สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๐ กันยายน ๒๕๕๑

บัญญัติ เจตนจันทร์ หารือเรื่องการรักษาพยาบาลครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากโรคแทรกซ้อนหลังการคลอดบุตร โดยเน้นย้ำถึงข้อจำกัดขององค์ความรู้ทางการแพทย์ สถานพยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ที่อาจทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างผู้เสียหายและผู้ให้บริการ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องความสำคัญของระยะเวลาการวินิจฉัยโรค และการรักษาพยาบาล โดยยกตัวอย่างกรณีของโรคไข้เลือดออก และผลกระทบต่อการให้คําวินิจฉัยของแพทย์ และขอให้กระทรวงสาธารณสุขทุ่มเททรัพยากรให้กับการพัฒนาโรงพยาบาลและเครื่องมือแพทย์

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นกระผมจะต้องขอแสดงความเห็นอกเห็นใจ กับครอบครัวของคุณปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา ต้องขออนุญาตที่เอ่ยนาม ที่ได้รับ ผลกระทบเปึนความเดือดร้อนจากโรคแทรกซ้อนของการเจ็บป์วยของลูกชายภายหลัง จากการคลอดบุตรตั้งแต่ป้พุทธศักราช ๒๕๓๔ เปึนต้นมา ซึ่งในสิ่งนี้ทางสังคมของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางภาครัฐก็จะต้องหาทางออกให้ครอบครัวของคุณปรียนันท์ ซึ่งผม ถือว่าในกรณีนี้นั้นถือเปึนต้นแบบหรือเปึนกรณีศึกษาที่จะให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบ ได้พัฒนารูปแบบของการเยียวยารักษาทางด้านผลกระทบทางสังคมอันเนื่องจาก การรักษาพยาบาลต่อไป ถ้าหากว่ายังไม่มีกฎหมายหรือยังไม่มีกฎระเบียบใดที่รองรับไว้ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นก็จําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมาระดม ความคิดเพื่อหาทางออกกันต่อไป ในส่วนของคุณแม่คือคุณปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา ซึ่งเปึนคุณแม่ของเด็กซึ่งได้รับความเจ็บป์วยนั้นก็ได้มีความเดือดร้อนในการที่ไปขอพึ่ง ความช่วยเหลือจากโรงพยาบาล จากแพทยสภา จากศาล แล้วก็ล่าสุดจากคณะกรรมการ สิทธิมนษยชนแห่งชาติ ซึ่งก็ดูเหมือนว่ายังไม่มีหน่วยงานใดที่จะมีช่องทางในการที่จะ เข้าไปเยียวยารักษาในส่วนนี้ครับ ซึ่งล่าสุดนั้นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดูเหมือนกับจะเปึนหน่วยงานที่จะเปึนเหมือนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ซึ่งทําให้ผู้เสียหาย จากการรับบริการทางด้านสุขภาพนั้นได้พอเห็นช่องทาง โดยมาตรการแก้ไขปัญหา ซึ่งกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้นําเสนอจํานวน ๓ ข้อ คือเรื่องของ ขอให้ โรงพยาบาลช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล