รณฤทธิชัย คานเขต หารือเรื่องงบประมาณที่ถูกปรับลดลงของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และเรียกร้องการสนับสนุนให้กระทรวงนี้ได้เงินมากขึ้น เพื่อพัฒนาเรื่องกีฬาให้ดีขึ้น
ท่านประธานที่เคารพ ผม รณฤทธิชัย คานเขต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อแผ่นดิน จังหวัดยโสธร ท่านประธานครับ มาตรา ๙ เรื่องของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา งบประมาณที่ได้ที่ตั้งไว้ ๔,๐๘๒ ล้านบาท และถูกปรับลดลงเหลือประมาณสัก ๓,๙๐๐ กว่าล้านบาท จริง ๆ แล้วเรื่อง ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามันเปึนความผิดตั้งแต่ตอนที่มีการปฏิรูประบบ ราชการแล้ว ที่เอาการท่องเที่ยวกับการกีฬามาบวกผสมเข้าด้วยกัน ทั้ง ๆ ที่มันคนละเรื่อง กันเลย สมัยก่อนตอนที่กรมพลศึกษาซึ่งดูแลเรื่องกีฬาอยู่กับกระทรวงศึกษาธิการ การพัฒนาในเรื่องของกีฬาเรามีแผนกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ ๑ ฉบับที่ ๒ จนมาถึงวันนี้ ฉบับที่ ๓ จะเห็นว่าเรื่องของกีฬา สโลแกน (Slogan) ของพี่น้องชาวพลศึกษาเรา เขาบอกว่าสมองที่ดีต้องอยู่ในร่างกายที่แข็งแรง เพราะฉะนั้นงบประมาณต่าง ๆ เมื่อครั้งที่ ยังเปึนแค่กรมอยู่ ป้หนึ่งก็ได้ประมาณสักเกือบ ๒,๐๐๐ ล้านบาทในสมัยนั้น เราสามารถ ที่จะตั้งโรงเรียนกีฬาได้ เราสามารถที่จะมีแผนงานเกี่ยวกับเรื่องการที่จะสร้างความ แข็งแรงให้เกิดขึ้น สร้างในเรื่องของการสร้างสุขภาพและอนามัย โรงเรียนทุกโรงเรียน เมื่อสมัยก่อนมีครูพลศึกษา ถึงจะเปึนครูซึ่งไม่จบปริญญา สมัยก่อนเรามีแค่โรงเรียนพลานามัยที่ผลิตครูเพื่อไปสอนให้กับเด็กนักเรียนในโรงเรียน ต่าง ๆ จนกระทั่งพัฒนาขึ้นมาเปึนระดับที่ขอสอบเอ็นทรานซ์ (Entrance) ผ่านสภานะครับ ผลิตบุคลากรที่มีความรู้ระดับปริญญา แต่ว่าความสําคัญของนักพลศึกษากับถูกลดน้อย มันถดถอยไป แทนที่มันจะพัฒนาขึ้นก็เพราะว่าตอนที่มีการปฏิรูประบบราชการ ผมไม่ทราบว่าใครเปึนคนที่มีแนวความนึกคิดอย่างนี้ ถึงเอากีฬาไปผสม ไปอยู่ในกระทรวง เดียวกันกับการท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นความสําคัญของเรื่องกีฬามันถึงลดน้อยลง โรงเรียน เดี๋ยวนี้ความเอาใจใส่ในเรื่องการที่จะสร้างความแข็งแรงให้กับลูกหลานเยาวชนของเรา ความสําคัญอันนี้มันก็ลดถอยลงไปด้วย ตอนที่ผมเปึนผู้แทนราษฎร ในฐานะซึ่งตัวเองนี่ จบพลศึกษามาโดยตรง ผมขอเข้าไปเปึนกรรมาธิการการกีฬาของสภาผู้แทนราษฎร เราออกไปดูงาน เราศึกษา เราพยายามที่จะเสนอแนะแนวความนึกคิดเพื่อให้ทางรัฐบาล