จุติ ไกรฤกษ์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับศูนย์ประชุมนานาชาติ โดยขอปรับลดการสร้างศูนย์ประชุมในจังหวัดภูเก็ต และเสนอให้สร้างที่จังหวัดเชียงใหม่แทน เพื่อกระจายรายได้และความเจริญให้กับภาคเหนือ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องบริษัท ไทยแลนด์ พรีวิเลจ การ์ด หรือว่าอีลิท การ์ด ที่มีปัญหาทุจริต และขออนุญาตอภิปรายปรับลดงบประมาณในส่วนของกระทรวงการท่องเที่ยวเพื่อแก้ไขปัญหานี้
กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ในฐานะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยนะครับ ผมขอปรับลดสงวนคําแปรญัตติไว้ปรับลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ในส่วน ของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ มี ๒ เหตุผล เหตุผลแรกก็คือมีความเห็นที่แตกต่างกับ คุณหมอชลน่าน คือเรื่องศูนย์ประชุมนานาชาติ แต่ว่าในเมื่ออยู่กรรมาธิการเดียวกันแล้วก็ อยากจะเสนอความเห็นอย่างนี้ครับว่าเมื่อพิจารณาถึงความจําเปึนและความคุ้มค่า ผมก็ เคารพสิทธิคณะรัฐมนตรีที่เสนอแปรญัตติกลับเข้ามานะครับ แต่ว่าถ้าดูจากรายได้ แหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทยนี่นะครับ ภูเก็ต กระบี่ สมุยนําโด่ง ถ้าจะโกยเงินเข้าประเทศ โกยเงินต่างประเทศ เงินจากฝรั่งเข้าประเทศต้องสร้างศูนย์ประชุมนานาชาติที่จังหวัด ภูเก็ต เพราะว่าจํานวนห้องพักมากกว่า แล้วก็จํานวนเงินที่ใช้ต่อหัว หมายถึงนักท่องเที่ยว ใช้ต่อหัวมากกว่าถึง ๓ เท่า แต่ถ้าบอกว่าจะไปสร้างที่เชียงใหม่ตามที่กรรมาธิการท่านว่า การกระจายรายได้ กระจายความเจริญ แก้ไขปัญหาความยากจนก็ต้องไปสร้างที่จังหวัด เชียงใหม่ เพราะว่าจังหวัดเชียงใหม่นั้นตัวเลขมันบอกว่าภาคเหนือ ๑๗ จังหวัดมีจํานวน คนยากจนมากว่าภาคใต้ ที่เปึนแหล่งท่องเที่ยว ฉะนั้นก็ควรที่จะไปสร้างศูนย์ประชุม นานาชาติที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่ผมคิดว่าประเด็นนี้ไม่ใช่ประเด็นครับ เพราะว่าสร้างที่ ภาคเหนือ ภาคใต้คนไทยได้ทั้งนั้นไม่ว่ามากหรือน้อยนะครับ แต่ว่าถ้าเผื่อไปดูตัวเลข ความยากจนจากสภาพัฒน์ฯ ท่านประธานครับ ท่านประธานจะตกใจว่าภาคเหนือ ๑๗ จังหวัดที่สภาพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติสํารวจมานี่ คนที่จนที่สุดอยู่ในจังหวัด แม่ฮ่องสอน มีรายได้ต่อหัว ๖๕๘ บาทต่อคนต่อป้ แต่สิ่งที่แปลกก็คือความจนอันดับ ๒ อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ๖๙๐ บาทต่อคนต่อป้ นั่นคือ คนที่จนที่สุดอันดับ ๒ ของภาคเหนือ ในขณะเดียวกันถ้าเผื่อบอกว่าจังหวัดที่จนกว่านี้ น่าจะเปึนจังหวัดเชียงใหม่ เพราะว่ามีจํานวนคนจนลงทะเบียนมากสุดถึง ๒๔๐,๒๕๔ คน ที่ลงทะเบียนคนจนเพื่อขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล ถ้าดูตรงนี้แล้ว ท่านประธานครับ เขาบอกว่า อย่าเห็นในสิ่งที่เชื่อ แล้วก็อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็น เพราะว่าถ้าไปดูการแก้ปัญหา ความยากจนนั้น ผมย้อนดูเอกสารงบประมาณ ย้อนหลังไป ๕ ป้ งบไปลงที่จังหวัด เชียงใหม่ ๕ ป้เท่านั้น ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ เงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นลงไป แต่วันนี้ผลสํารวจมาจังหวัดเชียงใหม่นั้น คนลงทะเบียนคนจนนั้นยังสูงที่สุดในภาคเหนือ นอกจากนั้นแล้วผมคิดว่าสิ่งที่จะต้องมาพิจารณาก็คือว่า การแก้ไขปัญหาความยากจน นั้นคงไม่ใช่เอาเงินไปทุ่มอย่างเดียว เอาของไปแจกอย่างเดียว คงจะต้องเริ่มต้นที่ การศึกษา เริ่มต้นที่พัฒนาให้ประชาชนนั้นเขาพึ่งตนเอง แล้วก็ทําแบบเศรษฐกิจพอเพียง ฉะนั้นผมอยากจะฝากกรรมาธิการไว้ว่าป้นี้สร้างศูนย์ประชุมนานาชาติที่จังหวัดเชียงใหม่ แล้ว ป้หน้าโอนเงินต่างประเทศเข้า สร้างที่จังหวัดภูเก็ตครับ จะได้มีรายได้จาก ต่างประเทศเข้า
