ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องการละเลยการดำเนินการตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชน และเรียกร้องการดำเนินการตามมาตรการแก้ไขปัญหาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเสนอข้อสังเกตเรื่องการดำเนินการตามกฎหมายของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และหารือเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะกรณีแพทย์ผู้ทําคลอดกับกุมารแพทย์ของโรงพยาบาลพญาไท ๑ และกรณีแพทยสภา โดยมีข้อเสนอให้แพทยสภารื้อฟื้นเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาใหม่ภายใน ๓๐ วัน
ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมขออนุญาตท่านประธานได้อ่านบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้นํารายงานเสนอต่อสภา หรือรายงานต่อรัฐสภา ในชั้นนี้ ก็รายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อดําเนินการ กระผมกราบเรียนท่านประธานได้อ่านต่อ ว่า เปึนการละเลยการกระทําดังกล่าวเพื่อดําเนินการในกรณีที่ปรากฏว่าไม่มีการ ดําเนินการตามที่เสนอ นั่นหมายถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง ในกรณีนี้ ก็คือตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ทําหนังสือต่อรัฐบาลและก็หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ให้รายงานต่อรัฐสภาเพื่อดําเนินงานต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติที่เกี่ยวเนื่องกับคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มาตรา ๓๑ ก็ระบุไว้ชัดเจน ต่อกรณีนี้ นั่นก็คือว่า ผมขออนุญาต ท่านประธานที่จะลงในรายละเอียดเรื่องตัวบทบัญญัติของกฎหมาย เพราะว่าเจตนารมณ์ ที่สําคัญในการนําเรื่องนี้เข้าสู่สภา เพราะว่า ๒ มาตรานี้ มาตรา ๓๑ ในพระราชบัญญัติ ว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในกรณีที่ปรากฏว่าไม่มีการดําเนินการ หรือสั่งการให้ดําเนินการตามมาตรการการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน ตาม มาตรา ๓๐ ให้คณะกรรมการรายงานต่อรัฐสภาเพื่อดําเนินการต่อไป ทั้งนี้ ในรายงาน ต่อรัฐสภาดังกล่าว คณะกรรมการเห็นว่าประโยชน์ต่อประชาชนโดยส่วนรวม คณะกรรมการจะเผยแพร่กรณีที่ไม่ได้มีการดําเนินการตามมาตรการแก้ไขปัญหา การละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้นให้สาธารณชนทราบก็ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ กรณี รายงานเรื่องนี้ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปึนประเด็นข้อร้องเรียนของคุณปรียนันท์ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านในฐานะเปึน บุคคลภายนอก หรือดลพร ล้อเสริมวัฒนา ประกอบกับรายงานที่คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติเสนอต่อรัฐสภานั้น ท่านประธานครับ ในประเด็นนี้ผมเองต้อง กราบขอบคุณคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติผ่านท่านประธานที่ได้นําเรื่องนี้เข้าสู่ สภา เพราะเปึนไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ในท้ายหนังสือ ที่นําส่งได้สรุปประเด็นว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้นําเสนอ มีหนังสือ กราบเรียนนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๑ จนถึงปัจจุบัน ก็เปึนเวลาถึง ๓ เดือน ในข้อกําหนดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดําเนินการหลังจากได้รับเรื่องให้แล้ว เสร็จภายใน ๖๐ วัน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติยังไม่ได้รับการแจ้งผล การดําเนินการตามมาตรการการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้จากนายกรัฐมนตรีหรือจาก หน่วยงานที่แจ้งผลการดําเนินงาน ดังที่นายกรัฐมนตรีได้มีบัญชาแต่อย่างใด คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจึงขอรายงานเรื่องนี้มายังรัฐสภาเพื่อพิจารณา ดําเนินการต่อไป มาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ท่านประธานครับ ต่อกรณีนี้ก็คงเปึนภาระหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรและ วุฒิสภา ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่จะมีข้อเสนอ มีมติไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นั่นหมายถึงรัฐบาล วันนี้ก็กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุข ท่านรัฐมนตรีวิชาญ มีนชัยนันท์ ที่ท่านให้ความสนใจ ใส่ใจเรื่องนี้เปึนอย่างดี ยิ่ง มารับฟังปัญหาด้วยตัวเอง ก็เปึนเรื่องที่ชอบครับเมื่อไม่มีผลการดําเนินการใด ๆ ตามที่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ดําเนินการไปก็เปึนบทบาทของรัฐสภาเรา โดยทั้ง ๒ สภาต้องทําหน้าที่ ท่านประธานครับ ในเรื่องนี้ผมเองไม่ทราบว่ามีข้อติดขัดอย่างไร
ประเด็นที่ ๑ ก็ถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า หน่วยงานของ รัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มีข้อติดขัดประการใด ที่ไม่สามารถดําเนินการให้เปึนไปตาม บทบัญญัติของกฎหมายที่ว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้แล้วเสร็จ ภายในเวลาที่กําหนดได้ ข้อติดขัดนั้นได้แจ้ง ได้บอกกล่าว ได้ดําเนินการให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้รับรู้รับทราบหรือไม่ นั่นเปึนประเด็นที่ ๑ ที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธาน
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ เกี่ยวกับมติของคณะกรรมการ กระผมเองเพียงแต่มีข้อสังเกตต่อกรณีมติของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่เปึน บทสรุปในรายงานที่นําเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร มติของคณะกรรมการ ท่านสมาชิก หลายท่านได้อภิปรายไปแล้วผมจะไม่ลงรายละเอียด แต่โดยความสรุปแล้วก็คือว่า ประเด็นที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้พิจารณาก็เข้าข่ายเปึนกรณีการละเมิด สิทธิ ท่านก็สรุปมาชัดเจนว่าเปึนการละเมิดสิทธิ เปึนการละเมิดสิทธิมนุษยชนตาม บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะประเด็นที่ท่านได้มีมติ ออกมา ๒ เรื่องใหญ่ เรื่องแรกก็คือเรื่องของกรณีแพทย์ผู้ทําคลอดกับกุมารแพทย์ของ โรงพยาบาล ผมขออนุญาตที่จะใช้เอกสารนี้อ่าน