ได้ทราบและนําเอามาปรับปรุงแก้ไข เพื่อที่สําหรับที่จะให้การพลศึกษาเข้ามาสู่พี่น้อง ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ แต่พอมารวมกันมันผิดตั้งแต่ทีแรกที่ผมกราบเรียน ท่านประธาน มันผิดตั้งแต่ทีแรกที่เอามารวมกัน เพราะฉะนั้นวันนี้ความสําคัญต่าง ๆ มันก็ ไปอยู่ทางการท่องเที่ยว เพราะถือว่าการท่องเที่ยวต้องยอมรับว่าเปึนหน่วยงานที่จะ สามารถหาเงินสดเข้าประเทศได้ งบประมาณต่าง ๆ บุคลากรต่าง ๆ ถึงให้ความสําคัญกับ การท่องเที่ยวมากกว่าการพลศึกษา ทุกวันนี้การพลศึกษาเราแยกออกเปึน ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งคือการที่เราจะสร้างความแข็งแรงให้กับในส่วนของท้องถิ่น คือกีฬาขั้นพื้นฐาน แต่นั่นคือการพัฒนากีฬาไปสู่ความเปึนเลิศ มีเพื่อนสมาชิกหลายคนบอกว่าเวลาที่เราไป ได้เหรียญทองโอลิมป่กมา ทุกคนเยินยอกัน สรรเสริญเยินยอกัน มีชื่อมีเสียงกัน สามารถ ทําชื่อเสียงให้กับชาติบ้านเมือง ให้กับคนทั้งโลกได้รู้ว่าประเทศไทยก็สามารถจะสร้าง บุคลากรเปึนนักกีฬาในการที่จะทําชื่อเสียงให้กับประเทศมีโอกาสได้รับเหรียญทอง แต่งบประมาณในการพัฒนากีฬาน้อยมากครับ การให้ความสําคัญเรื่องนี้น้อยมากจริง ๆ ผมไปดูงานในสมัยตอนที่เปึนกรรมาธิการการกีฬาของสภาผู้แทนราษฎร ไปดูจีน ไปดู เยอรมัน ไปดูเกาหลี ไปดูญี่ปุ์น ประเทศที่เขาแพ้สงครามนะครับ เห็นกันง่าย ๆ ใกล้บ้านเรา ไม่ต้องไปถึงเยอรมัน เอาเกาหลี เอาญี่ปุ์น หลังจากแพ้สงครามแล้วเขาเอา การพลศึกษาเข้าไปสร้างความแข็งแกร่งให้กับคนของเขา เพราะกีฬามันสร้างคน และประชาชนเปึนคนที่สร้างชาติ แต่ ณ วันนี้ความสําคัญของการพลศึกษาในบ้านเรา ความสําคัญมันน้อย ผมแปรญัตติไว้จริง ๆ ไม่อยากตัดแต่จําเปึนต้องแปรตัดไว้เพื่อ จะได้พูด เพราะถ้าสมมุติว่าถ้าไม่แปรไว้ก็ไม่ได้พูด พูดแล้ววันนี้ ถามว่าเงินที่ตัดแล้ว กองรวมกันไว้ จะสามารถที่จะย้อนกลับเอามาแก้ไข เอามาเพิ่มเติมเพื่อให้การพลศึกษา มันดีขึ้น เปึนไปได้ไหม เปึนไปไม่ได้หรอกครับ เพราะเขาพิมพ์แล้ว ก็ตามที่หนังสือที่ทาง กรรมาธิการที่พิจารณาเกี่ยวกับเรื่องของงบประมาณเขาทํากันไว้หมดแล้ว วันนี้ก็ได้ เฉพาะแต่พูดเฉย ๆ บอกพี่น้องประชาชนชาวพลศึกษาที่ฟังกันอยู่ตอนนี้ ผมพูดได้เลยว่า พูดอย่างไรมันก็แปรญัตติกลับมาไม่ได้หรอกครับ ก็ได้ตามที่พิจารณาไปแล้ว แต่อยาก ฝากไปถึงกรรมาธิการป้หน้า ฝากไปถึงท่านรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีเองก็คนบ้านใกล้กัน นี่ครับ บ้านผมด้วย เปึนคนอุบลราชธานี ท่านวีระศักดิ์ท่านก็บ่น