ซึ่งเปึนผลจากการให้บริการในการ รักษาพยาบาลเมื่อ ๑๗ ป้ล่วงมาแล้ว ข้อที่ ๒ ให้แพทยสภารื้อฟุ๋นเพื่อทําการสอบสวน กรณีนี้ใหม่ เผื่อจะมีช่องทางใดที่จะนําไปสู่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการรับผิดชอบค่าเสียหาย นี้ และก็ข้อที่ ๓ ขอให้กระทรวงสาธารณสุขได้ถือสิ่งนี้เปึนโอกาสพัฒนา เพื่อมาปรับ มาตรฐานการรักษาพยาบาล ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขนั้นดูแลกํากับทั้งโรงพยาบาล ในภาครัฐและโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งผมเชื่อว่า ๓ มาตรการนี้เพียงแค่ผู้เสียหายได้ยิน ได้ฟังก็คงจะเห็นว่าสังคมเริ่มมีความหวังที่จะให้ครอบครัวของเขาหรือเพื่อน ๆ ของผู้เสียหายซึ่งมีปัญหาหรือตกทุกข์ยากลําบากในเหตุการณ์ที่มีความละม้ายคล้ายคลึง กันนั้นจะได้มีทางออก ผมนั้นจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องรักษาความเปึนกลางระหว่างผู้ป์วย กับแพทย์ เพราะว่าโดยส่วนตัวผมแล้วผมก็เคยเปึนแพทย์และปัจจุบันก็ยังเปึนแพทย์อยู่ แต่ด้วยความเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเปึนตัวแทนของปวงชนชาวไทย ผมจําเปึน อย่างยิ่งที่จะต้องมาเปึนผู้สะท้อนปัญหาและก็ร่วมหาทางออกให้กับส่วนรวม ผมขอ อนุญาตตั้งข้อสังเกตเพื่อไม่ให้ที่ประชุมแห่งนี้หรือแม้กระทั่งพี่น้องประชาชนได้มีอคติกับ ผู้เสียหายหรือมีอคติกับแพทย์หรือโรงพยาบาลมากจนเกินไป เหตุผลที่จะนํามาตั้ง ข้อสังเกตให้ที่ประชุมแห่งนี้เพื่อประกอบการพิจารณานั้นก็จะมีหลายประเด็น ประเด็น ที่สําคัญที่นํามานําเสนอนั้นก็จะนําเสนอว่าในเรื่องของสุขภาพหรือสรีระการเจ็บไข้ได้ป์วย จนจําเปึนที่จะต้องไปพึ่งพาแพทย์ พยาบาลหรือคุณหมอในโรงพยาบาลนั้นเปึนเรื่องของ ธรรมชาติของการเจ็บไข้ได้ป์วย ซึ่งมีข้อจํากัดในทุก ๆ ด้าน

ข้อที่ ๑ องค์ความรู้ทางการแพทย์นั้นมีข้อจํากัด และองค์ความรู้ ทางการแพทย์นั้นได้พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ๑๗ ป้ที่แล้วเปึนอย่างไร ปัจจุบันก็ เปลี่ยนแปลงไป การใช้เหตุผลมากล่าวอ้างนั้นก็ต้องขึ้นกับยุคขึ้นกับสมัยในเวลาใดเวลา หนึ่งด้วยเปึนข้อจํากัด

ข้อที่ ๒ บุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งมีแพทย์เปึนหัวหน้าทีม มีพยาบาล มีเทคนิคการแพทย์ มีเภสัชกรต่าง ๆ นี่นะครับซึ่งก็เปึนมนุษย์ปุถุชนคนธรรมดานั้นก็มิใช่ เทวดา การที่จะวินิจฉัยสิ่งใดให้มีความแม่นยํา๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ตามข้อเท็จจริงตาม ธรรมชาตินั้นก็มีข้อจํากัด ข้อต่อไปสถานพยาบาลแต่ละระดับนั้นก็มีข้อจํากัด สถานพยาบาลขนาดเล็กก็มีข้อจํากัดมากกว่าสถานพยาบาลขนาดใหญ่ สถานพยาบาล ขนาดใหญ่ก็มีข้อจํากัดที่น้อยกว่า