สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๑

ชลน่าน ศรีแก้ว เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร เพื่อให้ผู้มีรายได้ที่มีการอุปการะเลี้ยงดูผู้พิการได้รับการลดหย่อนภาษี และหารือเรื่องการแบ่งภาษีของสามีภรรยา โดยเฉพาะกรณีที่มีบุตรที่พิการ ขอให้รัฐบาลดูแลคุณภาพชีวิตและศักดิ์ศรีของคนพิการ และระบุข้อกังวลเกี่ยวกับการกำหนดค่าลดหย่อนในกฎหมาย

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดน่าน ตามที่คณะรัฐมนตรี โดย ฯพณฯ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังได้เสนอร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มาให้สภาแห่งนี้ได้พิจารณาในชั้น รับหลักการ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีประเด็นที่จะกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยัง ฯพณฯ รัฐมนตรีและก็กรณีถ้าจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณา ก็ฝากเปึนประเด็นไปยังคณะกรรมาธิการ ในหลักการทั้ง ๒ ข้อนี้ ผมกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่าถ้าดูตามประมวลกฎหมายหรือประมวลรัษฎากร ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เปึนร่างพระราชบัญญัติเปึนการแก้ไขเพิ่มเติมในสิ่งที่มีอยู่แล้ว แต่เพิ่มเติมให้ครอบคลุมมากขึ้นโดยรัฐบาลเอง คณะรัฐมนตรีเองได้อ้างเรื่องของมาตรการ ภาษีเพื่อกระตุ้นและฟุ๋นฟูเศรษฐกิจซึ่งเปึนนโยบายที่แถลงไว้ อันนี้เปึนส่วนหนึ่ง เปึนเสี้ยวหนึ่งของมาตรการที่จะนําเสนอต่อสภา เพราะว่าพูดถึงมาตรการภาษีแล้ว เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไป โดยเฉพาะท่านผ่องศรี ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ได้นําเสนอในประเด็นนั้นค่อนข้างจะครอบคลุมและชัดเจน มาตรการการลดหย่อนภาษี ก็เปึนมาตรการหนึ่งนะครับ ส่วนผลกระทบที่เกิดขึ้นจะเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวม เปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจมหภาคหรือจุลภาคหรือครอบครัวหรือระดับชุมชนนั้นก็แล้วแต่ แต่ว่าโดยหลักการแล้ววิธีการอย่างนี้เปึนมาตรการตามนโยบาย ท่านประธานที่เคารพครับ ในหลักการทั้ง ๒ ข้อนี้ ถ้าจะพูดตามร่างที่รัฐบาลเสนอมากระผมก็เห็นด้วย ถ้าจะให้ เปึนไปตามนี้นะครับบนพื้นฐานที่ทางรัฐบาลเองมีความต้องการที่จะให้ผู้มีเงินได้ นิยามตามประมวลรัษฎากร ผู้มีเงินได้ตรงนี้หมายถึงผู้มีเงินได้ที่จะต้องเสียภาษี ตามประมวลรัษฎากร มีเงินได้ไม่เข้าข่ายที่จะต้องเสียภาษีก็ไม่เกี่ยวข้องกับ พระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้สิ่งที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธาน ก็คือว่าผู้มีเงินได้ตามประมวลรัษฎากรที่จะต้องเสียภาษีกรณีถ้าประเมินเงินได้ในข่าย ที่จะต้องเสียจะได้รับการลดหย่อนกรณีที่มีการอุปการะเลี้ยงดูผู้พิการนี่คือหลักการสําคัญ

หลักการข้อที่ ๒ ก็เปึนเรื่องที่สืบเนื่องก็คือสามี ภรรยาที่แยกในการ ชําระภาษีก็แบ่งครึ่งกันไปสําหรับบุตรที่พิการ

