการใช้เงินพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง ซึ่งเรา จําเปึนจะต้องมีการพัฒนาโดยเร็วและก็หนทางใด ๆ ที่ทาง กกต. จะแสวงหาได้ในการ ช่วยเหลือการเมืองและการพัฒนาไม่ว่าจะเปึนการใช้เงินกองทุนนี้หรืออื่นใดก็ให้รีบ ดําเนินการนะครับ นี่เปึนประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ มีข้อโต้แย้งกันว่าระหว่างการเลือกตั้งการเมืองระดับชาติกับ ท้องถิ่น อันไหนสําคัญกว่า และอันไหนมีการทุจริตมากกว่า และระหว่างการเลือกตั้ง การเมืองระดับชาติกับท้องถิ่นอันไหนทําความเสียหายให้กับบ้านเมืองมากกว่า แต่ว่า ถ้าดูจากรายงานผลการปฏิบัติงานของ กกต. แล้วพบว่าท่านได้ให้ความสําคัญกับ การเลือกตั้งระดับท้องถิ่นน้อยมาก และกระผมคิดว่าความสําคัญของการเลือกตั้ง ในระดับท้องถิ่นยิ่งจะมีความสําคัญมากไปเรื่อย ๆ ดูจากท่านแบ่งหน้ารายงาน การเลือกตั้งท้องถิ่น ท่านแบ่งให้ ๓ – ๔ หน้าครับ แล้วก็สรุปเปึนภาค ๆ สภาไม่อาจจะดูใน รายจังหวัดได้ซึ่งเราก็เห็นความสําคัญในบางจังหวัดอยู่ เราอยากเข้าไปดู แต่ว่าท่านสรุป เปึนภาค ๆ ไปเราไม่อาจเข้าไปดูในรายละเอียดบางจังหวัดที่เราสนใจได้ ก็ฝากเรียน ท่านประธานไปยังเลขาธิการ กกต. ว่าในวันข้างหน้าหากสามารถที่จะให้เราได้ดูใน รายจังหวัดได้ก็จะเปึนผลดีนะครับ และก็ในข้อสังเกต หน้า ๑๒๐ ข้อสังเกตที่ ๒.๘ ส่วนนี้ เห็นด้วยกับ กกต. เปึนอย่างยิ่งและก็อยากให้รีบแก้ไขกฎหมายนะครับ ในเขตเลือกตั้ง ในจังหวัดพัทลุงนายก อบต. นายกเทศบาลลาออกด้วยเหตุผลในทางการเมือง ลาออก เพื่อไม่ให้มีการเลือกตั้งพร้อมกันระหว่างสมาชิกกับนายก แล้วก็เราต้องเลือกตั้ง ๒ ครั้ง ไปเลือกนายกผู้บริหารครั้งหนึ่ง กับเลือกสภาครั้งหนึ่ง ทําให้ต้องใช้จ่ายเงินงบประมาณ สูงมาก ผมคิดว่าข้อสังเกตของ กกต.ที่จะให้ผู้ลาออกชดใช้ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ถูกต้องเหมาะสมและก็อยากให้รีบดําเนินการนะครับ

ประเด็นที่ ๓ กกต. เปึนหน่วยงานที่ใช้งบประมาณของรัฐ และก็ใช้ไป แต่ละป้มากทีเดียว ซึ่งเราไม่รู้สึกเสียดายนะครับ ถ้า กกต. ใช้งบประมาณดังกล่าวแล้วสิ่งที่ ได้มาเปึนไปตามเจตนารมณ์คือได้นักการเมืองดี ๆ เข้าสู่การเมือง แต่ว่าผมเรียนว่า มีงบประมาณส่วนหนึ่ง ที่จริงแล้วท่านไม่จําเปึนต้องใช้มากคืองบประชาสัมพันธ์ ท่านใช้ งบประชาสัมพันธ์มากไป