เพราะว่าเปึนรายงานที่ปรากฏต่อ สาธารณชนก็คือโรงพยาบาลพญาไท ๑ รวมทั้งการดําเนินการของโรงพยาบาลพญาไท ๑ ในเรื่องของการเยียวยา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้สรุปอย่างชัดเจนนะครับ ว่า ในกรณีที่ ๑ มีการประมาทเลินเล่อรวมทั้งโรงพยาบาลเองก็ไม่ได้สนใจที่จะเยียวยา แก้ไข จึงถือว่าเปึนการละเมิดสิทธิของผู้ร้อง นั่นคือกรณีที่ ๑ เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิ แล้วก็ส่วนกรณีที่ ๒ ที่เปึนมติของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็คือเรื่องของ แพทยสภา ประเด็นนี้เองอาจจะเปึนประเด็นละเอียดอ่อน ท่านประธานครับผมขออนุญาต ยกขึ้นมาพูดในสภาแห่งนี้เพื่อบันทึกไว้และเปึนการทําความเข้าใจด้วย คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติเองมีมติสรุปว่า กระบวนการตรวจสอบ ผมขีดเส้นใต้นะครับ ท่านประธานครับ กระบวนการตรวจสอบของแพทยสภาไม่เปึนธรรม นี่คือข้อวินิจฉัยหรือ มติของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เขาพูดว่ากระบวนการตรวจสอบของ คณะกรรมการแพทยสภาไม่เปึนธรรมต่อผู้ร้อง ซึ่งผมเองไม่ได้ติดใจในการมีมติที่จะให้ ความเห็นเปึนอย่างนี้ของคณะกรรมการสิทธิ เนื่องจากว่ากระบวนการตรวจสอบของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเองก็ใช้กลไก ตามอํานาจหน้าที่ที่มีอยู่ คณะกรรมการที่มีอยู่ พิจารณาในสิ่งที่เปึนองค์ประกอบทั้งหมด ไม่ว่าจะเปึนเอกสาร พยานบุคคล หรือประจักษ์พยาน พยานวัตถุต่าง ๆ ก็สรุปได้ว่า ยังไม่เปึนธรรม ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนะครับ คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่ได้ล่วงละเมิดไปวินิจฉัยว่าแพทยสภาวินิจฉัยผิดหรือไม่ผิด ตรงนี้ ต้องทําความเข้าใจกัน เพียงแต่ว่าในความเห็นอันที่ ๑ ที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติได้สรุปนั้นคือกรณีที่บอกว่าแพทย์ประมาทเลินเล่อ มันอยู่คนละกระบวนการกัน ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้น ๒ เรื่องนี่ดูเหมือนว่าเปึนเรื่องเดียวกัน แต่ว่าเปึนข้อวินิจฉัย อยู่ที่สภาวะที่มีผลต่างกัน เพราะฉะนั้นข้อขัดแย้งในการวินิจฉัยของแพทยสภา หรือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตรงนี้เอง ผมเองต้องการกราบเรียน ท่านประธานเพื่อเน้นย้ําว่าในความเห็นที่เกี่ยวกับองค์กร นั่นก็คือแพทยสภานั้น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้มุ่งเน้นว่ากระบวนการตรวจสอบยังไม่เปึนธรรม เพราะฉะนั้นเลยมีข้อเสนอ มีมาตรการแก้ไขปัญหาในข้อที่ ๕.๒ ที่ท่านสรุปมาในรายงานนี้ ก็คือว่า ให้แพทยสภารื้อฟุ๋นเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาใหม่ภายใน ๓๐ วัน ซึ่งแน่นอนครับ อาจจะมีผลการพิจารณาประเด็นที่สําคัญคือว่ากระบวนการในการให้ความเปึนธรรม ที่ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มีความเห็นนั้นท่านจะทําอย่างไรให้ได้ ความเปึนธรรมกับผู้ร้อง