ท่านประธานครับ โดยเหตุผลนั้นเปึนการเสริมสร้างคุณภาพชีวิต ของผู้พิการผมเองเห็นด้วยอย่างยิ่ง ถึงแม้มาตรการนี้จะเปึนมาตรการหนึ่งในนโยบายที่จะ ใช้มาตรการภาษีเพื่อที่จะกระตุ้นและฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ แต่เหตุผลสําคัญสุดที่รัฐบาลเขียนมา ก็คือเรื่องของคุณภาพชีวิตของคนและศักดิ์ศรีของความเปึนมนุษย์ สิทธิที่เขาจะได้รับ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๔ ที่เขาจะได้รับสิทธิในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเขา พัฒนา ความเปึนอยู่ของเขาและที่สําคัญแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐในมาตรา ๘๐ (๑) เขียนไว้ ชัดเจนว่ารัฐเองจะต้องดําเนินการ ต้องกระทําให้โดยเฉพาะผู้พิการ ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยเหตุผลอย่างนี้ถึงแม้ภาพที่พี่น้องประชาชน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่าน ได้คาดหวังว่ามันจะครอบคลุมถึงผู้พิการทั้งหมดหรือไม่ จะมีผลกระทบต่อสภาวะ เศรษฐกิจขนาดไหน โดยภาพอย่างนั้นเปึนความคาดหวังบนพื้นฐานความปรารถนาดี แต่ผมเองกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ผมคาดหวังในหลักการและวิธีการ ที่จะเปึนประโยชน์ ไม่เปึนประโยชน์ในครั้งนี้ก็เปึนประโยชน์ในครั้งต่อไปในอนาคต ถ้ามีมาตรการมีกฎหมายมารองรับอย่างนี้

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีข้อสังเกตที่จะต้องกราบเรียน โดยเฉพาะ ฟังจากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลาย ๆ ท่านแล้ว ในหลักการถ้าสมมุติทางรัฐบาล โดยเฉพาะ ฯพณฯ รัฐมนตรี จะแก้ไขในหลักการ ผมคิดว่าจะต้องประกาศตรงนี้เลยก่อน ที่จะมีรับหลักการ โดยเฉพาะประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอความครอบคลุมของ ผู้ที่จะได้รับประโยชน์ ความหมายในหลักการนี้ท่านเขียนในหลักการชัดเจนว่า ครอบคลุม ผู้พิการเฉพาะที่เปึนบิดา มารดา สามี ภรรยา บุตร บุตรบุญธรรมของผู้มีเงินได้ หรือบิดา มารดา สามี หรือภรรยาหรือบุตรของคนที่เปึนคู่สมรส หรือเปึนสามี ภรรยาของผู้มีเงินได้ เท่านั้น นี้คือกลุ่มผู้พิการที่จะครอบคลุม กลุ่มผู้พิการที่จะครอบคลุมตรงนี้ถ้าดูแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อนสมาชิกหลายท่านรวมทั้งตัวกระผมเองด้วยมองเห็นว่า กรณีท่านจะขยายความครอบคลุม ๑. ในฐานะผู้มีเงินได้ กรณีผู้มีเงินได้ ในกฎหมายฉบับนี้ เขียนเน้นเฉพาะผู้มีเงินได้ ที่มีรายได้พึงประเมินต้องเสียภาษี ถ้าอุปการะเลี้ยงดูผู้พิการ ก็เอามาหักลดหย่อนได้ ถ้าสมมุติเราจะขยายหลักการ ๑. ความครอบคลุมของผู้พิการ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพนะครับ ที่เขาไม่ได้อยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีเงินได้ แต่ไม่มีรายได้พึงประเมินพอที่จะเสียภาษี คนเหล่านี้จะได้รับสิทธิอย่างไร ซึ่งเปึนเรื่องที่ ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ ถ้าพูดในแง่กฎหมายฉบับนี้ผมเข้าใจ ว่าทางรัฐบาล กฤษฎีกาเองที่ภาษากฎหมายเขาคิดมาโดยรอบคอบ เพราะถ้าเพิ่มเงื่อนไข ก็ยุ่งยากพอสมควร มาตรการต่าง ๆ ที่จะรองรับ โดยเฉพาะประเด็นของการกําหนด คุณสมบัติเงื่อนไขต่าง ๆ เพราะว่าท่านเองในหลักการบอกว่าจะต้องเปึนค่าเลี้ยงดู ค่าอุปการะเลี้ยงดูผู้พิการเหล่านั้นถึงจะมาลดหย่อนภาษีได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ในกรณีถ้าจะเปึนค่าเลี้ยงดู ค่าอุปการะ สิ่งที่เปึนประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอ ผมเอง ก็เห็นด้วยว่าต้องคํานึงหรือไม่ เรื่องของทะเบียนบ้าน จําเปึนหรือไม่ต้องอยู่ในบ้านเดียวกัน เพราะท่านเขียนไว้ในตัวบท การเขียนในตัวบทผมเองไม่ติดใจเพราะสามารถแก้ไขได้ เปลี่ยนแปลงได้ แต่ต้องถามว่าท่านรัฐมนตรีมีวัตถุประสงค์ที่จะเน้นคําว่า ต้องเลี้ยงดู หรือไม่ แต่คําว่าอุปการะเลี้ยงดู ตรงนี้เฉพาะจะต้องอยู่ด้วยกันหรือไม่ หรือว่าอยู่ต่างบ้านกัน แต่ว่ามีความผูกพันในการที่จะต้องเลี้ยงดู ส่งเงินส่งทองไปช่วยเหลือ ใช้หลักฐานอื่น ที่ไม่ต้องเปึนทะเบียนบ้านก็สามารถที่จะนํามาลดหย่อนได้ ก็ถือเปึนการเลี้ยงดู ถ้าไม่มี นิยามในกฎหมายเดิม ขออนุญาตตั้งเปึนข้อสังเกตนะครับ อันแรกสุดที่ฝากท่านประธาน ไปยัง ฯพณฯ รัฐมนตรีหรือคณะกรรมาธิการควรจะพิจารณาว่าควรจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข หรือไม่ ตามที่เพื่อนมาชิกได้ร้องขอ และตัวผมเองก็เห็นด้วยว่ากรณีถ้ามีมาตรการที่จะ รองรับชัดเจนว่า คําว่า อุปการะเลี้ยงดู สามารถใช้เงื่อนไขอื่นที่ไม่ใช่ทะเบียนบ้านอย่างเดียว มาวัด ก็สามารถที่จะให้สิทธิเขานําไปเปึนค่าลดหย่อนได้ นั่นประเด็นที่ ๑ นะครับ

