สุขุมพงศ์ โง่นคํา หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และเรียกร้องการชัดเจนเกี่ยวกับข้อขัดแย้งระหว่างมาตรา 140 และมาตรา 147 ของรัฐธรรมนูญ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสุขุมพงศ์ โง่นคํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน จากจังหวัดกาฬสินธุ์ ผมเองเปึนผู้หนึ่งที่เสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการปัองกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ซึ่งผมได้รับเกียรติ จากท่านสมาชิกหลายท่านร่วมกันเสนอ ผมเปึนผู้เสนอด้วย แต่บังเอิญว่าอยู่ในลําดับที่ ๑ เมื่อกระผมเสนอนั้นกระผมก็เห็นว่าร่างกฎหมายฉบับนี้เปึนร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญ ร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ความสําคัญ เนื่องจากว่าในคราวคดีสําคัญคดียุบพรรคการเมือง ขออนุญาตประทานเล่าย้อนหลังสั้น ๆ เพื่อที่จะให้เข้าใจได้โดยทั่วกัน ในคําวินิจฉัยคดีสําคัญของศาลรัฐธรรมนูญท่านบอกว่า กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเปึนองคาพยพ เปึนแขน เปึนขา เปึนหัว เปึนไม้ เปึนมือของ รัฐธรรมนูญ เมื่อรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลงกฎหมายประกอบย่อมสิ้นสุดลงด้วย บังเอิญว่า การปฏิวัติรัฐประหารคราวที่แล้วคณะปฏิวัติก็คิดกับหลักสากลทั่วไป เมื่อรัฐธรรมนูญ สิ้นสุดลง กฎหมายประกอบก็สิ้นสุดลงด้วย แต่ศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการรัฐธรรมนูญ เขาไม่เห็นด้วยกับคณะปฏิวัติ เขาบอกว่าประเทศไทยมีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ก็จริง แต่การร่าง เนื้อหาสาระ บทบัญญัติในการใช้บังคับเปึนพระราชบัญญัติ ทุกประการ เพราะฉะนั้นยังไม่ตกไป เพราะฉะนั้นในการร่างรัฐธรรมนูญคราวนี้ ป้ ๒๕๕๐ ผู้ยกร่าง ก็ทํากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญให้ต่างจากพระราชบัญญัติทั่วไป ถ้าท่านประธานจะดู ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะพบว่ากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทั้งประเทศไทย มีอยู่ ๙ ฉบับ ๙ ฉบับเท่านั้น ไม่มี ๑๐ ฉบับ กฎหมาย กกต. ป.ป.ช. กฎหมายการเลือกตั้ง กฎหมาย กรรมการการเลือกตั้ง กฎหมายพรรคการเมือง กฎหมายประชามติ กฎหมายวิธี พิจารณาคดีอาญา กฎหมายวิธีคดีอาญาของศาลรัฐธรรมนูญ เหล่านี้เปึนต้น มี ๙ ฉบับ ไม่มี ๑๐ ฉบับ เพราะแขนขารัฐธรรมนูญแบ่งออกอย่างมากได้ ๙ สาขาเท่านั้น เพราะฉะนั้นความสําคัญของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เพื่อนสมาชิกจากซีก พรรคประชาธิปัตย์ได้อภิปรายมาพอสมควรแล้ว กระผมก็เห็นว่ากฎหมายที่ผมเสนอนี้ เปึนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ก่อนที่ผมจะเสนอก็มีการบรรจุล่วงหน้าเอาไว้ หลายฉบับ ของท่านนิพิฏฐ์เอง ของท่านพีระพันธุ์เอง ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เอง กฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญาของศาลฎีกาเอง หลายฉบับก็พิจารณาบรรจุในสภา มาแล้วทั้งสิ้น กระผมก็ประหลาดใจครับท่านประธาน เมื่อผมเสนอไปแล้วเมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม กฎหมายฉบับนี้ ป.ป.ช. ก็ได้รับหนังสือจากนายวิจักขณ์ นาควัชระ ทําหน้าที่แทน เลขาธิการ บอกว่ากฎหมายผมเปึนพระราชบัญญัติการเงิน ต้องส่งให้นายกรัฐมนตรี ซึ่ง เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เขาบอกว่าได้ส่งให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไปพิจารณา ก็เกิด ความประหลาดใจ ผมเปึนคนหนึ่งที่ร่างข้อบังคับมาหลายยุคหลายสมัย ผมเองระหว่างที่ ร่างข้อบังคับก็เห็นว่ากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเปึนกฎหมายสําคัญ ท่านประธาน ทราบไหม ท่านสมาชิกก็อาจจะไม่ทราบ ที่ผมยกขึ้นในมือขณะนี้คือร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับแรกของ สสร. ก่อนที่จะให้ประชามติ ในร่างกฎหมายฉบับนี้ ในหมวดที่ว่าด้วยการ เสนอพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ เขาไม่ให้คณะรัฐมนตรีเสนอกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญ ผู้เสนอกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญมีอยู่ ๒ ส่วน ๑. องค์กรอิสระทั้งหลาย ๒. ส.ส. คณะรัฐมนตรีเสนอกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญไม่ได้ เพราะเปึนกฎหมาย สําคัญเกี่ยวกับองค์กรอิสระทั้งหลาย คณะรัฐมนตรีเข้าไปเกี่ยวข้องไม่ได้ นี่คือร่างฯ แรก ต่อมาก็ไปสํารวจความคิดเห็น ผมเองที่เปึนคนคัดค้าน ในสื่อต่าง ๆ ผมบอกมันพิสดาร กฎหมายในโลกนี้ ครม. เขาต้องเสนอได้ ซึ่งในที่สุด สสร. ก็เพิ่มเข้ามาในมาตรา ๑๓๙ ให้ ครม. เสนอได้ ที่ผมพูดมาทั้งหลายทั้งปวงนี้แสดงให้เห็นว่ากฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญมีความสําคัญ ผมไม่อยากจะชี้แจงซ้ําตามที่เพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานดูนิดเดียว ผมเห็นด้วยกับท่านประธานว่าเกิดความสับสน ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๐ บอกว่า การพิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ให้ถือเอาส่วนที่ ๗ หมวดที่ ๖ มาพิจารณาด้วยทุกประการโดยอนุโลม ถ้าใครดูเฉพาะมาตรา ๑๔๗ วรรคท้าย จะเกิดความสงสัยทันที อันนี้เปึนกฎหมายการเงินหรือไม่ ต้องส่งให้นายกรัฐมนตรีหรือไม่ ผมก็สงสัยเหมือนกันหลังจากที่ได้รับหนังสือตอบจากเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ผมก็ไปค้น มันเปึนข้อขัดแย้งจริง ๆ ถ้าผมเปึนนิติกร ผมก็จะเขียนแบบนี้ ถ้าผมเปึน ประธาน ผมก็ต้องทําแบบนี้ท่านประธาน เมื่อเกิดความสงสัยก็มาหารือกันเสียให้ชัดเจน แต่ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ข้อหารือนี้น่าจะได้ข้อยุติ ถ้าท่านประธานหรือ ท่านสมาชิกช่วยดูมาตรา ๑๔๒ บรรทัดแรก มาตรา ๑๔๒ บรรทัดแรก บอกว่า ภายใต้ บังคับมาตรา ๑๓๙ การเสนอร่างพระราชบัญญัติ เปึนดังต่อไปนี้ ๑ ๒ ๓ ๔ คณะรัฐมนตรี เสนอ ประชาชนเสนอ ส.ส. เสนอได้ องค์กรอิสระเสนอได้ อันนี้พระราชบัญญัติทั่วไป วรรคสองบอกว่าการที่จะเสนอได้นั้น ถ้าเปึนพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการเงิน พระราชบัญญัติเกี่ยวกับการเงินมีอะไรบ้าง ๑. เกี่ยวกับภาษี เกี่ยวกับงบประมาณ เกี่ยวกับการกู้เงิน เกี่ยวกับการใช้เงิน ต้องให้นายกรัฐมนตรีรับรองก่อนที่จะเสนอ อันนี้คือ หลักทั่วไป ถ้าวกกลับไปดูบรรทัดแรกที่ผมชี้ให้อ่าน เขาบอกภายใต้บังคับมาตรา ๑๓๙ มาตรา ๑๓๙ คืออะไร มาตรา ๑๓๙ คือการเสนอพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ กระทําด้วย ๑. คณะรัฐมนตรี ๒. ส.ส. ๓. องค์กรอิสระ ก็หมายความว่าการเสนอ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ จะไม่เกี่ยวข้องกับการรับรองใด ๆ ของ นายกรัฐมนตรีเลย เปึนกฎหมายการเงินก็ไม่ต้องรับรอง เปึนกฎหมายที่ไม่ใช่การเงิน ก็ไม่ต้องรับรอง แต่กฎหมายมันดูจะไม่สอดคล้องกันเนื่องจากมาตรา ๑๔๐ วรรคท้าย บอกว่าการพิจารณาพระราชบัญญัติโดยอนุโลม หมวด ๖ ส่วนที่ ๗ มาใช้บังคับโดย อนุโลม แต่ถ้าดูกฎหมายโดยละเอียดท่านประธาน ผมเปึนหนึ่งในคณะกรรมการยกร่าง ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เราดูกันละเอียดแล้ว พระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญจะเปึนการเงินหรือไม่การเงิน นายกรัฐมนตรีไม่เกี่ยวข้อง ท่านประธานที่บรรจุ ไว้ ๒ – ๓ ฉบับที่แล้วทําถูกต้อง ท่านประธานเองสงสัยก็ทําถูกต้องเพราะต้องมาพูดกัน ต้องมาอธิบายกัน ข้อเท็จจริงมันอยู่ตรงไหน ถ้าเห็นพ้องด้วยกับมาตรา ๑๔๐ ที่กระผม นําเรียนเมื่อสักครู่ว่าการรับรองกฎหมายการเงินที่ต้องรับรองตามวรรคสองนั้น ถ้าเปึน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญไม่ต้องรับรอง เขายกเว้นไว้แล้ว โดยเขียนว่าภายใต้ บังคับ มาตรา ๑๓๙ ผมคิดว่าท่านประธานวันนี้ท่านถูกแล้ว เมื่อเกิดความสงสัยในฝ์ายธุรการ ท่านเปึนประมุข ต้องให้ชัดเจนครับท่านประธานที่เคารพครับ ท่านต้องถามผม ถามเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ถามท่านสมาชิกทั้งหลาย หาข้อยุติ เมื่อตกผลึกแล้วสภาว่าเช่นไหนก็ไปเช่นนั้นผมขอ ยืนยันว่ากฎหมายที่ผมเสนอนี่เปึนกฎหมายการเงิน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเงิน แต่ไม่ต้องให้นายกรัฐมนตรีรับรองตามมาตรา ๑๔๒ วรรคแรก ท่านประธานที่เคารพครับ