ประเด็นที่ ๒ กรณีผลของการพิจารณาเรื่องคดี เรื่องความผิดของแพทย์ เรื่องของการละเมิดของแพทย์ ตรงนี้ก็คงเปึนประเด็นที่ต้องไปดูในรายละเอียดกันต่อไป เพราะผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า การวินิจฉัยใด ๆ หรือการมี มติใด ๆ กรณีถ้าองค์กร ๒ องค์กรมีความเห็นต่าง โดยเฉพาะเรื่องด้านวิชาชีพ กระผมเอง เปึนแพทย์ไม่ได้ปกปัองสถาบันวิชาชีพแพทย์ในทางที่ไม่ถูกนะครับ แต่อยากจะมีข้อเสนอ ว่าข้อวินิจฉัยใด ๆ กรณีถ้ามันมีขัดหรือแย้งกัน มีความเห็นต่างกัน กรณีถ้าเปึนองค์กร วิชาชีพและก็องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ผมเองอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่าอย่างน้อยน่าจะมีมาตรการหรือมีวิธีการที่จะเข้ามาพิสูจน์ มาตรวจสอบตรงนี้ ระหว่างการดําเนินการของ ๒ องค์กร จริงอยู่ครับ องค์กรที่เปึนองค์กร สิทธิมนุษยชนแห่งชาติเปึนองค์กรตามรัฐธรรมนูญ สถานะองค์กรยิ่งใหญ่ครับ มีกฎหมาย รองรับและเปึนไปตามรัฐธรรมนูญ แพทยสภาเองก็มีกฎหมายรองรับ เปึนองค์กรวิชาชีพ ทําหน้าที่ในการที่จะตรวจสอบควบคุมดูแลให้การประกอบวิชาชีพหรือประกอบวิชาชีพ ด้านเวชกรรมให้เปึนไปตามมาตรฐาน ยังประโยชน์สุขกับพี่น้องประชาชนหรือบุคคล ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดนะครับ รวมทั้งการส่งเสริมบุคลากรในด้านวิชาชีพด้วย เพื่อให้มีความรู้ ความสามารถที่เพียงพอที่ไม่ก่อปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในเรื่องทางด้านการบริการ อันนั้นคือเจตนารมณ์ตามพระราชบัญญัติแพทยสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นนี้ ผมเองก็ฝากท่านประธานว่าทําอย่างไรที่จะมีองค์กรขึ้นมาที่จะไปรองรับในข้อวินิจฉัยของ องค์กรต่าง ๆ ทางด้านการแพทย์เองนะครับ องค์กรทางการแพทย์อาจจะบอกว่าอาศัย ข้อมูลหลักฐานทางด้านการแพทย์ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเองก็บอกว่า อาศัยพยานแวดล้อม ประจักษ์พยานและข้อมูลทางด้านสังคมประกอบกับรายงาน ทางด้านการแพทย์ที่เห็น เรื่องเหล่านี้เองเปึนข้อถกเถียงนะครับ กระผมเองในฐานะที่เปึน ตัวแทนพี่น้องประชาชนมาจากอาชีพทางด้านการให้บริการทางด้านการแพทย์ การสาธารณสุข ผมก็ยังรักอาชีพนี้อยู่ ถึงแม้มาเปึนผู้แทนราษฎรมา ๕ ป้จะไม่ได้ทํา วิชาชีพนี้ ไปทําเปึนครั้งคราวในกรณีที่เข้าไปเปึนงานอาสา ไม่กล้าที่จะไปทําการประกอบ ธุรกิจ โดยเฉพาะไปเปึนลูกจ้าง เกิดว่าผมไปเปึนรัฐมนตรีเดี๋ยวผมก็จะหมดอํานาจหน้าที่ เพราะขาดคุณสมบัติอย่างกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไป ท่านประธานที่เคารพครับ ในประเด็นนี้ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ผมเคยนําเสนอในคณะกรรมาธิการ การสาธารณสุข เพราะผมถือว่ากรรมาธิการการสาธารณสุขนี้เกี่ยวเนื่องโดยตรงเกี่ยวกับ ด้านการบริการการแพทย์การสาธารณสุข ผมเคยเสนอเปึนความเห็นนะครับ ต่อแพทยสภา หรือคณะกรรมการแพทยสภาหรือท่านนายกแพทยสภาด้วยบอกว่าถึงเวลา หรือยังที่เราจะเป่ดโอกาสให้บุคคลที่ไม่ใช่แพทย์เข้ามาเกี่ยวข้องมาเปึนกรรมการ ในแพทยสภา เพราะว่าประการสําคัญเท่าที่รับฟังจากพี่น้องประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะสื่อสารมวลชน นักสิทธิมนุษยชน เขามักจะมีประเด็นเหล่านี้ขึ้นมาพูดอยู่ประจํา