ในส่วนของตัวผู้ป์วยนั้นก็มีข้อจํากัดเปึนอย่างยิ่ง บุคคลที่มีอายุเท่าเทียมกัน เพศเดียวกัน น้ําหนักตัวเท่ากันมีข้อจํากัดแตกต่างกัน อย่างมาก ทั้งนี้เนื่องจากว่าความแข็งแรงหรือภูมิคุ้มกันหรือพันธุกรรมต่าง ๆ นั้นเปึน ตัวกําหนดผลลัพธ์ของการรักษาพยาบาลเปึนอันมาก ถ้าหากว่าเราไม่นําสิ่งเหล่านี้มาเปึน ข้อพิจารณาในการที่จะตัดสินผลลัพธ์ของการรักษาพยาบาลแล้วย่อมจะทําให้เกิด ความขัดแย้งทั้งผู้เสียหายและผู้ให้บริการ

ประเด็นต่อไปก็คือเรื่องของจังหวะเวลา ในการที่จะวินิจฉัยนั้นมีข้อจํากัด เปึนอย่างยิ่ง ยกตัวอย่าง เด็กที่มีไข้เปึนไข้เลือดออกนั้น ถ้าหากว่ามีไข้สัก ๒ วัน การตรวจ วินิจฉัยอาจจะได้เพียงข้อสงสัย เมื่อระยะเวลาเปลี่ยนแปลงไปเช้าเย็นหรือวันรุ่งขึ้น โรคก็ พัฒนาการเปลี่ยนแปลงไป ดังจะมีผู้ป์วย ญาติผู้ป์วยกล่าวหาแพทย์ พยาบาล สถานพยาบาลต่าง ๆ เปึนประจําว่าไปตรวจเมื่อเช้าไม่เห็นเปึนอะไร ตกเย็นหรือวันรุ่งขึ้น ไปหาอีกแห่งหนึ่งแล้ว แล้วก็บอกว่าเปึนโรคไข้เลือดออก พ่อแม่ก็วิพากษ์วิจารณ์ไปต่าง ๆ นานา ก็อยากจะเรียนว่าระยะเวลานั้นก็เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาล และระยะเวลานั้นเอง ก็ช่วยให้แพทย์นั้นให้คําวินิจฉัยที่แม่นยําขึ้นครับ บางโรคนั้นจะรู้จักโรคหรือวินิจฉัยโรคได้ ก็ต่อเมื่อผู้ป์วยเสียชีวิตแล้วก็มีมากมาย ซึ่งในวิชาแพทย์แล้วการชันสูตรศพก็เปึนวิชาหนึ่ง ที่ทําให้รู้ข้อเท็จจริงต่าง ๆ นํามาเรียนรู้ อันนี้ก็อยากจะเรียนว่าจังหวะเวลาในการวินิจฉัย ได้มีข้อจํากัด

ต่อไป เรื่องของกระบวนการวินิจฉัย หากวินิจฉัยไปข้างหน้าก็คือของ การตั้งสมมุติฐานและวินิจฉัยไปข้างหน้านั้นเปึนสิ่งที่ยาก ซึ่งเพื่อนสมาชิกที่เปึนนายแพทย์ ก็ได้ให้ความเห็นในส่วนนี้ว่าการวินิจฉัยในช่วงเวลาอันจํากัด มีสถานการณ์บีบคั้น การตัดสินใจ ๒ ทางว่าจะเลือกปฏิบัติทางซ้ายหรือทางขวา จะผ่าหรือจะให้คลอดตาม ธรรมชาตินั้นก็เปึนข้อจํากัด เมื่อถ้าตัดสินใจไปอย่างไรแล้ว แพทย์พยาบาลนั้นก็จําเปึน จะต้องสังเกตผลของการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมในการที่จะเข้าไปจัดการ ข้อแทรกซ้อนของปัญหานั้นอย่างรวดเร็ว อันนั้นต่างหากซึ่งเปึนสิ่งที่พวกเราจําเปึน อย่างยิ่งที่จะต้องนํามาประกอบในการพิจารณาว่าการรักษานั้นผู้ให้การรักษาพยาบาลมี ความจงใจ หรือมีความประมาทเลินเล่อขนาดไหน เมื่อมีข้อจํากัดต่าง ๆ ดังที่กล่าวมาแล้ว นั้น สิ่งที่ไม่ควรจะมีข้อจํากัดก็คือทางออก เมื่อปัญหามีข้อจํากัดแต่ทางออกนั้นไม่ควรจะมี ข้อจํากัด ทางออกของปัญหานั้นผมคิดว่า ไม่ว่าจะเปึนนายแพทย์ก็ดี โรงพยาบาลก็ดี กระทรวงสาธารณสุขก็ดี โรงพยาบาลทั้งรัฐทั้งเอกชนก็ดี จะต้องไม่ปล่อยให้ปัญหานั้น เรื้อรังยาวนานจนเกินไป