ท่านบอกงบประมาณของ กระทรวงนี้มันรวม ๒ หน่วยงาน เอามารวมไว้เปึนกระทรวงเดียวกัน งบประมาณมันได้ น้อย เพราะฉะนั้นมันก็อยู่ที่กรรมาธิการพิจารณาในป้หน้าว่าจะให้ความสําคัญเกี่ยวกับ เรื่องของการพลศึกษามากน้อยแค่ไหนอย่างไร ผมบอกว่าคนที่เจ็บไข้ได้ป์วยสามารถเปึนคนที่สามารถมาพัฒนาประเทศได้ไหม คนป์วย นอนโรงพยาบาล สมองดีแค่ไหนแต่ร่างกายไม่ปกติ ไม่สามารถที่จะมาทํางานให้กับ ชาติบ้านเมืองได้ เพราะฉะนั้นชาวพลศึกษาถึงบอกว่าสมองที่ดีต้องอยู่ในร่างกายที่ แข็งแรงด้วย วันนี้โรคภัยไข้เจ็บก็เยอะแยะ เพราะสารเคมีมาก เพราะฉะนั้นจะทําอย่างไร จะให้ร่างกายแข็งแรง ทําอย่างไรเราสามารถจะพัฒนากีฬาเพื่อให้คนทั้งโลกได้รู้ว่า ประเทศไทยก็มีนักกีฬาที่มีความสามารถ มันอยู่ที่เงินงบประมาณครับ แล้วถามว่า เงินงบประมาณ ณ วันนี้ที่ตั้งกันไว้ในสัดส่วนของกีฬา หลายท่านก็พูด กรรมาธิการเรา ก็ชี้แจง บอกไม่สามารถที่จะตัดเอามาช่วยได้หรอกเงินมีจํานวนจํากัด ต้องขอบคุณ ทางท่านกรรมาธิการที่ได้ชี้แจงเกี่ยวกับเงินที่ได้ตัดไป ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แจงออกมา ให้เห็นว่าเอาไปทําอะไรบ้าง ผมถึงบอกว่าการกีฬามีความสําคัญ ประเทศที่เขาแพ้ สงคราม เขาเอากีฬาไปพัฒนาคน เพราะคนที่เปึนนักกีฬามันรู้ระเบียบ รู้วินัย คนเราถ้ามี ระเบียบ มีวินัย รู้แพ้ รู้ชนะ วันนี้เหตุการณ์บ้านเมืองเราในประเทศไทย ณ ขณะนี้ที่เกิด เหตุการณ์ มันไม่เกิดหรอกครับ เพราะถ้าคนมีน้ําใจเปึนนักกีฬา แต่วันนี้มันขาดสิ่งเหล่านี้ ผมถึงอยากกราบเรียนท่านประธานไปถึงผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ถ้าเปึนไปได้ถ้ามีการปฏิรูป ระบบราชการใหม่ แยกกระทรวงการท่องเที่ยวกับกีฬาออกจากกันได้ไหม ตั้งเปึนกระทรวง กีฬาขึ้นมาได้ไหม เพราะอย่าลืมว่ากีฬามันสร้างคนและคนมันสร้างชาติ ผมอยากให้ สํานึกตรงนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะเปึนไปได้แค่ไหนนะครับ แต่ก็ฝากกันไว้ ฝากจิตใต้สํานึกของคน ที่จะเข้ามาเปึนผู้บริหาร ฝากคนที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องให้แยกกีฬาออกจากการท่องเที่ยว เปึนกระทรวงการท่องเที่ยวสักกระทรวงหนึ่ง เปึนกระทรวงกีฬาสักกระทรวงหนึ่ง ผมเชื่อว่า อย่างนี้กระทรวงกีฬาจะพัฒนาคนได้นะครับ ก็ขอฝากไว้เพียงเท่านี้ครับ จริง ๆ มีเรื่อง พูดเยอะ แต่ว่าก็พูดไปแล้วก็ได้อะไรไม่มากนัก เอาไว้ว่าฝากไปทางกรรมาธิการ การกีฬาอีกสักนิดหนึ่งนะครับ ขอฝากเรื่องการพัฒนาเรื่องของการกีฬาด้วยครับ กราบขอบพระคุณมากครับ