อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ หารือเรื่องการปรับลดงบประมาณของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนากีฬาเพื่อสุขภาพและความจำเป็นในการจัดหาอุปกรณ์และครูผู้ดูแลด้านกีฬาเพื่อสุขภาพให้ทั่วถึง พร้อมขอสนับสนุนจากภาครัฐ และส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้คนไทยได้เรียนรู้และศึกษาสิ่งใหม่ๆ และส่งเสริมให้เยาวชนนิยมการท่องเที่ยว
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ปรับลดในมาตรา ๙ ไว้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ของกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งกรรมาธิการได้ปรับลดไป ๑๑๙ ล้านบาท และก็เพิ่มกลับมาอีก ๔๗๖.๕ ล้านบาท ซึ่งก็ไปอยู่ในพื้นที่ ๓ – ๔ จังหวัด อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้นําเรียน นะครับ ประเด็นนี้ผมจะไม่ขอแตะ จะไปในประเด็นที่ผมต้องการนําเสนอ ในเรื่องของ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มี ๒ ส่วน ที่จําเปึนต้องพูดแยกกัน อันแรกก็คือกีฬา กีฬา มีอยู่ ๒ ประเภทนะครับ คือกีฬาเพื่อการแข่งขัน แข่งขันเพื่อสู่ความเปึนเลิศ กับกีฬาเพื่อ สุขภาพ วันนี้งบประมาณที่ได้รับในการสนับสนุนกีฬาเพื่อการแข่งขัน ผมคิดว่ายังไปไม่ถึง ตัวไม่ถึงนักกีฬา แต่กลับไปถึงตัวอาคาร สถานที่ ตึกราม เสียมากกว่า ซึ่งเปึนประเด็น ที่อยากจะฝากไว้ว่าถ้าเราไม่สามารถที่จะเอางบประมาณลงไปสู่ถึงตัวนักกีฬาในการ พัฒนาตัวนักกีฬาไปสู่ความเปึนเลิศได้ เราก็ยากที่จะประสบความสําเร็จ ในเรื่องของกีฬา เพื่อสุขภาพครับ สํานักงานพัฒนากีฬาและนันทนาการ ได้งบไปหลังจากปรับลดแล้วได้ไป ๗๓๗ ล้านบาท ผมมีอยู่ ๒ – ๓ ประเด็นที่จะฝากสําหรับกีฬาเพื่อสุขภาพก็คือจําเปึนที่ จะต้องมีแผนงานที่จะพัฒนากีฬาเพื่อสุขภาพที่เข้าไปถึงคนทุกเพศทุกวัย วันนี้ผมพูดถึง กีฬาเพื่อสุขภาพก็มักจะเน้นถึงผู้สูงอายุ มีเรื่องการเต้นแอโรบิค แต่ว่าคนทุกคนจําเปึน จะต้องมีสุขภาพที่ดี ถ้ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเห็นความสําคัญของการพัฒนาสุขภาพที่แท้จริงต้อง ส่งเสริมสนับสนุนให้งบประมาณเหล่านี้ไปถึงโรงเรียน ไปถึงโรงงาน ไปถึงสถานที่ราชการ ถึงที่ทํางาน ถึงชุมชนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง
ประเด็นที่ ๒ ก็คือการจัดหาอุปกรณ์ครูผู้ดูแลด้านกีฬาเพื่อสุขภาพอย่าง ทั่วถึง วันนี้พี่น้องในชนบทที่สนใจกับเรื่องของการดูแลสุขภาพ เต้นแอโรบิคกันทั่วบ้าน ทั่วเมือง แต่ว่าคนเหล่านั้นต้องรวมกลุ่มกันเอง ต้องจัดหาอุปกรณ์เอง ต้องหาสถานที่เอง และต้องจ้างครูฝ๊กแอโรบิคมาฝ๊กสอนกันเองนะครับ
ประเด็นที่ ๓ คือต้องมีเครือข่ายความร่วมมือในการทํางานด้านกีฬา เพื่อสุขภาพนะครับ วันนี้องค์กรอย่าง สสส. มีเงิน มีทุน จํานวนมากมายมหาศาล กระทรวงกีฬาต้องไปดู องค์กรปกครองท้องถิ่นมีงบประมาณทางด้านนี้จํานวนมากนะครับ ที่ต้องฝากไว้ก็คือเรื่องของกําลังเจ้าหน้าที่ที่จะดูแลงานทางด้านกีฬาและนันทนาการครับ ระดับอําเภอเดี๋ยวนี้มีเจ้าหน้าที่กีฬาและนันทนาการของอําเภอนี่ครับ มีเพียงคนเดียว เท่านั้นดูแลทุกตําบลทุกพื้นที่ที่มีกิจกรรมกีฬาและนันทนาการ เขาได้เงินเดือนละเท่าไร ครับ ๗,๐๐๐ กว่าบาท ค่าน้ํามันรถยังไม่พอเลยครับ ต้องพึ่งพาองค์กรปกครองท้องถิ่น อันนี้ต้องฝากไว้