สิ่งแรกที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตเพื่อกระทรวงสาธารณสุขและ ทางสถานพยาบาล ทางวิชาชีพแพทย์ หรือแพทยสภาควรอย่างยิ่งที่จะให้สร้าง ความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์ผู้ป์วย หรือโรงพยาบาลกับชุมชนให้เข้มแข็ง แล้วก็การทํา ความเข้าใจเพื่อลดข้อสงสัยกังขาระหว่างกันในวิชาชีพ ในระหว่างความสัมพันธ์กับ ระหว่างแพทย์ผู้ป์วยนั้นจําเปึนอย่างยิ่ง และปัจจุบันนี้โรงพยาบาล ไม่ว่าจะเปึนรัฐหรือ เอกชนก็ดี แข่งขันกับเวลาเปึนอันมาก ทางเอกชนก็อาจจะต้องแข่งขันกับเวลาทางธุรกิจ ทางภาครัฐก็อาจจะต้องแข่งขันกับเวลาในการให้บริการกับปริมาณผู้ป์วย ซึ่งจากผลของ ปัญหาในการร้องเรียน แล้วก็มีปัญหาระหว่างแพทย์กับผู้ป์วยนั้นเกือบทั้งหมดเกิดจาก ความไม่เข้าใจ ไม่ได้รับคําอธิบายที่ดีจากแพทย์ และผู้ป์วยเมื่อไม่ได้รับความเข้าใจที่ดี ก็สันนิษฐานไปต่าง ๆ นานา ถ้าหากว่าความสงสัยนั้นผู้ป์วยมีที่ปรึกษาที่ดี ปัญหา เหล่านั้นก็จะถูกแก้ไขไป ถ้าปัญหาใดที่ความสงสัยนั้นไม่ได้รับการแก้ไข แล้วก็เกิดไม่ได้รับ ความยุติธรรมในการให้บริการ เขาก็จะต้องไปปรึกษาด่านสุดท้ายก็คือเรื่องของระบบของ ความยุติธรรม ก็คือไปแจ้งความบ้าง ไปปรึกษาทนายความบ้าง ซึ่งเมื่อพื้นฐานความรู้ ไม่เท่ากัน ความเข้าใจไม่เท่ากัน แล้วก็ปล่อยระยะเวลาให้สั่งสมเนิ่นนานไป ความเครียด แค้นชิงชังเพิ่มมากขึ้น ก็เกิดเปึนคดีความเกิดขึ้น เสร็จแล้วแพทย์ พยาบาลเหล่านั้น เมื่อไม่ได้แก้ปัญหาในต้นทางปล่อยให้ปัญหาลุกลามไป ตนเองก็ต้องมาแก้ปัญหา เรื่องของข้อกฎหมาย ซึ่งทําความตระหนกตกใจให้วิชาชีพเปึนอย่างมาก ขอเรียน ในที่ประชุมว่าผลพวงจากการที่ศาลวินิจฉัยคดีแพทย์และผู้ป์วยให้แพทย์จําคุกประมาณ ๔ รายที่ผ่านมา วงการแพทย์นั้นมีความแตกตื่นเปึนอันมาก แพทย์ในชนบททยอยลาออก จากโรงพยาบาล ซึ่งมีแพทย์น้อยอยู่แล้ว ป้หนึ่งนับพันราย ขอเรียนว่าการให้การรักษาพยาบาลในประเทศไทยนี้ ๑ ป้ ให้การรักษาพยาบาล ๑๘๐ ล้านครั้ง โดยประมาณ ตกวันละประมาณ ๖ แสนครั้ง โดยแพทย์ส่วนใหญ่ ในชนบทประมาณเพียงแค่ไม่กี่พันราย ความผิดพลาดกรณีนี้ที่เกิดขึ้นเปึนเพียง ส่วนน้อยนิดในวงการแพทย์ แต่เมื่อความผิดพลาดเหล่านี้ แล้วก็ผลของการลงโทษ ท่ามกลางความไม่พร้อมของสถานพยาบาลทางการแพทย์ เมื่อแพทย์ทั้งหลายซึ่งเปึนผู้ที่ มีโอกาสดีในการทํามาหากิน เขามีทางเลือกเยอะ เขาพากันละทิ้งความพยายามในการ ที่จะดูแลคนทุกข์คนยากในชนบท เมื่อละทิ้งไปแล้วก็เปึนการยากที่กระทรวงสาธารณสุข จะเรียกขวัญนั้นกลับคืนมาทางออกที่ผมอยากจะนําเสนอจากกรณีศึกษานี้แก่กระทรวง สาธารณสุขก็คือว่า ทางกระทรวงสาธารณสุขควรจะหาแนวร่วมทางภาคการเมือง