สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๒ ตุลาคม ๒๕๕๑

ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน และแสดงความกังวลเกี่ยวกับการนำเสนอกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ โดยมีข้อสังเกตและข้อซักถามเกี่ยวกับการปฏิบัติในการจัดทำกฎหมายและข้อถกเถียงเกี่ยวกับสิทธิการเสนอกฎหมายขององค์กรอิสระ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน ระบบเขตเลือกตั้งจากจังหวัดน่าน ตามที่สํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินหรือท่านผู้ตรวจการแผ่นดินได้นําเสนอ ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเข้าสู่การพิจารณาของสภา ซึ่งท่านประธานได้ให้โอกาสสมาชิกได้พิจารณาในวันนี้ กระผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานในวาระรับหลักการ กระผมเห็นด้วยในหลักการของร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้แต่ก็มีข้อสังเกต มีข้อซักถามที่จะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้ตรวจการ แผ่นดิน ผู้นําเสนอ ๒ – ๓ ประเด็น

ประเด็นที่ ๑ มีเพื่อนสมาชิกได้ตั้งข้อสังเกตว่า การนําเสนอกฎหมาย ในลักษณะที่เปึนองค์กรอิสระ แล้วก็เปึนองค์กรอิสระที่มีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญให้ตรา กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยองค์กรนั้น ๆ ไว้ แล้วเสนอกฎหมายแตกต่างกันไป ตรงนั้นประเด็นนี้ท่านสมาชิกได้สอบถามท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้ตรวจการ แผ่นดินไป กระผมเองต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ในประเด็นนี้ขออนุญาตเพิ่มเติมในความเห็นของกระผมว่า องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ และมีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง ๘ องค์กร แล้วก็ ๙ องค์กรที่มีเขียนในวรรคท้าย มีหลายหน่วยงาน มีหลายองค์กรที่มีวิธีปฏิบัติที่แตกต่างกัน ผมยกตัวอย่างเช่น ร่างพระราชบัญญัติของคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ที่อยู่ในสภาของเรา ร่างพระราชบัญญัติฉบับนั้นเปึนร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญ ก็มีตัวของคณะกรรมการ มีบทที่ว่าด้วยสํานักงานที่เปึนฝ์ายธุรการอยู่ใน ร่างพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน อย่างของสํานักงานตรวจเงินแผ่นดินแยกให้เห็น ออกมาชัดเจนว่าเปึนร่างพระราชบัญญัติสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... กับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... ท่านประธานครับ การแยกอย่างนี้ในวิธีการปฏิบัติในการจัดทํากฎหมายผมไม่ติดใจ อาจจะกระทําได้ แต่ผมติดใจเวลานํากฎหมายไปใช้ อยากจะเรียนถามท่านประธาน ผ่านไปยังท่านผู้นําเสนอว่าจะมีข้อปฏิบัติที่แตกต่างกันหรือไม่ เพราะเบื้องต้นผมเห็นแล้ว ว่าแตกต่าง แตกต่างอย่างไรครับ ในมาตรา ๑๒ ว่าด้วยเรื่องงบประมาณ แตกต่างกัน อย่างชัดเจนครับ ในมาตรา ๑๒ ท่านสมาชิกขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านจุมพฏ ได้เสนอเปึน ประเด็นไว้ซึ่งเปึนที่น่าสนใจและให้ความสําคัญเปึนอย่างยิ่ง การปฏิบัติของ การนําเสนอร่างพระราชบัญญัติที่ว่าด้วยสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยมาตรา ถ้าผม จําไม่ผิดคือ มาตรา ๑๓๘ แล้วก็มาตรา ๑๔๒ ที่ว่าด้วยการเสนอพระราชบัญญัติและ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ร่างพระราชบัญญัติของสํานักงานผู้ตรวจการ แผ่นดินฉบับนี้ แน่นอนครับ เปึนร่างพระราชบัญญัติที่ว่าด้วยการเงิน มีลายเซ็นของ ท่านนายกรัฐมนตรีให้คํารับรอง ก่อนที่จะนําเสนอต่อสภา ท่านประธานก็บรรจุเข้าไปเปึน ตามระเบียบวาระ และถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ กระผมกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า กรณีถ้าท่านจะพิจารณาตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ องค์กรอื่นที่เสนอกฎหมาย แล้วมีกฎหมายที่เปึนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ และมีบทที่ว่าด้วยสํานักงานหรือ ฝ์ายธุรการที่อยู่ในบทบัญญัติของร่างพระราชบัญญัตินั้น ๆ ก็ยังเปึนข้อถกเถียงกันว่า สามารถจะเสนอได้โดยไม่ต้องให้ความเห็นชอบของฝ์ายบริหารเข้ามากํากับหรือไม่ เปึนข้อถกเถียง หลายฝ์ายเสนอเลยนะครับ โดยอาศัยบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๙ บอกชัดเจนว่า การเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเปึนการเงิน หรือไม่เปึนการเงินเปึนความอิสระของผู้รักษาการตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนั้นจะเปึน ผู้เสนอ ถึงแม้เปึนการเงินก็ไม่ต้องผ่านความเห็นชอบของฝ์ายบริหาร ไม่ต้องขอคํารับรอง จากนายกรัฐมนตรี ถึงแม้จะเปึนประเด็นถกเถียงกันอยู่ แต่ว่าหลายฝ์ายเห็นอย่างนั้น ผมเองกราบเรียนท่านประธานครับ ผมเห็นอย่างนั้นจริง ๆ ครับ ผมเห็นอย่างนั้น เห็นตาม บทบัญญัติ มาตรา ๑๓๙ เพราะว่ามาตรา ๑๓๙ เปึนบทบัญญัติที่ว่าด้วยการเสนอ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ มีคณะรัฐมนตรี ส.ส. แล้วก็ผู้รักษาการ หรือองค์กรอิสระ นั้นเปึนผู้เสนอกฎหมาย แต่มาตรา ๑๔๒ ว่าด้วยการเสนอร่างพระราชบัญญัติทั่วไป ๔ องค์กร ๔ หน่วยงานที่เสนอ เพิ่มพี่น้องประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าไป แต่มาตรา ๑๔๒ เขียนชัดเจนครับ เขียนว่า ภายใต้บังคับมาตรา ๑๓๙ เพราะฉะนั้น สิทธิการนําเสนอกฎหมายขององค์กรอิสระ ถึงแม้ว่าจะเปึนเรื่องการเงินก็สามารถเสนอได้ ในความเห็นผม ข้อแตกต่างอยู่ตรงนี้ครับ พอท่านไม่เขียนบทบัญญัติมารองรับ ในมาตรา ๑๒ ของร่างพระราชบัญญัติของท่าน ท่านเขียนไว้ตามที่ท่านจุมพฏ ขออภัย เอ่ยนามท่าน ได้ให้ข้อสังเกตไว้ มันมีความแตกต่างกันในเชิงปฏิบัติ ในขั้นตอน การนําเสนอเพื่อขอรับงบประมาณเข้าสู่องค์กรของท่าน โดยสํานักงานตรวจเงินแผ่นดิน เปึนฝ์ายธุรการ ต้องจัดทําคําขอผ่านคณะรัฐมนตรี แต่พอวรรคสองท่านบอกว่า กรณีถ้าไม่เพียงพอ เอาวรรคแปดของมาตรา ๑๖๘ ของรัฐธรรมนูญมาใช้ วรรคแปดของ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๘ ว่าด้วยการจัดทําคําของบประมาณ ท่านบอกว่าเอาตรงนั้นมา ใช้เขียนล้อเลยว่า กรณีไม่เพียงพอ ให้สํานักงานตรวจเงินแผ่นดิน โดยความเห็นชอบ ร่วมกันของผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอคําขอแปรญัตติต่อคณะกรรมาธิการได้โดยตรง อันนี้ ผมไม่เถียงครับ วรรคแปดเขียนอย่างนั้นจริง ๆ ครับ เขียนอย่างนั้นจริง ๆ แต่ถามว่า วรรคหนึ่งในมาตรา ๑๒ ถ้าสมมุติว่าการวินิจฉัย การตัดสินว่าการส่งกฎหมายที่เปึน กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญถึงแม้จะมีการเงินหรือไม่มีการเงินมาเกี่ยวข้อง ไม่ต้องผ่าน ความเห็นชอบของนายกรัฐมนตรี ไม่ต้องเซ็นรับรอง เพราะฉะนั้นการจัดทําคําของบประมาณ ตามรัฐธรรมนูญก็ให้สิทธิท่านจัดทําคําของบประมาณได้โดยตรง เปึนองค์กรอิสระ ไม่ว่าจะเปึนศาล ไม่ว่าจะเปึนองค์กรของรัฐสภา ทําได้โดยตรง เพราะฉะนั้นสองวรรคนี้ ผมฝากท่านประธานไปยังท่านผู้ตรวจการแผ่นดินนะครับว่าต้องปรับแก้ให้สอดคล้องกัน ถ้าจะไปในแนวทางที่เสนอโดยองค์กรอิสระสู่คณะกรรมาธิการก็ว่าไปตามนั้น ตรงนี้ มันขัดแย้งกันอยู่ครับ คือตอนหัวไปทางฝ์ายบริหาร ตอนท้ายไม่เอาฝ์ายบริหาร ถ้าจะ ไปด้านโน้นก็ไปด้านโน้น เพื่อให้เปึนระบบ แต่ถ้าจะมาด้านนี้หมายถึงว่าเปึนไปตาม เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งผมเองก็ไม่เห็นด้วยหลายเรื่องในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ท่านก็ต้องมาด้านนี้เพื่อให้มันชัดเจน ก็ฝากเปึนประเด็นในการที่จะไปปรับแก้ หรือการแปรญัตตินะครับ ถ้าคณะกรรมาธิการไม่แก้ไข สมาชิกหลายท่านคงจะแปรญัตติ ในประเด็นนี้ รวมทั้งผมเองด้วย กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าสิ่งนี้คงต้อง ชัดเจนครับ หลังจากที่ทราบข่าวว่าท่านประธานได้กรุณาส่งเรื่องนี้ให้ศาลรัฐธรรมนูญ ได้ช่วยวินิจฉัยอยู่ ผมคิดว่าต้องชัดเจน