ประเด็นที่ ๒ ที่จะพูดถึงในเรื่องของกีฬาก็คือการจัดตั้งสถานีโทรทัศน์ เพื่อการกีฬาครับ โชคดีครับที่คณะกรรมาธิการตัดงบประมาณส่วนนี้ไปจํานวน ๑๐ ล้านบาท ตัดไป ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลย เรื่องสถานีโทรทัศน์กีฬานี่ครับ มีการเรียกร้อง ต้องการ และก็ชื่นชมกันมากว่า จะทําให้เปึนการปลุกเร้าความสนใจให้เยาวชนนี้หันมา สนใจกีฬากัน แต่ในทัศนะของผมแล้วไม่สามารถที่จะทําอะไรได้มากไปกว่าปัจจุบันนี้ หรอกครับ ถ้าหากว่าเรายังมองการตั้งสถานีโทรทัศน์ขึ้นมาโดยเน้นในเรื่องของธุรกิจเรื่อง ของการโฆษณา วันนี้ถ้าเกิดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีสาสน์หรือเนื้อหาสาระที่จะ ไปถึงพี่น้องประชาชนผ่านไปยังสถานีโทรทัศน์ทั่วไปที่เปึนฟรีทีวี จะได้ประโยชน์มากกว่า การตั้งสถานีโทรทัศน์ขึ้นมาสักช่องหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องง่าย จําเปึนจะต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือ มีคนที่มีประสิทธิภาพ และต้องแข่งขันกับสถานีโทรทัศน์อื่น ๆ วันนี้ถามว่าท่านสามารถ ที่จะแข่งขันกับสถานีโทรทัศน์ทั่วไปที่เปึนฟรีทีวีได้หรือไม่ แข่งขันกับเคเบิ้ลทีวีได้แค่ไหน มีรายการกีฬา มีเนื้อหากีฬาที่เปึนที่สนใจของพี่น้องประชาชนมากเท่ากับเคเบิ้ลทีวีหรือไม่ นี่อยากจะฝากไว้นะครับ
ต่อมาเรื่องของการท่องเที่ยวครับ งบประมาณส่วนใหญ่อยู่ในแผน ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภาคท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งเปึนงบก้อนใหญ่ที่จะมาคอยกํากับ ทิศทางเรื่องการท่องเที่ยว แต่ดูจากแนวโน้มแล้วรัฐบาลให้ความสนใจกับการท่องเที่ยว ในเชิงของการหารายได้เข้าประเทศเปึนหลักเสียมากกว่า ผมคิดว่าการท่องเที่ยวที่จะสร้าง รายได้ และก็เกิดคุณค่าที่เปึนประโยชน์ต่อคนในชาตินี่ต้องมีในสามมิติ
ก็คือ ๑. ต้องทําการท่องเที่ยวเพื่อการสร้างรายได้ให้กับประเทศ และให้กับ ชุมชนท้องถิ่น กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่กระจุกตัวอยู่ที่ภาคบริการ ภาคธุรกิจ หรือผู้ที่ลงทุนเท่านั้นเอง
๒. ก็คือว่าการท่องเที่ยวต้องปลุกจิตสํานึกคนในชาติให้มีความรู้สึก หวงแหนต่อทรัพยากรธรรมชาติของสิ่งที่มีอยู่ ของวัฒนธรรม ของประเพณี ของประวัติศาสตร์
ประเด็นที่ ๓ คือต้องเปึนการท่องเที่ยวเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของคนในชาติ ท่านต้องส่งเสริมให้คนไทยได้ท่องเที่ยว ต้องส่งเสริมให้คนไทยได้เรียนรู้ผู้คนที่มาท่องเที่ยว และได้เรียนรู้การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเปึนสิ่งที่มีความสําคัญ ดังนั้นถ้าเกิด เรามองในมิติเช่นนี้นะครับ ทุกจังหวัดต้องเปึนจังหวัดท่องเที่ยว ไม่ใช่เพียงการวางแผน ให้จังหวัดใดจังหวัดหนึ่งเปึนพิเศษ หรือพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเปึนพื้นที่พิเศษ ถ้าเราสามารถ ที่จะทําให้ทุกจังหวัดเปึนจังหวัดของการท่องเที่ยวในมิติต่าง ๆ ได้ การกระจายรายได้ก็จะ ทั่วถึง การกระจายเรื่องการเรียนรู้ทางด้านเสริมภูมิปัญญาของพี่น้องในชาติก็จะทําได้ดี ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีข้อเสนอฝากไว้สําหรับกระทรวงท่องเที่ยวนะครับ ในการ ส่งเสริมการให้คนไทยได้ท่องเที่ยวก็คือ
๑. ก็คือต้องให้คนไทยได้เที่ยวทั่วไทยนะครับ ให้คนไทยได้ท่องเที่ยวกันเอง ในทุกจังหวัด คนนครศรีธรรมราชก็ต้องมีโอกาสไปท่องเที่ยวในจังหวัดชลบุรี ในจังหวัด เชียงใหม่ คนเชียงใหม่ก็ต้องไปยะลา นราธิวาส ต้องไปภูเก็ต เหล่านี้จะทําให้เกิด การเรียนรู้ซึ่งกันและกันของคนในชาติ แล้วก็จะศึกษาแบบอย่างว่าคนเชียงใหม่เขาจัดการ ท่องเที่ยวของเขาอย่างไร คนสุพรรณบุรีเขาจัดการการท่องเที่ยวอย่างไร เมื่อกลับมาบ้าน เกิดของตัวเองแล้วก็จะได้กลับมามองสภาพความเปึนจริงและมาปรับมาประยุกต์ใช้
อันที่ ๒ ต้องส่งเสริมให้คนไทยมีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศ หลายคน บอกว่าการส่งเสริมให้คนไทยไปเที่ยวต่างประเทศ ก็คือการนําเงินไหลออกจริง ๆ แล้วเปึน ส่วนน้อยนิดเท่านั้นเองครับ แต่คุณประโยชน์ที่ได้จากการที่คนไทยได้ไปเรียนรู้ ได้ไปสัมผัส สิ่งที่ในบ้านอื่นเมืองอื่นจะเปึนประโยชน์และก็สามารถนํากลับมาปรับปรุงประยุกต์ใช้ ในบ้านเมืองของตัวเอง
๓. ก็คือการส่งเสริมให้เยาวชนนิยมการท่องเที่ยว พ่อ แม่ ลูก ต้องพากันไป เที่ยวครับ อย่างน้อยการสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวอย่างน้อยได้ไปเรียนรู้ร่วมกัน ครูต้องพานักเรียนไปทัศนะศึกษาไปเรียนรู้ ทุกชั้นเรียนต้องกําหนดในเรื่องนี้ไว้ครับ ท่านทราบไหมครับ จังหวัดนครศรีธรรมราชมีพื้นที่ติดชายฝัืงทะเล ๒๒๕ กิโลเมตร แต่นักเรียนที่อยู่ในพื้นที่ชนบท ในป์าเขานี่ครับไม่เคยมาเห็นทะเลเลย ครูต้องพามาเขามี โอกาสได้เห็นทะเลก็ในช่วงวันเด็กเท่านั้นเอง นี่เปึนสิ่งที่มีความสําคัญ เขาจะเรียนรู้ ทรัพยากร เขาจะหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ของเขาได้อย่างไร ถ้าไม่เป่ดโอกาส ให้เขาได้เรียนรู้
ท่านประธานที่เคารพครับ อีกประเด็นหนึ่งที่ฝากไว้ อยากจะตั้งให้เปึน ข้อสังเกตสําหรับไปถึงกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ก็คือเม็ดเงินจํานวนมหาศาลที่ได้ จากการท่องเที่ยวที่บอกว่าป้ละ ๘ แสนล้านบาท ๙ แสนล้านบาท ถึง ๑ ล้านล้านบาท ต้องตั้งคําถามกับตัวเราเองว่าเราได้มาและเราแลกกับอะไรบ้าง นี่เปึนเรื่องสําคัญครับ ศักดิ์ศรีของมนุษย์ถูกแลกไป จากการเติบโตของการท่องเที่ยวที่พัทยา ที่ป์าตอง สตรี จํานวนมากถูกมองในแง่ลบ นั่นคือศักดิ์ศรีของมนุษย์หายไปแต่รายได้มา แล้วบอกว่า เปึนที่น่าภาคภูมิใจว่านี่คือรายได้จากการท่องเที่ยว การเสื่อมทางวัฒนธรรม คุณธรรม ก็ลดลงมองเห็นแต่เรื่องเงินกันอย่างเดียว การถูกครอบงําโดยลัทธิบริโภคนิยม ค่าครองชีพ ในจังหวัดท่องเที่ยวเหล่านั้นสูงจํานวนมหาศาล กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มองในมิติเหล่านี้หรือไม่ การถูกยึดครองทรัพยากรโดยคนต่างชาติ วันนี้ถามว่าเกาะสมุย เปึนของคนสมุยกี่เปอร์เซ็นต์ ที่ดินกี่ตาราง กี่ไร่ ที่เหลือเปึนของคนสมุยที่ไม่ตกเปึนของคน ต่างชาติที่เข้ามาครอบครองในรูปแบบที่สลับซับซ้อนต่าง ๆ กราบขอบพระคุณครับ