ว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะลดการพัฒนาทางด้านวัตถุอื่น ๆ ลงบ้าง แล้วก็ทุ่มเทไปให้ ทรัพยากรทางด้านการแพทย์ การสาธารณสุข ซึ่ง ๑๐ ป้ที่ผ่านมาไม่มีการพัฒนา อาคารตึกต่าง ๆ เครื่องมือแพทย์นั้น ๕ ป้ เปึนเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ก็เสื่อมหมดแล้ว เครื่องช่วยหายใจที่โรงพยาบาลที่ผมรู้จัก โรงพยาบาลแกลงนั้นก็ขาดอีกตั้ง ๒ เครื่อง เพราะเครื่องเก่านั้นก็เปึนเศษเหล็กไปแล้ว เมื่อเราไม่มีเครื่องมือแพทย์ที่ดี เครื่องมือแพทย์ มันเออเร่อร์ (Error) มันไม่มีความแม่นยํา แพทย์ทั้งหลายก็ขวัญไม่ดี ผลการรักษา ก็ไม่ดีอย่างที่ผมบอก มันเปึนข้อจํากัดเรื่องของทรัพยากรของโรงพยาบาล เราเองก็ไม่รู้ว่า เราจะป์วยเมื่อไร เราไปเปึนนักท่องเที่ยวต่างจังหวัด เราป์วยที่ไหนเราก็ต้อง เข้าโรงพยาบาลที่ใกล้เคียงที่นั่น ความเสี่ยงเหล่านั้นไม่ได้ไปไหนหรอกครับ ก็ตกแก่ พวกเรา ญาติของเรา พี่น้องของเรา ตลอดจนพี่น้องประชาชนของเรานั่นเอง ผมขอวิงวอน ให้ทางรัฐบาลนั้นได้ทุ่มเททรัพยากรเปึนงบเมกะโปรเจ็คท์ (Mega project) ขนาดใหญ่ เพื่อที่จะบูรณะปฏิสังขรณ์โรงพยาบาลของเราที่ทรุดโทรมเปึนอย่างยิ่งในปัจจุบันนี้ ให้กลับคืนมาเปึนเหมือนเมื่อ ๑๐ ป้ที่แล้ว ที่โรงพยาบาลรัฐบาลในเมืองไทยนั้นเปึนที่ ทันสมัย เมื่อกล่าวถึงการแพทย์แผนปัจจุบัน ซึ่งมีสมเด็จพระราชบิดาแห่งวงการแพทย์ ของเรา ซึ่งมีความเจริญก้าวหน้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เปึนอย่างยิ่ง ยากนักที่จะ มีโรงพยาบาลเอกชนใดเทียบเท่ากับโรงพยาบาลจังหวัดนั้น ๆ แต่ปัจจุบันได้กลับตาลปัตร โรงพยาบาลรัฐบาลทรุดโทรมเปึนอย่างยิ่ง โรงพยาบาลเอกชนเจริญก้าวหน้าเปึนอย่างยิ่ง แล้วก็เมื่อโรงพยาบาลเอกชนแข่งขันกันเรื่องของเครื่องไม้เครื่องมือ อยากจะเรียนทาง ที่ประชุมผ่านท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีนะครับว่า ในจังหวัดเดียวกันมีเครื่อง เอ็กซเรย์เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวก็พอ อาจจะอยู่ที่เอกชนก็ได้ อยู่ที่รัฐบาลก็ได้ แล้วก็ผลัดกันใช้เครื่องมือนั้น จะได้ไม่ต้องลงทุนมาก เราสามารถที่จะแลกเปลี่ยนการใช้ ทรัพยากรกัน เพราะฉะนั้นแข่งกันลงทุนก็แข่งราคากัน เมื่อแข่งราคาผู้บริโภคได้รับ ผลกระทบ เมื่อจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลสูง ความคาดหวังก็สูงเปึนอย่างยิ่ง เมื่อผิดหวัง จากสิ่งที่คาดหวังแล้วก็เกิดการฟัองร้องกันขึ้นมา ผมอยากจะวิงวอนที่ประชุมแห่งนี้ซึ่งเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะอนุมัติงบประมาณต่าง ๆ ในป้ต่อไปนะครับ ถ้าหากว่าสภานี้ ยังคงอยู่ ก็ฝากว่าขออนุมัติงบทางกระทรวงสาธารณสุขให้ก้าวกระโดดมากกว่านี้ จะได้ไหม