ท่านประธานครับ ผมมีประเด็นสุดท้ายในของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ซึ่งคาใจผมมานานคือเรื่องบริษัท ไทยแลนด์ พรีวิเลจ การ์ด หรือว่าอีลิท การ์ด นั้นครับ ตรงนี้อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ผมผิดหวังมากว่า ตั้งเปัาไว้ตอนแรก เปึนความคิดที่ดีมาก ว่าจะนําเงินจากต่างชาติคนละล้านบาทเข้าประเทศ หานักท่องเที่ยว ได้ ๑ ล้านคนก็จะมีเงินท่องเที่ยวเข้าประเทศจากฝรั่งนี้ ๑ ล้านล้านบาท แล้วก็โครงการนี้ ก็บอกว่าทําใน ๕ ป้ ซึ่งผมเห็นชมชอบด้วย แต่ปรากฏว่าเมื่อเอามาแปรเปึนแผนปฏิบัติ การแล้วนี้ แล้วก็มีการจ้างดําเนินการ เงินเดือนค่อนข้างแพงครับท่านประธาน จ้างเปึน เงินเดือนสูงถึง ๓๕๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน ซึ่งมากกว่าประธานสภา มากกว่าประธาน ศาลฎีกา มากกว่านายกรัฐมนตรีอีก ปรากฏว่าบริษัทนี้ตั้งมาแล้วก็มีปัญหามากมาย คือเรื่องปัญหาทุจริตครับ มีเรื่องของการจ้างบริษัทโฆษณาต่างประเทศ แล้วก็การจ้างนั้น ไม่มีสัญญาว่าจ้างบริษัทนี้ต้องเสียเงินไป ๑๐๐ กว่าล้านบาทชําระค่าโฆษณาเขา นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่ผมกังวลก็คือว่า เปัาหมายที่ตั้งไว้ครับท่านประธาน ตั้งไว้ว่า ป้แรกจะต้องขายบัตรให้ได้ ๑ แสนใบ ปรากฏว่าขายได้ไม่ถึง ๕๐๐ ใบ ถ้าท่านประธาน มีผู้จัดการฝ์ายขายที่ขายต่ํากว่าเปัาถึง ๙๙.๕ เปอร์เซ็นต์ ก็คือทําแทบไม่ได้เลยแล้วจะ จ้างไปทําไม แต่ว่าบริษัทนี้ยังดันทุรังทู่ซี้ทําอยู่เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันนี้ และมาปัจจุบันนี้ ก็ปรากฏว่ามีสมาชิกเพิ่มขึ้นเปึน ๑,๗๐๐ คน ๕ ป้ ซึ่งแตกต่างจาก ๑ ล้านคนที่เราต้องการ เลย แล้วก็ป้นี้ครับครึ่งป้แรกปรากฏว่าผลงานของบริษัทนี้ก็ย่ําแย่ เพราะว่าหาสมาชิก ได้เพียงแค่ ๒๕ ท่านเท่านั้น ถ้าเผื่อในเชิงธุรกิจแล้วผมคิดว่าคณะกรรมาธิการในป้หน้า หรือในป้ต่อ ๆ ไปจะต้องทบทวนแล้วครับว่า โครงการนี้ไม่สมควร ควรจะมีการทบทวน องค์การมหาชนนี้ว่ายุบทิ้งเสีย แล้วอย่าไปกังวลว่าจะเสียชื่อของต่างชาติ เพราะว่าความ เสียหายที่ต้องมาจ่ายทุกวันนี้ไม่คุ้มค่าอยู่แล้ว ต่างชาติจะฟัองอย่างไรก็มีความเสียหายไม่ เกิน ๑,๗๐๐ ล้านบาท แต่ว่าเราขาดทุนมาทุกป้ ๆ สะสมมาทุกป้จะถึงยอดที่จะเสียหาย อยู่แล้ว ฉะนั้นผมกราบเรียนบันทึกเอาไว้แค่นี้ว่า บริษัท ไทยแลนด์ พรีวิเลจ การ์ด หรือ อีลิท การ์ด นั้นไม่สมควรที่จะมีอีกต่อไป แล้วก็อยากจะให้กรรมาธิการงบประมาณนั้น ได้ให้การทบทวน เพราะว่าสิ่งที่สําคัญก็คือว่ากระทรวงการท่องเที่ยวฯ ดูแลบริษัทนี้ แต่ปัญหาคือควบคุมได้ยากครับท่านประธาน เพราะว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปึนรัฐวิสาหกิจ แล้วการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยก็เปึนคนคุมบริษัทนี้อีกทีหนึ่ง การควบคุมนั้นเข้าไปไม่ถึงควบคุมยาก มีรูรั่วเยอะ มีทุจริตเยอะ ด้วยเหตุนี้ครับ ท่านประธาน ผมจึงขออนุญาตอภิปรายปรับลดงบประมาณในส่วนของกระทรวง การท่องเที่ยว เพื่อให้ไปแก้ไขปัญหาต่อไป ขอบพระคุณครับ