สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๔ กันยายน ๒๕๕๑

พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล อภิปรายเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินอย่างจริงจัง

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กระบี่

ท่านประธานที่เคารพ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกระบี่ ผมขออนุญาตท่านประธานอภิปราย เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัตินี้ตามสมควร ผมเรียนท่านประธานในเบื้องแรกว่าผมเห็นด้วย ในหลักการการที่เราจําเปึนจะต้องมีคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการฟอกเงิน รวมทั้งสํานักงานเลขาธิการปัองกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ป้ ๒๕๔๒ ขณะที่พวกผมเปึนรัฐบาลผมอยู่ที่กระทรวงการคลัง ผมเปึนคนรับผิดชอบ ร่างกฎหมายนี้และนํากฎหมายนี้เข้าสภาเอง เพราะภาวะวิกฤติบ้านเมือง ณ ขณะนั้น เกี่ยวกับสถาบันการเงินต่าง ๆ เราจําเปึนจะต้องมีคณะกรรมการและมีหน่วยงานที่ ตรวจสอบธุรกรรมที่มีลักษณะเปึนการทุจริตต่อสังคม เอาเปรียบต่อสังคมหลาย ๆ อย่าง ก็ตั้งสํานักงานนี้ขึ้นมาด้วยความหวัง แม้กระทั่งสถานที่ทําการอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ผมเอง เปึนคนหาเงินและขอซื้อบริษัทเงินทุนที่ประสบภาวะล้มละลายแห่งหนึ่งมอบให้สํานักงาน ปัองกันและปราบปรามการฟอกเงินได้ใช้เปึนที่ทําการ รีบเร่งให้หน่วยงานของท่าน ได้ทํางานได้อย่างเร็วที่สุดเพื่อทันรับกับสถานการณ์ในสังคมหลายเรื่องที่กําลังวิกฤติอยู่ แต่ก็เสียใจและไม่คิดว่าตั้งแต่เลขาธิการท่านแรก ท่าน พลตํารวจเอก วาสนา เพิ่มลาภ ที่ไปติดต่อขอผมหลายต่อหลายครั้งที่กระทรวงการคลังในการที่จะได้สํานักงานนี้ หวังว่า สํานักงานนี้จะทําความโปร่งใส หวังว่าสํานักงานนี้จะสามารถที่จะปัองกันการฟอกเงิน และการทุจริตหลาย ๆ เรื่องในธุรกรรมต่าง ๆ ได้ แต่เพียงป้ ๒๕๔๕ ป้ ๒๕๔๖ ผ่านมา ไม่กี่ป้ พฤติกรรมหลายอย่างที่สร้างความเจ็บปวดให้กับคนในสังคมก็เกิดขึ้น เช่น สิ่งที่ สมาชิกบางท่านได้พูดกันมาแล้ว การไปตรวจบัญชีคนที่ไม่ควรที่จะมีวี่แววหรือไม่น่า จะเปึนปัญหาให้ต้องตรวจสอบ เสมือนหนึ่งเปึนการกลั่นแกล้ง การไปตรวจสอบบัญชี สื่อมวลชน การตรวจสอบบัญชีองค์กรเอกชนทั้งที่เก็บไว้เปึนความลับ ไว้เปึนเครื่องมือ ในทางการเมือง แต่บังเอิญว่าข่าวรั่วออกไปก่อน มันก็เปึนเรื่องใหญ่ สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่ น่าผิดหวังมากที่สุดสําหรับสํานักงานปัองกันและปราบปรามการฟอกเงินตั้งแต่เริ่มต้น หลายเรื่องก็หวังว่าจะดีขึ้นก็พยายามคิดว่านั่นคือพฤติกรรมของมนุษย์ นั่นคือพฤติกรรม ของข้าราชการที่ไม่ได้คุณภาพ ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ได้คิดว่าสิ่งเหล่านี้จะต้องทําลาย หลักการที่ถูกต้อง ที่จําเปึนจะต้องมีคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพราะฉะนั้นโดยหลักการผมก็เรียนว่าผมก็ยังเห็นด้วย หลายเรื่องที่ได้อภิปรายไป ข้อที่ ตั้งใจอภิปรายที่สุดก็บังเอิญว่าเพื่อนสมาชิกอย่างท่านอรรถวิชช์ ท่านสาทิตย์ อย่างท่าน ใครต่อใครได้อภิปรายไปแล้วก็คือในมาตรา ๓ (๖) แต่ก่อนจะถึงมาตรา ๓ (๖) ผมกราบเรียนท่านประธานว่าขณะที่พวกผมร่างกฎหมายนี้และกระทรวงการคลัง ปรึกษากันในการที่จะมีมาตรการควบคุมผู้ประกอบการ เราได้มีการวินิจฉัยถึง ผู้ประกอบการทุกแขนงอย่างละเอียดรอบคอบว่ากฎหมายนี้จะต้องไม่ออกไปสร้าง ความเดือดร้อน กระทบกระเทือนให้กับผู้ประกอบการผู้บริสุทธิ์ จะต้องไม่ไปรังแก รบกวน เพิ่มภาระปัญหาให้แก่ผู้ประกอบการที่เปึนฐานภาษีใหญ่ของประเทศผู้เสียภาษี จํานวนมากในผู้ประกอบการนี้ เพราะฉะนั้นขอบเขตทีแรกก็อยู่ในขอบข่ายที่ยังไม่กว้างนัก ยังไม่ครอบคลุมไปกว้างนัก หลังจากนั้นตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ ป้ ๒๕๔๕ เราปรากฏหลายเรื่อง ว่ามันจําเปึนจะต้องขยายครอบคลุมธุรกรรมหรือการกระทําของผู้ประกอบการอีกบางราย ที่มีความเชื่อและก็ปรากฏข้อทุจริตให้รับทราบกันอยู่บ่อย ๆ ผู้ประกอบการอาชีพ ค้าอัญมณี เพชร พลอย ทองคํา หรือเครื่องประดับ ผมเชื่อว่าท่านรัฐมนตรีก็คงจะเคย ได้ยินเรื่องราวเหมือนผมที่ได้ยิน ท่านรัฐมนตรีอยากให้เงินผมสัก ๑๐ ล้านบาท ท่านไม่ต้องเอาไปให้ผมหรอกครับ ท่านไปซื้อแหวนเพชรที่ร้านอัญมณีสักวงหนึ่ง เม็ดหนึ่ง ๑๐ ล้านบาท และท่านก็ไม่ต้องรับ เพชรไป แต่ท่านมีใบเสร็จรับเงินไปแล้วท่านก็เอาใบเสร็จใบนั้นมาให้ผม ผมเท่ากับเปึนคน รับเพชรมาเอง และไม่กี่วันผมก็เอาเพชรเม็ดนั้นไปขายคืน และผมก็ได้ ๑๐ ล้านบาท ที่หักส่วนลดไปแล้วเล็กน้อยกลับเข้ามาในกระเปิาผม นั่นคือการฟอกเงินในลักษณะ ที่เปึนทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างชัดเจน กิจการเช่นนี้ไม่ใช่เกิดมีขึ้น กลายเปึนบุคคลที่มีชื่อเสียง รู้จักทั่วประเทศไทย เปึนสถานที่ที่รู้จักกันทั่วประเทศไทย ว่านั่นคือแหล่งฟอกเงิน ร้านเพชรใหญ่ ที่โรงแรมใหญ่แห่งหนึ่งสารพัดคนไปฟอกเงินด้วยลักษณะอย่างนี้นะครับ แม้กระทั่งสร้อยเพชร เส้นละ ๕๐ ล้านบาท หรือ ๑๐๐ ล้านบาท ท่านรัฐมนตรีผมคิดว่า ท่านก็คงจะเคยได้ยิน และก็เปึนที่รู้กิตติศัพท์กันหมด สิ่งเหล่านี้กฎหมายเช่นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรา ๑๖ (๒) มันควรจะมีตั้งแต่ ๕ ป้ที่แล้ว แต่ทําไม ๕ - ๖ ป้ ที่ผ่านมาปล่อยให้กิจการลักษณะเช่นนี้ฟอกเงินก่อให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันในทั่ว ประเทศมหาศาล วันนี้เพิ่งจะมาคิดปัองกัน วันนี้เพิ่งจะคิดถึงร้านค้าอัญมณี ร้านค้าเพชร พลอย ทองคํา เครื่องประดับ ซึ่งแหล่งนี้ไม่ใช่เพิ่งจะรู้ครับมันเกิดมาหลาย ๆ ป้ วันนี้เพิ่งจะ มาคิดถึงใน ๒ - ๓ ป้ที่ผ่านมา ๖ - ๗ ป้ที่ผ่านมา ในมาตรา ๓ (๓) ผู้ประกอบการให้เช่าซื้อ รถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ส่วนใหญ่ที่เราเรียกว่า เต็นท์รถ ท่านก็ทราบครับรถคันละ ๒๐ - ๓๐ ล้านบาท หนีภาษีกันมาครับ บางแห่งไปค้นโกดัง บางแห่งเจอรถหนีภาษี รถคันหนึ่ง ๑๐ - ๒๐ ล้านบาท จอดกันอยู่เปึน สิบคัน เอามาอย่างไร แล้วสุดท้ายเขาก็ขาย ผ่าน โดยผ่านเต็นท์นั่นแหละครับฟอกเงิน อ้างว่าซื้อมาจากเต็นท์ ก็ฟอกเงินลักษณะเช่นนี้ (๓) นี้ก็เช่นเดียวกัน ควรจะมีตั้งแต่ ๕ - ๖ ป้ที่แล้ว แต่ก็ปล่อยปละละเลยตลอดมา หรือ วันนี้ถึงจะคิดว่าปัองกันไม่ให้ใครกระทําลักษณะความผิดเช่นนี้ขณะที่พวกตน พรรคพวก ตนได้ทําเรื่องเหล่านี้ไปมากมายเหลือเกินแล้ว ผมคิดว่ามันช้าไป มันช้าไปที่จะมาพูดกัน วันนี้ และก็ต่อไปนี้มันก็คงจะแก้ไขอะไรไม่มากนักหรอกครับ เพราะพวกฟอกเงิน พวกทุจริตเรื่องนี้มันต่างก็อิ่มหมีพีมันกันไปตาม ๆ กันหมดแล้ว พอมาสู่เรื่องสําคัญที่สุด ครับ ก็คือว่าในมาตรา ๑๖ (๖) ในการพิจารณางบประมาณแผ่นดินช่วงที่ผ่านมา ผมพูด ในห้องประชุมงบประมาณว่าเปึนบทเรียนที่สําคัญของฝ์ายนิติบัญญัติอันหนึ่งก็คือว่าการ ที่จะออกกฎหมายให้ข้าราชการหรือฝ์ายบริหารคนใดคนหนึ่ง หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง มีอํานาจแค่ไหนระบุให้ชัดเจนไปในกฎหมายเสีย อย่าไปเป่ดช่องว่างให้เขาสามารถไป ประกาศกฎกระทรวง กําหนดข้ออะไรตามอําเภอใจขึ้นมาอีกเยอะแยะ อย่าไปเป่ดช่องว่าง ให้เขาสามารถใช้ดุลยพินิจจากข้าราชการหรือจากข้าราชการการเมืองหรือจากรัฐบาล ตามอําเภอใจอีกมากมาย อย่างที่ท่านสมาชิกท่านหนึ่งพูดถึงเมื่อกี้นะครับว่าถ้ามี (๖) เพียงแค่วงเล็บเดียว (๑) ถึง (๕) ไม่จําเปึนเลยครับ ท่านจะไปพูดถึงทําไมผู้ประกอบอาชีพ ค้าอัญมณี ผู้ประกอบอาชีพค้าหรือให้เช่ารถยนต์ ผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับตัวแทนหรือ นายหน้าซื้อต่าง ผู้ประกอบอาชีพค้าของเก่า หรือสารพัดอาชีพที่กําหนด (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) แต่ใน (๖) ท่านเขียนว่า ผู้ประกอบอาชีพอื่น ซึ่งอาจมีการใช้เปึนช่องทางการฟอกเงิน ได้โดยง่าย ทั้งนี้ ตามที่กําหนดในกฎกระทรวง มันก็แปลว่ารัฐมนตรีสามารถกําหนดอาชีพ อะไรได้อีกสารพัดอาชีพนอกจาก ๕ ประการนี้แล้ว (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) เสมือนหนึ่ง เขียนไว้ว่ามีการพิจารณาในขอบเขตที่จํากัดเท่านั้น แต่มาตรา ๖ (๖) มันเป่ด ครอบจักรวาลหมดเลย มี (๖) วงเล็บเดียวไม่จําเปึนจะต้องมี (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) นี่แหละครับคือการที่ฝ์ายนิติบัญญัติกําลังจะหลวมตัวออกกฎหมายโดยให้ฝ์ายบริหาร และฝ์ายข้าราชการครอบฟัาครอบดินมีอํานาจสารพัดทําอะไรได้ทุกอย่าง หลายเรื่องเปึน บทเรียนในสภานี้แหละครับ ตอนเราออกกฎหมายเลือกตั้ง ตอนเราตั้งสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เราคิดบ้างไหมครับว่าเราจะมี กกต. บางชุดมีปัญหาใหญ่หลวงจนต้องติดคุกเหมือนที่ผ่านมา เราคิดไหมครับว่าคณะกรรมการ การเลือกตั้งบางคณะที่จะไปวางระเบียบ ออกระเบียบจุกจิกหยุมหยิมเสียทุกอย่างในการ เลือกตั้ง แม้จะต้องมานับว่าโปสเตอร์ (Poster) แต่ละใบจะต้องกว้างยาวไม่เกินเท่าไร เกิน ๕ ใบ ๑๐ ใบ ก็จะมีโอกาสโดนใบเหลือง ใบแดง สารพัดระเบียบเพราะว่าเราไปออก กฎหมายให้อํานาจเขาไว้ในการที่จะออกระเบียบ ผมว่าสิ่งเหล่านี้เปึนบทเรียนครับ สภานี้ เจ็บแล้วจะต้องจํา ถ้าฝ์ายนิติบัญญัติต่อไปนี้จะออกกฎหมายให้อํานาจรัฐบาลอะไร เขียนให้ชัด (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) ค่อนข้างจะชัด แต่ก็ยังหมกเม็ดมาใน (๖) ว่า ผู้ประกอบการอื่นซึ่งอาจจะเปึนการใช้ในการฟอกอํานาจโดยง่าย ทั้งนี้ ตามที่กําหนด ในกฎกระทรวง นั่นคือให้อํานาจคลุมจักรวาลไว้เลยครับ สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าสภาจะต้อง พิจารณานะครับ ในมาตรา ๕ ที่ท่านเขียนเกี่ยวกับมาตรา ๒๐/๑ ในการที่วางกฎ ข้อกําหนดของผู้ประกอบการใน (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) เพิ่มเอาไว้ เช่น จะต้องกําหนด นโยบายการรับลูกค้า การบริหารความเสี่ยง การจัดระเบียบความเสี่ยงในการฟอกเงิน ของลูกค้า การดําเนินการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าเมื่อเริ่มทําธุรกรรม ครั้งแรกกับลูกค้า ท่านต้องทํานานแล้วนะครับ ร้านเพชรที่ขายเพชรออกไป สร้อยเพชร เส้นหนึ่ง ๕๐ ล้านบาท เขาเอามาจากไหน เมื่อเขาซื้อ เขาจ่ายเพียงแค่ใบเสร็จใบเดียว โดยไม่ต้องระบุชื่อผู้ซื้อ และใบนี้ก็ไปส่งมอบให้คนอื่น และอีกคนหนึ่งก็มารับเพชรไป รับไปเสร็จไม่กี่วันก็มาขายคืนให้กับทางร้าน เอาเงินสดออกไป โดยอ้างว่าเงินสดได้มาจาก การขายสร้อยเพชร นั่นแหละฟอกเงินโดยอาศัยร้านอัญมณีเปึนสถานที่ฟอกเงิน โดยชัดเจน และมากจริง ๆ ทํากันอย่างนี้มากจริง ๆ เปึนถึงหลาย ๆ สิบร้าน ร้อยร้าน จนรู้จักกันทั่วประเทศแล้วครับ ปัาอะไรคนหนึ่ง ที่โรงแรมใหญ่อะไรคนหนึ่ง ทั่วประเทศ ใครพูดถึงตรงนี้เขารู้จักกันหมดแล้วนะครับ เพราะทําแต่กิจกรรมอันนี้อยู่เปึนประจํา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมที่เคารพครับ ถึงแม้ท่านอยู่ในระหว่างรักษาการ ท่านอาจจะต้องย้ายไปเมื่อโปรดเกล้าฯ ไปแล้วไปอยู่ที่อื่น ท่านยังมีเวลา อะไรที่คิดว่า ถูกต้อง อะไรที่คิดว่าเปึนปัญหา ทําเสียก่อนที่ท่านจะไปครับ ไม่กี่วันเชื่อเถอะครับ เหลืออีกกี่วันก็ทําเสียเถอะ และก็ท่านตัดเสียเถอะครับ (๖) ถึงแม้ท่านจะบริสุทธิ์ใจ แต่เมื่อท่านไปแล้วอาจจะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมท่านใหม่มานั่งอยู่ในตําแหน่ง หน้าที่นี้ แล้วก็ออกประกาศมา ออกกฎกระทรวงมา กําหนดผู้ประกอบอาชีพอื่นที่จําเปึน จะต้องปฏิบัติครอบคลุมในกฎหมายนี้ออกมาอีกหลาย ๆ แขนง โดยอาศัย (๖) ตรงนี้ที่ทํา ไว้ให้ ผู้ประกอบการจะเดือดร้อนหมด ผมคิดว่าวันนี้สังคมเราต้องไม่เหมารวม ผู้ประกอบการเลว ๆ ที่ชั่วร้ายก็มี แต่ส่วนน้อย แต่กลายเปึนว่าส่วนน้อย ๆ ทําความชั่ว ก้อนใหญ่ ๆ เรื่องใหญ่ ๆ แต่อย่าเอาสิ่งเหล่านี้มาเปึนมาตรฐานทําให้ผู้ประกอบการ ส่วนใหญ่ที่ประกอบการจะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมเสียหมดทุกอย่างจนแทบจะทําอะไร ไม่ได้ และเขาก็จะต้องตกเปึนเครื่องมือของข้าราชการ เดี๋ยวไปตรวจบัญชี เดี๋ยวไปตรวจ ระเบียบ อะไรที่ผิดระเบียบเล็ก ๆ น้อย ๆ เขาจะถูกรีด เขาจะถูกไถ เขาจะถูกภายใต้ เงื้อมมือของข้าราชการต่าง ๆ เพราะกฎหมายที่สภาเราออกไปเอง และบาปนั้นจะตกกับ สภา ผมก็ขอสรุปสุดท้ายเลยว่า ๑. เรื่องนี้ช้าไปแล้วครับ แต่ยังไม่ช้าเกินไปสําหรับท่าน ท่านวางรากฐานอะไรไว้บางอย่าง และก็ฝากรัฐมนตรีใหม่หรือข้าราชการที่ไปอยู่ตรงนั้นว่า อย่าให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นเลย มันเจ็บปวดเหลือเกิน ผมซื้อตึกให้กับ ปปง. ตอนนั้นได้พื้นที่ มากว่าเกือบ ๓๐,๐๐๐ ตารางเมตร ยังบอกว่าเหลือ ๗,๐๐๐ กว่าตารางเมตร จะสํารองไว้ ที่อื่น และก็ผู้อํานวยการ เลขาธิการ ท่านใหม่เข้าไปอยู่แค่ไม่กี่วัน พอพ้นมาไม่กี่วัน ก็ปรากฏว่า ปปง. ตรวจสอบบัญชีคนใช้ คนใช้บ้านท่านนายกรัฐมนตรีชวน ปปง. ตรวจสอบบัญชีแม่ถ้วนอายุ ๙๐ กว่าป้ ของท่านนายกรัฐมนตรีชวน และไปเจอว่า ท่านเหลือเงินอยู่สัก ๒,๐๐๐ – ๓,๐๐๐ บาท กระมังครับ ในบัญชี ปปง. ไปตรวจสอบมาถึงบัญชีเอ็นจีโอทั้งหมดเปึนความลับ และก็เก็บเอาไว้เปึนความลับ จนเรื่องราวมันโผล่ อาจจะเปึนเรื่อง เรื่องเหล่านี้ไม่ควรเกิดเลยครับ จะทําให้ ปปง. เสีย เสื่อมเสียศักดิ์ศรีโดยสิ้นเชิง จะไม่ตําหนิสถาบันครับ จะไม่ไปตําหนิกฎหมาย แต่ว่าตําหนิ พฤติกรรมของมนุษย์บางทีที่เข้าไปอยู่ในอํานาจตรงนั้น ไม่ได้คํานึงถึงศีลธรรม ไม่ได้ คํานึงถึงความชอบธรรม ไม่ได้คํานึงถึงความยุติธรรม ไม่ได้คํานึงถึงอะไรที่ควรทําหรือไม่ ควร ทั้งหมดเขาเรียกว่า ไม่มีธรรมาภิบาล และหน่วยงานไหนก็ตามบริหารประเทศ โดยไม่มีธรรมาภิบาล บ้านเมืองไปไม่รอดหรอกครับ ฝากท่านรัฐมนตรีในเวลาจํากัด ขอบพระคุณครับ