ทศพล เพ็งส้ม หารือเรื่องการฟอกเงิน และเรียกร้องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยเฉพาะมาตรา 3 ที่เกี่ยวกับผู้ประกอบอาชีพ และมาตรา 20 ที่เกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงในการฟอกเงินของลูกค้า
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ตามที่คณะรัฐมนตรีและเพื่อนสมาชิกได้เสนอร่างพระราชบัญญัติ ปัองกันและปราบปรามการฟอกเงิน ปรากฏว่าตั้งแต่ ๒๕๕๑ ก็มีการแก้ไขเพิ่มเติมของ กฎหมายว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการฟอกเงิน เหตุผลส่วนใหญ่ในการเสนอ กฎหมายก็คือว่า เพราะไม่สามารถนําบทบัญญัติของกฎหมายมาบังคับใช้เพื่อตัดวงจร การประกอบอาชญากรรมให้ลดน้อยลงได้ แล้วก็ได้มีการกําหนดความผิดไว้เพิ่มเติม ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานดูตั้งแต่มาตรา ๓ มาตรา ๔ มาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ และมาตรา ๘ นั้น โดยเฉพาะมาตรา ๓ เปึนการที่เพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับ ผู้ประกอบอาชีพ เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายเกี่ยวกับเรื่องการประกอบอาชีพ ไว้แล้ว ผมตั้งข้อสังเกตดังนี้ครับว่า ในส่วนที่เกี่ยวกับมาตรา ๑๖ (๖) นั้น หลาย ๆ ท่าน คงอาจจะคิดเหมือนผมว่าเปึนการประกอบอาชีพที่ให้ผู้บริหารราชการแผ่นดินนั้นสามารถ กําหนดไว้เปึนอาชีพครอบจักรวาล ถามว่าทําไมเปึนเช่นนี้ ท่านประธานครับ (๑) ถึง (๕) ไม่ต้องเขียนยังได้เลย เขียน (๖) วงเล็บเดียวก็ได้ว่าผู้ประกอบอาชีพอื่น ซึ่งอาจมีการใช้ เปึนช่องทางการฟอกเงินได้โดยง่าย ทั้งนี้ตามที่กําหนดในกฎกระทรวง ถ้ากําหนด ในกฎกระทรวงแล้ว (๑) ถึง (๕) ไม่ต้องบัญญัติลงไปหรอกครับ ท่านประธาน เกี่ยวกับ มาตรา ๓ ที่แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๖ นั้น ที่น่าสังเกตก็คือเปึนเรื่องผู้ประกอบอาชีพที่ไม่ใช่ สถาบันการเงิน ท่านประธานครับ เมื่อไปดู พ.ร.บ. การฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๓ ได้กําหนดธุรกรรมที่เกี่ยวกับสถาบันการเงินไว้ชัดเจน แต่ปรากฏว่ามาตรา ๑๖ นั้น ใช้ในกรณีที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน ท่านประธาน ปรากฏว่าธุรกรรมที่เกี่ยวกับสถาบัน การเงินนั้น ออกเปึนกฎหมาย มาตรา ๑๓ (๑) ถึง (๓) แต่ปรากฏว่าธุรกรรมที่ไม่ได้เกิด หรือไม่ใช่สถาบันการเงินนั้นกลับไม่ออกเปึนกฎหมาย กลับออกเปึนกฎกระทรวง ผมถาม ว่าทําไมถึงใช้ความแตกต่างกันระหว่างธุรกรรมที่ทํากับสถาบันการเงินกับธุรกรรมที่ไม่ใช่ สถาบันการเงิน ทั้งที่ธุรกรรมที่ไม่ใช่สถาบันการเงินนั้นก็ควรจะกําหนดไว้ในกฎหมาย เพราะอะไรท่านประธาน อย่างน้อย ๆ เมื่อออกเปึนกฎหมายจะได้ผ่านสภาผู้แทนราษฎร แต่ถ้าออกเปึนกฎกระทรวงนั้น ก็คงผ่านรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ เท่านั้นเองท่านประธาน เอาล่ะครับท่านประธาน ต่อไปนี้พวกร้านทอง ร้านเพชร เป่ดร้าน ก็ได้หรือไม่เป่ดร้านก็ได้ ต้องทําใจแล้ว ต้องทําใจกับมาตรา ๒๐ ที่ต้องกําหนดนโยบาย รับลูกค้าแล้ว กําหนดนโยบายรับลูกค้า การบริหารความเสี่ยง การจัดลําดับความเสี่ยง ในการฟอกเงินของลูกค้า ผมถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า มาตรฐานในการ จัดลําดับความเสี่ยงในการฟอกเงินของลูกค้าคิดได้อย่างไร