มาเสนอความเห็น เปึนประจําว่าเปึนองค์กร ป่ดมีเฉพาะแพทย์เท่านั้นที่อยู่ในองค์กรไม่รับบุคคลภายนอก เข้าช่วยในการตรวจสอบแก้ไข ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ คําตอบ ที่ได้แพทยสภาแบ่งเปึนหลายส่วนครับ หลายส่วนท่านนายกแพทยสภาเองก็ยอมรับว่า กรณีถ้าเปึนมาตรการอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ทางด้านเชิงสังคม การดูความเปึนไปต่าง ๆ ที่จะดูแลเรื่องสิทธิต่าง ๆ เขาน่าจะมีคนภายนอกเข้ามา อันนี้เปึนสิ่งที่เขายอมรับ เขาก็ อยากให้มีนะครับ แต่คงต้องไปแก้ไขบทบัญญัติกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือระเบียบปฏิบัติ ที่เกี่ยวข้องต่อไป ที่จะให้บุคคลภายนอกเข้ามามีส่วนรับรู้รับทราบและเปึนกรรมการ ร่วมด้วย แต่ประเด็นหนึ่งที่ท่านนายกแพทยสภาได้พูดกับกรรมาธิการชัดเจนครับ ท่านประธานครับ บอกว่าประเด็นกรณีถ้าเปึนเรื่องเทคนิคเรื่องของการพิจารณากรณีที่ เปึนร่างเทคนิคทางด้านการแพทย์ถ้าต้องอาศัยแพทย์ อาศัยผู้รู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง แน่นอนครับแพทย์นั้นอาจจะมีความรู้ด้านกฎหมายประกอบก็เปึนเรื่องที่ดี เรื่องเหล่านี้เอง ครับมันเปึนประเด็นที่พี่น้องประชาชนหลายคนอาจจะมีข้อสงสัยว่าแพทย์เข้าข้างตนเอง ประกอบกับรายงานนี้ก็เขียนค่อนข้างจะชัดบอกว่า แพทย์เข้าข้างกันเองนะครับ องค์การ แพทย์เข้าข้างกันเอง ท่านประธานครับเรื่องเหล่านี้เองผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่า องค์กรจะอยู่ได้องค์กรจะสามารถทําหน้าที่ได้ ถ้าองค์กรนั้นทําหน้าที่ ด้วยความเที่ยงธรรมเที่ยงตรงและทรงไว้ซึ่งมาตรฐาน แพทยสภาก็เช่นเดียวกัน วงการ แพทย์ก็เช่นเดียวกัน วงการนี้จะอยู่ได้ ถ้าองค์ประกอบทั้งหมดมุ่งเน้นที่จะเกิดประโยชน์ สูงสุดกับพี่น้องประชาชนและดูแลทุกอย่างให้เที่ยงธรรมเที่ยงตรงเปึนประโยชน์กับทุกฝ์าย นั้นเขาอยู่ได้แน่นอนครับ และผมก็ยืนยันว่าขณะนี้องค์กรนี้อยู่ได้ถึงแม้จะมีประเด็นเปึนข้อ กล่าวหาบ้างก็อาจจะมีแต่ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าเรื่องเหล่านี้ เราต้องให้ความเปึนธรรมทั้ง ๒ ฝ์าย ไม่ว่าจะเปึนองค์กรแพทยสภาเอง ตัวแพทย์ หรือ ผู้ร้องหรือพี่น้องประชาชนทั่วไป แล้วสิ่งที่ผมกังวลที่สุดครับท่านประธาน ถ้าเรายังไม่มี มาตรการไปแก้ไขเรื่องเหล่านี้ในข้อขัดแย้ง ข้อความเห็นที่เปึนองค์กรระหว่างองค์กรสิ่งที่ เกิดขึ้นในอนาคตครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้พูดไปว่าในอนาคตจะไม่มีคน ไปเรียนแพทย์ จะไม่มีคนไปเรียนแพทย์ ประเด็นข้อกังวลเหล่านี้ผมกราบเรียน ท่านประธานเลยนะครับว่า ในสังคมไทยในขณะนี้ลักษณะความเปึนอยู่พื้นฐาน ทัศนคติ เจตนารมณ์ การยอมรับความน่าเชื่อถือ ความยอมรับต่าง ๆ มันยังไม่เข้าสู่ระบบยังไม่เปึน มาตรฐาน บางครั้งกฎหมายบางฉบับที่ออกมาดูเหมือนจะเปึนประโยชน์มากแต่นําไปสู่ การปฏิบัติสําหรับเมืองไทยไม่ได้ ผมยกตัวอย่างท่านประธานครับมีพระราชบัญญัติ ฉบับหนึ่งที่เพิ่งออกมา เมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม ที่มีผลบังคับใช้นะครับ จริง ๆ ออกตั้งแต่ กุมภาพันธ์มีผลบังคับใช้หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา ๑๘๐ วัน พระราชบัญญัติ ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พอพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกมาครับ เปึนที่ตื่นตระหนก เปึนที่กังวล จริง ๆ แล้วถ้าไปดูเนื้อหาสาระเปึนกฎหมายที่ดีมากเปึนกฎหมายที่จะเปึน ประโยชน์มากต่อทุกฝ์ายนะครับ ผมใช้ว่าทุกฝ์ายเลย โดยเฉพาะฝ์ายที่เปึนผู้บริโภค จะได้รับการคุ้มครองเพราะเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้ว่าด้วยวิธีการพิจารณาที่จะให้ ผู้บริโภคมีโอกาสเข้าถึงสิทธิของเขาได้อย่างง่าย สะดวกและมีหลักประกัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ขณะนี้ แทนที่กฎหมายฉบับนี้จะเปึนผลดีนะครับ ด้วยสภาพที่เรายังไม่พร้อม ระบบเรายัง ไม่เตรียมความพร้อม ความวิตกความกังวลของแพทย์ถึงแม้จะอยู่ในร่องในรอยทําตาม มาตรฐานวิชาชีพ แต่สิ่งที่กังวลที่สุดก็คือ เขาจะต้องป่ดโรงพยาบาลไปขึ้นศาลเพื่อชี้แจง กรณีที่ถูกร้องอยู่เปึนประจํา เขาเองอาจจะต้องถูกยึดทรัพย์กรณีต้องชดใช้ค่าเสียหาย เพราะว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้มีผลที่จะให้ผู้ที่กระทํา เปึนผู้ละเมิดเปึนผู้กระทําให้เกิด ความเสียหายต้องรับผิดชอบด้วย ในขณะที่กฎหมายฉบับก่อน ๆ ไม่ว่าจะเปึนกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค กฎหมายว่าด้วย การละเมิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐยังให้สิทธิเปึนขององค์กร สังเกตว่ากรณีของคุณปรียนันท์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ได้ฟัองร้อง กระทรวงสาธารณสุขก็เข้าไปรับผิดชอบที่จะ เยียวยาในนามองค์กร และหลายกรณีครับมีการฟัองร้องกระทรวงสาธารณสุขเปึนผู้จ่าย ที่จะเยียวยากรณีเปึนค่าเสียหาย ซึ่งก็เปึนค่าเสียหายส่วนหนึ่งที่พอจะเยียวยาได้ เท่านั้นเอง อันนั้นเปึนไปตามพระราชบัญญัติการละเมิดของเจ้าหน้าที่ เขาให้องค์กร ให้หน่วยงานเปึนผู้รับผิดชอบ เว้นแต่จะไปไล่เบี้ยเอาทางแพ่ง สิ่งเหล่านี้เองครับเปึนสิ่ง ที่ผมฝากท่านประธานเปึนประเด็นไว้ในกรณีที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องมติของคณะกรรมการ และก็ข้อเสนอที่คณะกรรมการมีมาตรการให้แก้ไข กระผมก็เห็นด้วยครับ สําหรับข้อเสนอ ของท่านทั้ง ๓ ข้อ เพื่อจะให้รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดําเนินการ เพียงแต่ ที่ท่านนํามาเสนอในวันนี้เพื่อจะให้เปึนไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องเท่านั้นเอง ถ้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดําเนินการภายในระยะเวลาที่กําหนด เรื่องนี้ก็ไม่ต้องเข้ามาสู่สภา ไม่ต้องให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้งหลายท่านได้มารื้อฟุ๋น เข้าไปดูในรายละเอียด กระผมเองจะไม่แตะลงไปในรายละเอียดครับ เพราะเรื่องนั้น เปึนเรื่องที่เพิ่งจะมาผ่านการสืบสวนสอบสวนมาหมดแล้ว แล้วก็ไม่มีหลักฐานอะไร เพียงพอที่จะไปวิเคราะห์วิจารณ์ตรงนั้นได้ เพียงแต่อ่านเอกสารผมเองก็ไม่กล้าที่จะพูด อะไรมาก เพียงแต่ว่ายอมรับในคําวินิจฉัย