กรณ์ จาติกวณิช อภิปรายเรื่องการตราพระราชบัญญัติสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับความล่าช้าในการพิจารณาการร้องเรียน และผลกระทบต่อความยุติธรรมในสังคม นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาของธนาคารแห่งประเทศไทย และข้อกังวลเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนของกรรมการ
ขอบคุณครับท่านประธาน ผม กรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร วันนี้ผมขออนุญาตที่จะ อภิปรายในส่วนของการพิจารณาการตราพระราชบัญญัติสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ตามเหตุผลที่ผู้เสนอได้รายงานต่อสภาเมื่อสักครู่นี้ กระผมมีประเด็นในแง่ของความกังวล ในส่วนของระยะเวลาการพิจารณาการร้องเรียนของสํานักงานผู้ตรวจการเผ่นดิน แล้วด้วย ความกังวลว่าความล่าช้าที่ในบางกรณีเกิดขึ้นในการทํางานของสํานักงานจะมีผลต่อ ความยุติธรรมที่จะเกิดขึ้นในสังคม ผมเองมีประสบการณ์โดยตรงเนื่องจากเมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคมที่ผ่านมา ก็ได้มีโอกาสพร้อมกับเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านถาวร เสนเนียม ขออนุญาตเอ่ยนาม ไปยื่นเรื่องร้องเรียนให้กับสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน แล้วก็ได้รับหนังสือการแจ้ง ความคืบหน้าก็เปึนเพียงแค่หนังสือเบื้องต้นที่อ้างถึงการยื่นร้องเรียนของกระผม แล้วก็ เปึนเพียงเหมือนกับลักษณะของหนังสือที่เปึนการตอบรับว่าได้รับการร้องเรียนแล้ว เบื้องล่างของหน้ากระดาษของสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินนั้น ได้เขียนคําขวัญไว้นะครับ ที่ผมคิดว่าเปึนคําขวัญที่มีความหมาย แต่ก็เปึนคําขวัญที่สุดท้ายแล้วเปึนสาเหตุที่ผม มีประเด็นในการที่จะอภิปรายวันนี้ คําขวัญของสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินก็คือ เขียนว่า ความล่าช้าคือความไม่เปึนธรรม แล้วประเด็นนี้ล่ะเปึนประเด็นที่ผมมีข้อกังวลที่อยากที่จะ นําเสนอต่อผู้ยื่นกฎหมายนะครับ ประเด็นคือ เรื่องที่ผมยื่นร้องเรียนนั้นเปึนเรื่องที่มี ความสําคัญแล้วก็พูดกันตามตรงก็มีความเร่งด่วนในความจําเปึนที่จะต้องได้รับการ พิจารณา ผมได้ยื่นเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับกระบวนการการจัดตั้งคณะกรรมการสรรหาของ คณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเปึนอํานาจของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การคลัง ณ เวลานั้น ท่านได้แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาขึ้นมาตามพระราชบัญญัติ ธนาคารแห่งประเทศไทย รวมทั้งสิ้น ๗ ท่านนะครับ ซึ่งคําร้องเรียนของผมก็ได้ระบุว่า อย่างน้อยที่สุด ๖ ท่านในส่วนคณะกรรมการสรรหา ๓ ท่านที่ได้รับการแต่งตั้งนั้น เปึนบุคคล ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวคือ เปึนบุคคลที่มี ผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างชัดเจนนะครับ ผมจะขออนุญาตเท้าความถึงกฎหมายของ แบงก์ชาติ มาตรา ๒๘/๑ ซึ่งก็มีการระบุไว้ชัดเจนว่า คณะกรรมการคัดเลือกที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีหน้าที่ในการคัดสรรนั้นจะต้องไม่เปึนผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองและไม่มีผลประโยชน์หรือส่วนได้เสียที่ขัดต่อการปฏิบัติหน้าที่ตาม พระราชบัญญัตินี้ในขณะที่ได้รับการแต่งตั้งและในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ แต่ใน ข้อเท็จจริง ท่านประธานครับ ปรากฏว่าจาก ๖ ท่านที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้นําเสนอนั้น มี ๓ ท่านที่มีตําแหน่งเปึนกรรมการหรือประธานของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งตามการตีความของกระผมในฐานะผู้ยื่นร้องเรียนมองว่า การดํารงตําแหน่งในฐานะ เปึนประธานหรือกรรมการของธนาคารพาณิชย์นั้น เปึนตําแหน่งที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน กับอํานาจในการคัดสรรกรรมการของแบงก์ชาติอย่างปฏิเสธไม่ได้นะครับ ดังนั้นผมจึงได้ ยื่นเรื่องร้องเรียนนี้กับทางสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน และในการสนทนาในวันนั้นนะครับ ก็ได้รับคํามั่นว่า เรื่องนี้เปึนเรื่องที่ไม่สลับซับซ้อน ในขณะเดียวกันเปึนเรื่องที่มีความสําคัญ อย่างยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจของเรา เพราะว่าคงปฏิเสธไม่ได้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยนั้น เปึนองค์กรที่มีความสําคัญ โดยเฉพาะช่วงนี้เปึนช่วงที่เศรษฐกิจก็ผันผวนแล้วก็มีปัญหา รุมเร้าจากทั้งภายในและภายนอกประเทศ ความจําเปึนที่จะต้องมีคณะกรรมการ ที่ประชาชนและภาคเอกชนเชื่อถือได้ในส่วนของธนาคารแห่งประเทศไทยนั้นจึงเปึนเรื่อง ที่ปฏิเสธไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมก็ได้ขอให้ทางสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเร่งรัดในการ พิจารณาเรื่องนี้ เพื่อพิจารณาว่าสมควรที่จะยื่นต่อศาลปกครองตามอํานาจทางกฎหมาย ของสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินต่อไปหรือไม่ ในการสนทนาในวันนั้นก็ได้มีการประเมิน ระยะเวลา ต้องขออนุญาตที่ทางสํานักงานคาดว่าน่าจะต้องใช้รายการสืบปากพยาน ทั้ง ๒ ฝ์าย แล้วก็ได้มีการกําหนดระยะเวลาทางวาจาว่าไม่น่าจะใช้เวลาเกิน ๑ เดือน วันนี้ เวลาผ่านไปแล้วประมาณเดือนครึ่ง ในขณะเดียวกันกระบวนการการจัดตั้งคณะกรรมการ ของธนาคารแห่งประเทศไทยก็ยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ เพราะฉะนั้นก็ยังมีเวลานะครับ ในส่วนของสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินที่จะเร่งรีบในการพิจารณา แต่ในแง่ของผม ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ต้องขอเรียนว่า ณ วันแรกที่เราจะยื่นเรื่องนี้ ต่อสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็มีเสียงทักท้วงกับทางเราค่อนข้างมากนะครับ ความกังวลของผู้ที่เกี่ยวข้องโดยรวมก็กังวลในประเด็นนี้ว่าถ้ายื่นต่อสํานักงานผู้ตรวจการ แผ่นดินแล้วจะล่าช้าหรือไม่ ไม่มีช่องทางไหนหรือ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะ ยื่นฟัองร้องต่อศาลปกครองโดยตรง คือประเด็นในกรณีนี้เราประเมินว่าเราควรจะต้องทํา ผ่านสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพราะเราไม่ได้เปึนผู้เสียหายโดยตรง เพราะฉะนั้น ความจําเปึนในหลาย ๆ กรณีที่ผมในฐานะเปึน ส.ส. และเพื่อน ส.ส. ทุกท่านในห้องนี้ คงจะต้องมีความจําเปึนในการพึ่งพาอํานาจทางกฎหมายของท่านในอนาคตคงมีไม่น้อย ทั้งตามมาตรา ๒๔๔ หรือมาตรา ๒๗๙ ในเรื่องของจริยธรรมในอนาคตก็ตาม เพราะฉะนั้นในส่วนของการยื่นร้องเรียนโดย ส.ส. ก็อยากให้ท่านผู้นําเสนอกฎหมาย ได้พิจารณาการกําหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนกว่านี้ว่าท่านควรที่จะต้องใช้เวลาในการ พิจารณา โดยเฉพาะในเรื่องที่มีความเร่งด่วนและมีความสําคัญระดับประเทศอย่างไร ซึ่งประเด็นนี้ผมคิดว่าน่าจะมีความสําคัญต่อความเชื่อมั่นในการทํางานของสํานักงาน ผู้ตรวจการแผ่นดิน และต่อบทบาทของสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินในอนาคตด้วย ก็ต้อง ขอเรียน ณ วันนั้นนะครับ ณ วันที่ผมกําหนดวันที่จะไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสํานักงาน ผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็ได้แจ้งผู้สื่อข่าวไปหลายสํานักว่าจะไปยื่นเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวเกือบทุก สํานักไปผิดที่ครับ ไปที่ สตง. แทน อันนั้นก็สะท้อนให้เห็นว่าการรับรู้ในแง่ของงานและ บทบาทของสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินนั้นยังอาจจะมีไม่เพียงพอนะครับ และผมคิดว่า ประเด็นเรื่องของเงื่อนไขเวลาน่าจะเปึนปัญหาหนึ่งที่อยากจะให้ท่านยกไปพิจารณาระดับ กรรมาธิการด้วย ขอบพระคุณมากครับ