ผมดูในรายงานหน้า ๑๓๔ ๑๓๕ ๑๓๖ ๑๓๗ ที่ผมบอกว่า มากไปก็คือท่านไปใช้ช่วงหน้าเลือกตั้ง ที่จริงหน้าเลือกตั้งท่านไม่ควรใช้เลยนะครับ ท่านใช้ ทั้งป้ได้ ใช้เพื่อสร้างสํานึกในทางประชาธิปไตย ท่านให้ความรู้คนในเรื่องเจตนารมณ์ เรื่องอุดมการณ์ประชาธิปไตย ให้ทั้งป้ครับ แต่ว่าหน้าเลือกตั้งท่านหยุดได้เลยนะครับ ท่านไปเน้นหนักการประชาสัมพันธ์เชิญชวนคนไปเลือกตั้ง ที่จริงส่วนนี้เปึนเรื่องของ พรรคการเมือง เปึนเรื่องของนักการเมืองเปึนสําคัญอยู่แล้ว การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา กกต. กําหนดให้พวกเราติดโปสเตอร์ (Poster) หน่วยเลือกตั้งละ ๑๐ แผ่น หน่วยเลือกตั้ง ๑ หน่วยเลือกตั้งมีโดยประมาณไม่ต่ํากว่า ๒๐๐ ครัวเรือน ให้ติดแค่ ๑๐ แผ่น เบาบางมาก แล้ว กกต. ก็ไปทําเองอีกนะครับ ไปทําโปสเตอร์ให้พวกเราทุกพรรคทุกคนแจกไปตาม หมู่บ้าน ผมคิดว่าสิ่งนี้ กกต. ไม่ควรที่จะทํา ให้พรรคการเมืองเขาไปทํารณรงค์เอง กกต. ก็เก็บงบประมาณ กกต. ในส่วนที่เปึนประชาสัมพันธ์ไว้ประชาสัมพันธ์ทั้งป้ สร้างสํานึก ประชาธิปไตย ผมคิดว่าสิ่งนี้เหมาะสมและถูกต้องมากกว่านะครับ นี่เปึนข้อสังเกตจาก กระผมนะครับ

เรื่องสุดท้าย ผมกราบเรียนว่าการที่มีนักการเมืองสักคนได้ทํา ความเสียหายเลวร้ายให้กับบ้านเมือง ผมคิดว่าผู้รับผิดชอบในการกระทําของนักการเมือง คนนั้นก็คือพรรคการเมืองที่คนเหล่านั้นสังกัด และประชาชนที่เลือกนักการเมืองเหล่านั้น เข้ามา เปึนความรับผิดชอบโดยตรง แต่ท่านประธานครับผมคิดว่า กกต. ควรจะมีส่วน ในการรับผิดชอบที่ปล่อยให้นักการเมืองเข้ามาทําความเสียหายให้กับบ้านเมือง เพราะท่านเปึนคนกลั่นกรองที่สําคัญ เปึนคนคัดเลือกที่สําคัญอีกคนหนึ่ง อีกกลุ่มหนึ่ง ที่คัดเลือกคนดี ๆ ให้เข้ามาสู่สภาให้ได้ แต่ว่าคนเลวร้ายก็เล็ดลอดเข้ามา แล้วก็ได้ทําความเสียหายให้กับบ้านเมือง ให้กับ ประเทศชาติมากมาย ผมคิดว่าถ้าวันใดที่ความรับผิดชอบเปึนเรื่องของพรรคการเมือง เปึนเรื่องของคนเลือกนักการเมืองเหล่านั้นเข้ามา และท้ายที่สุด กกต. คิดว่าตัวเอง ต้องรับผิดชอบในการอนุญาตให้นักการเมืองที่เลวร้ายเข้ามาสู่สภาได้ ผมคิดว่าวันนั้น เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ให้มี กกต. จะเปึนเจตนารมณ์ที่บรรลุ กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