ยอมรับในข้อเสนอแนะของทางคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ว่าเรื่องเหล่านี้ต้องเยียวยาต้องดําเนินการตามคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีมาตรการแก้ไขปัญหาที่เสนอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ ที่มาในนาม ตัวแทนของรัฐบาล ถึงแม้จะเปึนรัฐบาลที่ยังไม่มีนายกรัฐมนตรี แต่ศาลรัฐธรรมนูญก็ให้ สิทธิท่านทําหน้าที่ต่อ ท่านก็ต้องไปทํา ทําให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กําหนด ก็รายงานให้เขาทราบ เพราะสิทธิที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองแห่งนี้ผมเองอยากให้เปึนไปตาม กฎหมายครับ ถึงแม้สภาพภาวการณ์ในปัจจุบันนี้บ้านเมืองเราหลายท่านบอกเปึน อาณาธิปไตย เปึนบ้านเมืองที่ไม่มีกฎ ไม่มีระเบียบ ไม่มีการปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่มีการ ยอมรับในหลักการพื้นฐานของความเปึนระบอบประชาธิปไตย สิ่งนั้นยังเกิดขึ้นอยู่ครับ ท่านประธานครับ หลักการพื้นฐาน ๕ ข้อ ของระบอบประชาธิปไตย ถ้าถามว่าเมืองไทย ขณะนี้มีการยอมรับนับถือนําสู่การปฏิบัติหรือไม่ ตอบว่า ไม่เลยครับ ไม่เลยครับ ท่านประธาน อํานาจเปึนของปวงชนชาวไทย หลักข้อที่ ๑ คอบร้า โซวิเรียนตี้ (Cobra Sovereignty) ขออนุญาตให้ภาษาอังกฤษครับ ท่านประธานครับ เปึนของปวงชนชาวไทย จริงหรือเปล่าครับ ไม่จริงครับ อาจจะเปึนของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่พยายามที่จะแสดง สิทธิ อ้างสิทธิ ไม่ยอมรับอํานาจตรงนี้ หลักเสรีภาพบอกว่ามีสิทธิมีเสรีภาพที่จะดําเนินการ รายใดก็ได้ อาจจะอ้างเอาบทบัญญัติรัฐธรรมนูญบางบทบางตอนบางวรรคเข้ามาใช้ แต่คํานึงถึงสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องหรือไม่ ก็ไม่มีครับ ท่านประธานครับ เสมอภาคไหม ยากครับ ๖๓ ล้านคน ถือเปึนผู้ถูกกระทําทั้งหมด แล้วผลการกระทํานั้น ไม่มีความเสมอภาคต่อพี่น้องประชาชนคนไทยโดยรวมเลย หลักข้อที่ ๓ ก็ไม่มีครับ ท่านประธาน ที่ร้ายที่สุดคือหลักกฎหมายนะครับ รูล บาย ลอว์ (Rule by law) นี่ไม่มีเลย ใครใคร่จะทําอะไรก็ทํา เพราะฉะนั้นผมเองจึงกราบเรียนท่านประธานว่าในฐานะที่เราเปึน ฝ์ายนิติบัญญัติ เปึนผู้ตรากฎหมาย เปึนผู้ตรวจสอบในการบังคับใช้กฎหมาย ฝาก ท่านประธานครับ ความหวังของพี่น้องประชาชนอยู่ที่เรา เราจะทําอย่างไรครับว่า สิ่งที่ เปึนกฎหมาย ไม่ว่าจะเปึนกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ กฎหมายที่เปึนพระราชบัญญัติ กฎหมายที่เปึนกฎหมายของฝ์ายบริหาร มติคณะรัฐมนตรี หรือพระราชกําหนด พระราชกฤษฎีกาต่าง ๆ ก็ต้องถือปฏิบัติ ไม่เช่นนั้นแล้วบ้านเมืองเรา อยู่ไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ และที่สําคัญครับ หลักการพื้นฐานที่สําคัญถ้าเราจะอยู่ ด้วยกันในระบอบประชาธิปไตยระบบรัฐสภาเราก็คือเสียงข้างมาก ต้องถือเสียงข้างมาก ครับ แต่ไม่ละเมิดสิทธิของผู้มีเสียงข้างน้อย เพราะฉะนั้นไม่แปลกครับ ว่า ส.ส. ที่จะมา เปึนนายกรัฐมนตรีจะเปึนใครก็ได้ครับในสภาแห่งนี้ เขามีสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะมา จากพรรค ๑๖๔ พรรค ๒๓๓