เพื่อสุขภาพของประชาชนของเรา แล้วก็เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดกับครอบครัว ของคนอื่น ๆ เช่นเดียวกับของผู้ป์วยในรายนี้ ซึ่งผมเองอยู่ในวงการสาธารณสุขแล้ว เห็นว่าคดีเหล่านี้เปึนคดีปกติ เปึนเคสหรือว่ากรณีปกติที่พบได้ทั่วไปเปึนอย่างยิ่ง เพียงแต่ ว่าในกรณีของคุณปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา นั้น ท่านเปึนผู้ที่มีความเพียรเปึนอย่างยิ่ง ในการที่จะคิดว่ามันน่าจะมีระบบใดระบบหนึ่ง เพื่อมารองรับสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้น เพื่อเยียวยาให้ครอบครัวผู้ที่ได้รับความเสียหาย ไม่ได้มีความเสียหายมากจนเกินไป ผมขอนําเสนอทางออกสุดท้ายนะครับว่า มีร่างพระราชบัญญัติฉบับหนึ่งชื่อว่า ร่างพระราชบัญญัติกองทุนชดเชยความเสียหายทางการแพทย์ ซึ่งในขณะนี้นั้นร่างนี้ ได้ผ่านจากกระทรวงสาธารณสุขไปถึงคณะรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีส่งไปที่สํานักงาน กฤษฎีกาเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อกฎหมายก่อนที่จะส่งกลับเข้ามา ที่คณะรัฐมนตรีและก็ส่งเข้ามาพิจารณาในสภาแห่งนี้ กองทุนนี้จะชดเชยความเสียหาย ทางการแพทย์ให้กับผู้ป์วยและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบโดยไม่ต้องพิสูจน์ถูกผิดนะครับ หลังจากที่เขาได้รับความเสียหายแล้ว ไม่ว่าจะเปึนโรงพยาบาลรัฐบาลก็ดี เอกชนก็ดี ได้เยียวยาในส่วนนี้เปึนเบื้องต้น ซึ่งคงไม่ได้ตัดสิทธิในการที่จะฟัองคดีทางแพ่งทางอาญา แก่ผู้ประกอบวิชาชีพทางด้านสุขภาพแต่อย่างใด ซึ่งในปัจจุบันนี้นั้นเพื่อทําความเข้าใจแก่ เพื่อนสมาชิกว่าในกรณีของบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือที่แต่ก่อนเรียกว่า ๓๐ บาท รักษาทุกโรค ท่ามกลางความไม่ค่อยสมบูรณ์ก็มีความทันสมัยอยู่เรื่องหนึ่ง ก็คือเรื่องของ การชดเชยค่าเสียหายจากการรับบริการจากบัตร ๓๐ บาท สูงสุดก็ชดเชยถึง ๒ แสนบาท ซึ่งผู้ใดตระหนักว่าได้รับความเสียหายว่ามันไม่น่าจะเปึนอย่างนี้อาจจะเกิดจากความ ไม่สมบูรณ์ของเครื่องมือหรือการให้บริการของระบบ ๓๐ บาท ก็ไปร้องต่อสาธารณสุข จังหวัด ซึ่งในนั้นก็จะมีคณะกรรมการไว้พิจารณาจ่ายค่าชดเชยผลกระทบ ซึ่งในส่วนนี้ สํานักงานประกันสังคมนั้นยังไม่มีโรงพยาบาลเอกชนยังไม่มี เพื่อนข้าราชการต่าง ๆ ที่ไปรับการบริการจากโรงพยาบาลรัฐ เอกชน ก็ไม่ทันสมัยเท่าของบัตร ๓๐ บาท ข้าราชการหรือโรงพยาบาลเอกชนถ้าได้รับผลกระทบท่านก็ต้องรับกรรมเอง ฉะนั้น โรงพยาบาลเอกชนนั้นผมก็เข้าใจโรงพยาบาลเอกชนว่าการพิสูจน์ถูกผิดถ้าหากว่าไม่ผิด โรงพยาบาลจะอนุมัติจ่ายเงินต่าง ๆ เนื่องจากโรงพยาบาลในบริษัทก็จะค่อนข้างลําบาก เขาก็ต้องต่อสู้ความถูกผิดให้เปึนบรรทัดฐานนะครับ เพราะว่าคุณปรียนันท์ ไม่ได้เรียกร้อง ขอความช่วยเหลือแต่ว่าเรียกร้องให้พิสูจน์ข้อถูกผิดเพื่อนําไปสู่การจ่ายค่าเสียหาย เพราะฉะนั้นในส่วนนี้นั้นผมอยากจะเรียนในที่ประชุมว่าระบบการสาธารณสุขนั้นจําเปึน อย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปึนอย่างยิ่ง หากว่ามีงบประมาณใดที่จะให้เพื่อนสมาชิกได้ให้การสนับสนุนแล้ว ผมคิดว่า ที่ประชุมแห่งนี้คงไม่ใจไม้ไส้ระกําที่จะขัดขวางในการพัฒนา มีสิ่งหนึ่งที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ท่านคุณหมอชลน่าน ได้ท่านพูดถึงมี พ.ร.บ. อยู่ฉบับหนึ่งที่ผมอดที่จะยก ขึ้นมากล่าวอ้างไม่ได้ว่า พ.ร.บ. วิธีพิจารณาความอาญาของผู้ประกอบวิชาชีพทางด้าน สุขภาพ ซึ่ง พ.ร.บ. นี้ในปัจจุบันทางวงการแพทย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชนบทต่าง ๆ ที่ไม่ค่อยมีความพร้อมจะตระหนกตกใจเปึนอันมากซึ่งมีผลไปแล้วในวันที่ ๒๕ สิงหาคม ที่ผ่านมา ท่านใดมีความเสียหาย มีความรู้สึกว่าตนเสียหายทางการแพทย์ก็ไปฟัองศาล เพื่อให้เปึนผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งแพทย์พยาบาลต่าง ๆ นั้นจําเปึนอย่างยิ่ง ที่จะต้องไปพิสูจน์ถูกผิดด้วยตัวของตัวเอง เพื่อให้ผู้เสียหายที่เปึนผู้บริโภคนั้น ซึ่งเจตนารมณ์อันนี้ครอบคลุมทั้งการบริการทางด้านวัตถุ เช่น รถยนต์ต่าง ๆ สินค้าต่าง ๆ รวมถึงบริการทางด้านสุขภาพด้วย ในส่วนนี้นั้น พ.ร.บ. นี้ก็คิดว่าจําเปึนอย่างยิ่ง ที่กระทรวงสาธารณสุขจะต้องทบทวนและก็ทราบว่ามีการประชุมในวันนี้ตามที่ กระทรวงสาธารณสุขจัดขึ้นเพื่อที่จะได้นํามาหาข้อสรุปว่า ในพระราชบัญญัตินี้จําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องยกเว้นสําหรับกรณีให้บริการทางด้านสุขภาพ ไว้ก่อนหรือไม่อย่างไรนะครับ เพื่อลดความแตกตื่นในการที่จะขยับขยายหรือเรียกว่า สมองไหลออกจากระบบสาธารณสุข เพราะเราไม่ต้องการให้ประเทศแห่งนี้ผลสุดท้ายแล้ว ประชาชนจะได้เพียงแต่สิทธิ แต่ว่ามีผู้บาดเจ็บล้มตายเปึนอันมากที่ไม่มีผู้ให้การเยียวยา รักษาพยาบาล

ประเด็นสุดท้ายก่อนที่ผมจะจบการอภิปรายในวันนี้ก็คือว่า ก็ขอให้วงการ แพทย์นั้นก็จงมีความเจริญรุ่งเรืองเหมือนเมื่อ ๑๐ ป้ที่ผ่านมา แล้วก็เปึนความหวังของ พี่น้องประชาชนชาวไทยที่จะได้มีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแพทย์และผู้ป์วย และโรงพยาบาลเปึนลักษณะของยาขอหมอหว่าน และก็การรักษาพยาบาลนั้นไม่ใช่เปึน เพียงการรักษาพยาบาลทางกายอย่างเดียว เปึนการรักษาพยาบาลทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ จิตวิญญาณ แล้วก็นํามาซึ่งความสัมพันธ์อันดี ทําความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ตลอดไปครับ ขอขอบคุณครับ