คนเขามาซื้อทอง ซื้อเพชร ตั้งปัอมแล้วต้องฟอกเงินแน่นอน เท่านั้นยังไม่พอท่านประธาน การกําหนดนโยบายรับ ลูกค้านั้น การบริหารความเสี่ยง การจัดลําดับความเสี่ยงในการฟอกเงินของลูกค้า ต้องดําเนินการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตัวลูกค้านั้นด้วย จริงอยู่ ผมไม่เถียง อาจจะตรวจสอบว่าลูกค้านั้นได้เงินมาซื้อทอง ซื้อเพชรอย่างไร ท่านประธานครับ ร้านค้าต่างจังหวัดแค่ทําบัญชีซื้อขายทอง ซื้อขายเพชรก็หนักอยู่แล้ว ต้องทํานโยบายการรับลูกค้าด้วยครับ ถึงแม้จะเปึนไปตามกฎกระทรวงก็ตาม ท่านประธานครับ สิ่งที่สําคัญในการออกกฎหมายฉบับนี้ ไม่ใช่ฟอกเงินอย่างเดียว ผมเชื่อ เหลือเกินครับหลังจากที่กฎหมายฉบับนี้ออกมาแล้ว สมาคมพ่อค้าเพชร พ่อค้าทอง คงต้องออกมาถามรัฐมนตรีแล้วครับว่ามาตรฐานในการที่จะกําหนดนโยบายการรับลูกค้า นั้นเปึนอย่างไร พ่อค้าเพชร พ่อค้าทองต่างจังหวัด นโยบายการรับลูกค้านั้นเขาทําไม่เปึน หรอกครับ พอกฎกระทรวงออกมาแล้วไปจ้างครับ จ้างเจ้าหน้าที่ของท่านล่ะครับช่วยทํา ให้ จ้างเจ้าหน้าที่ของท่านล่ะครับช่วยบอกหน่อยว่าทําอย่างไรไม่ขัดกับกฎหมาย เพราะ ไม่อย่างนั้นติดคุก ไม่ทํานโยบายการรับลูกค้าติดคุกนะครับท่านประธาน ขนาดไม่ได้ ทุจริตนะครับ ถ้าไม่ทําตามมาตรา ๒๐/๑ นั้น ระวางโทษไม่เกิน ๓ แสนบาท ไม่มีเงิน ค่าปรับก็ต้องติดคุกแทนค่าปรับ เอาล่ะครับท่านประธาน นอกจากนี้แล้วการดําเนินการ ของ ปปง. นั้น มาตรฐานในการทํา เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็บอกไปแล้วว่าในคดีที่อยู่ใน ความดูแลของ ปปง. นั้น ยังไม่ดําเนินการคืบหน้าเลย ยังไม่สามารถดําเนินการให้เห็นเปึน รูปธรรมได้ จากกุหลาบแก้วปัจจุบันก็คงเปึนกุหลาบหินเพราะมันนานแล้ว และสิ่งที่สําคัญ ที่จะบอกกับท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีก็คือว่า ความผิดที่เพิ่มเติมขึ้นมานั้น ตามที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าว หรือได้มีการเสนอขึ้นมาในฐานะเปึนความผิดที่เพิ่มมูลฐาน นั้น ความจริงผมก็เห็นด้วยหลาย ๆ ส่วน แต่ที่ยังสงสัยก็คือว่า กฎกระทรวงก็ยังมีอํานาจ ให้ออก ให้ออกเกี่ยวกับความผิด ท่านประธานครับ นอกจากนี้มาตรา ๖ ที่ให้ผู้ประกอบ อาชีพตามมาตรา ๑๖ ซึ่งยังไม่รู้ว่ามีอะไรบ้างนะครับ ยังต้องเก็บรายละเอียดเกี่ยวกับ การแสดงตนของลูกค้า ของลูกค้ายังต้องเก็บไว้ถึง ๕ ป้ ท่านประธานครับ เอกสารที่ จะต้องทําตามมาตรา ๒๐/๑ ตามมาตรา ๒๒ ที่แก้ไขเพิ่มเติม และตามมาตรา ๒๒/๑ ท่านประธานครับ เกี่ยวกับเอกสาร ผมสงสารคนที่ประกอบอาชีพค้าขายทอง เช่าซื้อ รถยนต์ หรือแม้กระทั่งเปึนตัวแทนนายหน้าซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ถ้าไม่เก็บเอกสาร เหล่านี้ไว้ก็ต้องเสียค่าปรับ ผมบอกตรง ๆ ครับ กฎหมายฉบับนี้ออกมาผมยังไม่เห็นเลย ว่าควรจะมีบทเฉพาะกาลบ้าง ให้ระยะเวลาในการที่เขาจะต้องดําเนินการตาม กฎกระทรวงที่ท่านจะต้องออก อาจจะใช้ระยะเวลา ๑ ป้แรก ๒ ป้แรก ๓ ป้แรก ไม่เช่นนั้นออกมาแล้วบังคับเลย ผมเชื่อเหลือเกินครับว่า ร้านค้าทอง ร้านค้าเพชร หรือผู้ประกอบการเช่าซื้อรถยนต์ หนักครับ ท่านให้ระยะเวลาในการที่เขาจะต้องปฏิบัติ ตามมาตรา ๒๐/๑ ไว้บ้าง ให้ทางออกเขาไว้บ้าง อย่าให้เขาไม่มีเวลาที่ขยายออกไปให้เขา ปรับปรุง ก็ฝากท่านรัฐมนตรีไว้ด้วย ขอบคุณครับ