ประเด็นที่ ๒ เรื่องของการขึ้นทะเบียน ท่านประธานที่เคารพครับ ก็เปึนที่น่า ผมใช้คําว่า สังเวช นะครับ เรามีพระราชบัญญัติฟุ๋นฟูสมรรถภาพผู้พิการ ป้ ๒๕๓๔ ซึ่งส่วนใหญ่เน้นเรื่องทางด้านการแพทย์ การสาธารณสุข และก็ ป้ ๒๕๕๐ มีกฎหมายว่า ด้วยการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้พิการ ซึ่งจะต้องมีการขึ้นทะเบียน ตัวเลขอาจจะ รายงานโดยสถิติหรือการประเมินโดยทั่วไปมีประมาณ ๕ ล้านคน ทั่วประเทศ โดยประมาณ อาจจะมีมากน้อยกว่านี้ ขึ้นทะเบียน ๗ แสนกว่าคน ท่านประธานครับ การขึ้นทะเบียนผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานว่าผมสนับสนุนนะครับ สนับสนุนให้มีการขึ้นทะเบียน โดยเฉพาะกรณีตามกฎหมายว่าด้วยการพัฒนา คุณภาพชีวิต ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้พิการ มีกฎหมายออกเมื่อป้ ๒๕๕๐ ป้นี้ป้ ๒๕๕๑ ผมเข้าใจว่าการนํากฎหมายฉบับนั้นเข้าสู่การปฏิบัติที่จะขึ้นทะเบียนผู้พิการให้ครอบคลุม ยังทําไม่ได้ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ผมต้องฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี ว่าจะทํางานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างไรที่จะเร่งขึ้นทะเบียนผู้พิการ สาเหตุหนึ่ง ผมเข้าใจว่าอย่างนี้ครับท่านประธานที่เคารพ ผู้ที่มาขึ้นทะเบียนนั่นคือผู้ที่ต้องการ ความช่วยเหลือจากรัฐเท่านั้น หลายท่านมองในมุม ๆ หนึ่งก็คือว่า เปึนมุมที่ทําให้เขา รู้สึกด้อยค่า เสียเกียรติ เพราะเปึนผู้พิการ เปึนคนที่สังคมไม่ยกย่อง เปึนสังคมรังเกียจ เพราะฉะนั้นข้อสังเกตผมประการที่ ๑ สาเหตุที่มีการขึ้นทะเบียนน้อยก็คือ คนที่มี ความจําเปึนที่ต้องพึ่งพิงรัฐเท่านั้นที่ตะเกียกตะกายมาขึ้นทะเบียน เลยทําให้ตัวเลขตัวนี้ น้อยลง เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ทําอย่างไร ทําให้ศักดิ์ศรีของความมนุษย์ ตามรัฐธรรมนูญ โอกาสเขา สิทธิเขา ที่เขาจะได้รับตามรัฐธรรมนูญ ต้องเปึนไปตาม ความเปึนมนุษย์ที่มีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าไม่มี มาตรการที่จะช่วยเหลือเขาด้านภาษี ด้านอื่น ๆ มีอีกหลายด้านที่จะโน้มน้าวชักจูงให้เขา มาอยู่ในระบบของทะเบียนที่ตรวจสอบได้และมีประโยชน์ ความจําเปึนที่ต้องมีทะเบียน ท่านประธานที่เคารพครับ มันมีความจําเปึนจริง ๆ พี่น้องประชาชนหลายคนขาดสิทธิ ขาดโอกาส เนื่องจากไม่มีบัตรประชาชน ไม่มีสัญชาติ ตรงนั้นเปึนต้นเหตุเลยครับ และโอกาสการขึ้นทะเบียน ท่านประธานที่เคารพ ประเภท ชนิด ระดับความพิการ ก็ต้อง ยอมรับว่ามีความยุ่งและลําบาก และความเข้าใจของความพิการของผู้ที่มาขึ้นทะเบียน กับผู้ที่กําหนดเรื่องความพิการ ต้องขออนุญาตบอกว่าเปึนแพทย์ แพทย์เปึนผู้กําหนด ประเภท ชนิด และระดับของความพิการไป จะเปึนพิการทางหู ทางตา ทางโสตประสาท สัมผัส ทางสมอง ทางแขน ขา ก็จะมีระดับความพิการ ซึ่งตรงนั้นเองถ้าผมดูในตัวบทแล้ว ไม่ได้กล่าวถึงในรายละเอียดแต่ใช้เงื่อนไขทางด้านเศรษฐกิจและสังคมมากําหนด เช่น ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ นั่นคือสมรรถภาพทางด้านร่างกาย ทางด้าน สติปัญญา ไม่สามารถเลี้ยงชีพตัวเองได้อย่างพอเพียง ๒ เรื่อง เอาเศรษฐกิจมาจับ เอาสภาวะด้านเศรษฐกิจในครัวเรือนมาจับ ท่านประธานครับ ถ้าตรงนี้เองถ้าท่านอธิบดี จะประกาศกําหนดหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนผมก็คิดว่าจะเปึนประโยชน์ได้อย่างไร ก็ฝากเปึน ประเด็น ถึงแม้จะเขียนในตัวบทแต่ก็ต้องขอความมั่นใจว่า หลักเกณฑ์เหล่านี้จริง ๆ แล้ว ถ้าตามตัวบทกฎหมาย ตามหลักการแล้ว ท่านต้องการช่วยคนที่เขาช่วยเหลือตัวเอง ไม่ได้จริง ๆ แต่ถ้าจะขยายความครอบคลุมจะขยายอย่างไร ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลง ในตัวบทได้ เพราะไม่ได้เขียนไว้ในหลักการ นั่นเปึนข้อสังเกตข้อที่ ๒

ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อสังเกตอีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธาน กรณีเรื่องของความเหมาะสมของจํานวนเม็ดเงินที่จะนํามาเปึนมาตรการ หรือเปึนจํานวนที่จะเปึนค่าลดหย่อน กําหนดไว้ในตัวบท ๓๐,๐๐๐ บาท ค่าลดหย่อน ส่วนบุคคล ๖๐,๐๐๐ บาท ค่าลดหย่อนภรรยา ๓๐,๐๐๐ บาท ภรรยาพิการบวกอีก ๓๐,๐๐๐ บาท สิ่งเหล่านี้คงต้องชัดเจนพอสมควร ต้องอธิบายเหตุและผลได้ ท่านประธาน ที่เคารพครับในเรื่องนี้ผมฝาก ถ้าสมมุติมาอธิบายเหตุและผลไม่ได้ ไม่สอดคล้องกับ สภาวะเศรษฐกิจ ก็ต้องฝากท่านประธานไปยังท่านกรรมาธิการที่จะต้องพิจารณาที่จะ แก้ไขแล้วก็เปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องและเหมาะสม ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ ท่านประธาน ฝากไปยังท่านรัฐมนตรี ในหลักการและเหตุผลผมยินดีที่จะให้ การสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ แล้วก็ฝากประเด็นที่เปึนข้อสังเกตที่ผมฝากไว้ และที่สําคัญ สิ่งที่รัฐบาลจะดําเนินการเพื่อให้บ้านเมืองนี้เปึนไปด้วยความสุข ด้วยความสงบ มาตรการต่าง ๆ ที่ออกมาต้องเปึนที่ยอมรับ ผมก็ฝากกราบเรียนไปยังท่านประธาน ขอให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมช่วยกันในการที่จะทํามาตรการเหล่านี้ออกมาให้มันเปึน ที่ถูกใจให้มากที่สุดที่จะเปึนไปได้ แล้วก็ฝากด้วยครับเมื่อออกมาก็ต้องช่วยกันยอมรับ นับถือและช่วยกันปฏิบัติตาม กราบขอบคุณครับ