อลงกรณ์ พลบุตร แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2552 โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งถูกตัดงบประมาณอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการท่องเที่ยวและกีฬา โดยมองว่าการท่องเที่ยวเป็นแหล่งรายได้ใหม่และทิศทางใหม่ของเศรษฐกิจไทย และเชื่อว่าประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการดึงนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ได้ตั้งความหวังมากนะครับท่านประธาน ตั้งแต่การพิจารณาชั้นรับหลักการ พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๒ เพราะว่าในงบประมาณยอดรวม ๑.๘ ล้านล้านบาท ปรากฏว่าภายใต้ ๒๐ กระทรวงที่เรามีอยู่นั้น มีเพียง ๓ กระทรวงเท่านั้นครับที่สร้างรายได้ ให้กับประเทศ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา แต่เมื่อดูโครงสร้างงบประมาณปรากฏว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานั้นได้ งบประมาณเพียง ๔,๐๐๐ ล้านบาท คิดเปึน ๐.๐๒ เปอร์เซ็นต์ ผมผิดหวังจริง ๆ ครับ ต่อคณะกรรมาธิการ เพราะว่าท่านดูแต่ตัวเลขแต่ท่านไม่ดูโอกาสของประเทศ ความจริง ถ้าหากว่าพิจารณาในเรื่องของงบประมาณ ยิ่งซ้ําร้ายไปกว่านั้นก็คือท่านไปตัด งบประมาณครับ ท่านไปตัดงบประมาณจาก ๔,๐๘๒ ล้านบาท ท่านก็ได้ปรับลดลงไปอีก เหลือ ๓,๙๐๐ กว่าล้านบาท ประเด็นนี้เปึนเรื่องสําคัญมาก และผมหวังว่าการพิจารณา ในวันนี้ แน่นอนผมไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ผมจําเปึนต้องแสดง เหตุผลต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อมีการลงมติในมาตราดังกล่าวนี้ ทั้งนี้ทั้งนั้น เพราะว่าเราได้ตั้งเปัาหมายของรายได้จากการท่องเที่ยวป้นี้ไว้ที่ ๑ ล้านล้านบาท เมื่อ ป้ที่แล้วเรามีรายได้จากการท่องเที่ยว ๙ แสนล้านบาท เปึนรายได้จากชาวต่างประเทศ เข้ามาประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ประมาณ ๖ แสนล้านบาท และถือว่าธุรกิจการท่องเที่ยว นั้นเปึนมิตรกับสิ่งแวดล้อม เปึนมิตรกับคนยากคนจนและผู้ประกอบการทุกระดับ เพราะว่าเปึนเศรษฐกิจที่กระจายรายได้ สร้างงานสร้างอาชีพมากที่สุด แต่ในงบประมาณ แผ่นดินของเรานั้น เฉพาะถ้าหากตัดในเรื่องของความรับผิดชอบในส่วนกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา จะเหลือเฉพาะในเรื่องของการท่องเที่ยวเพียง ๑,๐๐๐ ล้านบาท และด้วยการเปึนเรื่องของงบประมาณซึ่งผิดฝาผิดตัว ปรากฏว่างานที่ได้งบประมาณและ สํานักงานก็ไปอยู่ในสํานักนายกรัฐมนตรีเสียอีก ๒ หน่วยงาน ก็คือในเรื่องของสํานักงาน ส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวไมซ์ (MISE) แล้วก็ในส่วนขององค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่ ด้านการท่องเที่ยวพิเศษ ตรงส่วนนั้นก็อีกเพียง ๑,๐๐๐ ล้านบาท ดูประหนึ่งว่า กรรมาธิการจะใช้เหตุผลในการแปรญัตติแบบตําข้าวสารกรอกหม้อจริง ๆ ในยามที่ เศรษฐกิจได้รับผลกระทบ แต่ถ้าท่านไปดูว่าตัวเลขการเพิ่มของนักท่องเที่ยวที่เข้ามานั้น เปึนอัตราที่เพิ่มขึ้นกว่าป้ที่แล้ว นับตั้งแต่ต้นป้เปึนต้นมาก็ตาม ในท่ามกลางวิกฤติการณ์ พลังงานและต้นทุนของการท่องเที่ยวที่เพิ่มสูงขึ้น ประเทศไทยมีศักยภาพสูงมากครับ ผมเรียนว่าศักยภาพตรงนี้เปึนศักยภาพซึ่งเราจะต้องเข้าใจ และนั่นคือเหตุผลฐานสําคัญ ในการที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรควรจะต้องใช้ในการพิจารณาในความเห็นที่แย้ง ต่อคณะกรรมาธิการ ผมยังมองถึงไปว่านี่คือฐานเศรษฐกิจใหม่ และทิศทางใหม่ แหล่งรายได้ใหม่ เมื่อเรามีตัวเลขของจีดีพี (GDP) อยู่ที่ ๘.๕ ล้านล้านบาท จากการ ท่องเที่ยว ๑ ล้านล้านบาท ไม่ใช่ตัวเลขที่น้อย แต่เราใช้กุ้งฝอยไปตกปลากะพง เราใช้ งบประมาณเพียงน้อยนิดในการที่จะพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ส่งเสริมการท่องเที่ยว ทําตลาดการท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้สร้างอาชีพให้กับประเทศและคนไทยทั้งประเทศ ผมเชื่อว่ากรรมาธิการหลายท่านได้มีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศ ถ้าท่านไปประเทศ ญี่ปุ์น ท่านจะเห็นว่าเราพูดเสมอว่าญี่ปุ์นไม่ค่อยมีอะไรนัก สําหรับสินค้าพื้นบ้านพื้นเมือง ไปที่ไหนก็มีแต่ขายขนม ขนมมี ๒ อย่าง คือแปังห่อถั่วแดง ๒. ก็คือถั่วแดงห่อแปัง แต่ว่า แพคเกจจิ้ง (Packaging) ของเขาดีมาก และการเดินทางคมนาคมดีมาก ท่านนั่งรถไฟ หัวจรวดที่เรียกว่า ชินกันเซน ผมไปนั่งตั้งแต่เมืองยะกุที่อยู่ติดกับโอตะ เมืองต้นแบบของ โอทอป (OTOP) ประเทศไทย มาฟูกูโอกะถ้ามาที่ฮอนชูเคลื่อนไปถึงฮอกไกโด ด้วยรถไฟ ชินกันเซน ความสะดวก ความปลอดภัยและการขายประเพณี ตลอดจนเทศกาลและ สินค้าพื้นบ้านที่เราบอกโอทอปกับเขานั้น นํามาซึ่งรายได้มหาศาล ๒. ก็คือสเปน สเปนเปึนสุดยอดของประเทศที่ประสบความสําเร็จในเรื่องการท่องเที่ยว มีประชากร ๔๐ ล้านคน แต่มีนักท่องเที่ยวเข้าไป ๖๐ ล้านคนครับ มีรายได้การท่องเที่ยว ไม่ต่ํากว่า ๓ ล้านล้านบาท เฉพาะรายได้การท่องเที่ยวอย่างเดียว ประเทศไทยของเรา มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามา ๑๔.๕ ล้านคนในตัวเลขป้ที่แล้ว ทํารายได้ ๖ แสน ล้านบาท ท่านประธานทราบไหมครับว่าศักยภาพของประเทศไทยสูงมาก เราสามารถ ที่จะดึงนักท่องเที่ยวทั่วโลก จากตัวเลขของดับบลิวทีโอ (WTO) เวิร์ล ทัวริสซึ่ม ออแกไนซ์เซซั่น (World Tourism Organization) ไม่ใช่องค์การการค้าโลกนะครับ มีอยู่ กว่า ๙๐๐ ล้านคน และประเทศไทยนั้นมีศักยภาพในทุกด้านที่จะสามารถดึงดูด นักท่องเที่ยวมา ความจริงถ้าท่านประธานตีกอล์ฟ ซึ่งผมไม่คิดว่าท่านประธานจะตีกอล์ฟ นะครับ แต่ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีท่านเปึนนักกอล์ฟมือฉมังท่านหนึ่ง ทีเดียวและเปึนกรรมาธิการอยู่ด้วย ผมต้องเรียนว่า กอล์ฟ ทัวร์ริสซึ่ม (Golf Tourism) เปึนอีกจุดหนึ่งที่สามารถที่จะมาดึงรายได้เข้าประเทศ เรามีสนามกอล์ฟชั้นดีอยู่กว่า ๒๐๐ สนาม วันนี้ถ้าท่านประธานจะดูอีเอสบีเอ็น (ESBN) ท่านก็จะเห็นว่ามีการแข่ง เฟ่ร์ส คลับ (First Club) เฟ่ร์ส เอ็กซ์ คลับ (First X Club) เปึนการแข่งขันระดับเวิร์ลคลาส (World Class) ทีเดียว ทั่วโลกหลายร้อยล้านคนครับจ้องจับตาดู สหรัฐเปึนประเทศหนึ่ง ที่ถือได้ว่าเปึนเวิร์ล เดสทิเนชั่น (World Destination) ของกอล์ฟ ทัวร์ริสซึ่ม แล้วของเรา ทําไมจะจัดไม่ได้ ถ้าท่านประธานเดินทางกลับในวันศุกร์จากโอซากา สนามบิน กันไซกลับมาประเทศไทย จะคลาคล่ําไปด้วยนักกอล์ฟจากญี่ปุ์น เลิกงานวันศุกร์บินคืน วันศุกร์ ไปสู่ภูเก็ตบ้าง มากรุงเทพฯ บ้าง ไปเชียงใหม่บ้าง ไปขอนแก่นบ้าง ไปเล่นกอล์ฟ แล้วก็ตกเย็นวันอาทิตย์ก็เดินทางกลับ เขาไม่ได้มาตีกอล์ฟอย่างเดียวครับ ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจภัตตาคาร ธุรกิจรถบริการ มัคคุเทศก์ สปา นวดแผนไทย นวดอย่างอื่นเราไม่พูดถึง แต่ว่านั่นคือสิ่งที่เปึนการกระจายรายได้ และนี่คือสิ่งหนึ่งที่บ่งชี้ว่าเราคือศูนย์กลางของการ ท่องเที่ยวทั้งในเอเชีย และโชคดีครับประเทศไทย เราบอกว่าเราเปึนเกตเวย์ (Gateway) ของเอเชีย เราเปึนเกตท์เวย์อินโดจีน เราเปึนเกตเวย์ของอาเซียน เพราะฉะนั้น ภูมิรัฐศาสตร์ของเรามันทําให้เกิดภูมิเศรษฐกิจของเรา เปึนโอกาสที่ยากที่จะหาได้ มันเสมือนไข่ทองคํา เพียงแค่นี้ผมไม่เข้าใจว่าท่านมองไข่ทองคํากลายเปึนเพียงไข่ ที่ไร้ประโยชน์ได้อย่างไร นั่นคือเหตุผลที่ผมไม่เห็นด้วย และผมเรียนเพิ่มเติมว่าถ้าสิ่งที่ ผมพูดมานั้นท่านอาจจะเคยได้ยินอยู่บ้าง แต่ท่านทราบไหมครับว่าตลอดป้ ๒๕๕๐ ป้ ๒๕๕๑ นี้ ประเทศไทยได้รับรางวัลในระดับเอเชีย ระดับโลกถึง ๑๙๙ รางวัลในด้าน ของการท่องเที่ยว ล่าสุดก็คงจะเห็นว่ากรุงเทพฯ เปึนเมืองดีที่สุด เมืองท่องเที่ยว อันดับหนึ่ง โดยการจัดอันดับของนิตยสารชั้นนําของโลกก็คือแทรเวล แอนด์ ลีเชอร์ (Travel & Leisure) ซึ่งผู้ว่าฯ อภิรักษ์ โกษะโยธิน เดินทางไปรับรางวัล นั่นคือความ ภาคภูมิใจของคนกรุงเทพมหานครและคือคนไทย และเรายังได้เปึนประเทศซึ่งเปึน ประเทศที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากการสํารวจความเห็นของคนเยอรมันและคนเดนมาร์ก เรายังมีรางวัลมากมายครับ แม้แต่การเปึนท็อป (Top) ของโลก เมื่อถามว่านักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั่วโลกนั้นนึกถึงประเทศใดก่อน ประเทศไทยอยู่ในท็อป เท็น (Top Ten) ตรงนี้เองครับที่ผมอยากจะเรียนว่า เมื่อเรามีศักยภาพอย่างนี้ และเรายังมี ศักยภาพที่ท่านประธานอาจจะไม่ทราบว่ามีโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ แห่งหนึ่งเมื่อป้ที่แล้ว มีนักท่องเที่ยวในรูปแบบของคนไข้ครับ โรงพยาบาลเดียวเข้ามา ๑๕๐,๐๐๐ คน โรงพยาบาลเดียวนะครับ ๑๕๐,๐๐๐ คน แล้วเรานี่แหละครับคือท็อปของเอเชียในด้านที่ เราเรียกว่าเฮลท์ ทัวร์ริสซึ่ม (Health Tourisms) การท่องเที่ยวด้านสุขภาพ การท่องเที่ยว ด้านรักษาพยาบาล เรายังมีโอกาสสูงมาก เสียดายว่ากรรมาธิการไม่ได้สร้างโอกาสตรงนี้ เพิ่มเติม มิหนําซ้ําไปปรับลดงบประมาณในส่วนนี้ด้วย ผมเชื่อว่าคําอภิปรายของผมคงพอเปึนประโยชน์อยู่บ้าง และหากเปึนไปได้ฝากข้อสังเกต ไว้พร้อมกันไปเลยนะครับว่าปรับโครงสร้างส่วนราชการเถอะครับ อย่ากระจัดกระจายเลย สํานักงานส่งเสริมธุรกิจประเภทไมส์ ซึ่งถือว่าเปึนดาวรุ่งของโลกพอ ๆ กับด้าน ของเมดิคอล ทัวริสซึ่ม (Medical Tourism) หรือว่าเฮลท์ ทัวริสซึ่ม ซึ่งเราประกาศว่า จะเปึนเมดิคอล ฮับ (Medical Hub) ของเอเชียและของโลกนั้น ธุรกิจไมส์นํารายได้ ไม่ต่ํากว่า ๕๐,๐๐๐ ล้านต่อป้ให้ประเทศไทย ณ วันนี้ และกระจัดกระจายกลายไปอยู่ ที่สํานักนายกรัฐมนตรี แม้แต่สํานักงานการพัฒนาพื้นที่พิเศษด้านการท่องเที่ยวเราก็ อยู่ที่สํานักนายกรัฐมนตรี เราขาดการบูรณาการในด้านของโครงสร้าง องค์กรของ การดูแลด้านการท่องเที่ยวตรงนี้ประกอบกับงบประมาณ ผมอยากเห็นการแปรญัตติ สัก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ละป้จัดอันดับกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ขึ้นมาเปึนกระทรวง เกรดเอ (Grade A) อย่าลืมนะครับ ๒๐ กระทรวง เรามีเพียง ๓ กระทรวงครับที่ทํารายได้ นอกนั้นเปึนกระทรวงใช้จ่ายทั้งนั้นเลย กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ และกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ผมคิดว่าถ้าหากว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ กรรมาธิการเห็นพ้องกับเหตุผลของผมนะครับ การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในประเทศก็ดี ไม่ว่าจะเปึนเชียงใหม่ ภูเก็ต ขอนแก่น อีสาน ชะอํา หัวหิน เพชรบุรี พัทยา ชลบุรี และ อีกหลายจังหวัดซึ่งมีศักยภาพมากมายในเรื่องของการท่องเที่ยวนั้นจะได้รับการดูแล ทั้งเรื่องของการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทั้งเก่าและใหม่ แหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทั้งประวัติศาสตร์ ประเพณี วัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยวทางด้านนิเวศน์ ทั้งชายฝัืงทะเล และบนภูเขา ตลอดจนเรื่องของลองสเตย์และอื่น ๆ ผมคิดว่านั่นคือสิ่งที่เราหวังอย่างยิ่ง และฝากท่านประธานนะครับสุดท้ายไปถึงกรรมาธิการว่ารัฐบาลจะจัดงานมั่นใจไทย แลนด์ครับ วันที่ ๑๓ ถึง ๑๕ กันยายน ที่จะถึงนี้ครับ ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เปึนการต้องการสร้างความเชื่อมั่น แต่ว่าท่านขายแต่ด้านเมกะ โปรเจคท์ (Mega project) ท่านไม่ได้ขายศักยภาพการท่องเที่ยวของเรา ท่านลืมเลือนสิ่งเหล่านี้ ได้อย่างไร ผมฝากไปด้วย และไม่อยากให้สภาแห่งนี้ลืมเลือนว่าเรามีไข่ทองคําของเราอยู่ แต่ว่าเราไม่เคยให้ความสําคัญ จนกระทั่งงบประมาณมีอยู่น้อยแล้วก็ยังถูกปรับลดนะครับ ก็ขอฝากความเห็นเหล่านี้เพื่อประกอบการลงมติของท่านสมาชิก ขอบคุณมากครับ