สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๔ กันยายน ๒๕๕๑

เฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ หารือเรื่องงบประมาณกระทรวงการท่องเที่ยวฯ พร้อมเรียกร้องการบูรณาการในการใช้งบประมาณนี้ให้เป็นประโยชน์คุ้มค่า และหารือเรื่องโครงการไทยจัดการลองสเตย์ ซึ่งไม่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุได้ตามเป้าหมาย

นางสาวเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน เฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันได้ปรับลดงบประมาณในส่วนของ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ลง ๕ เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ แล้วในส่วนตัวของดิฉันนี้ดิฉันคิดว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ซึ่งเปึนกระทรวงหลักที่ทํารายได้เข้าสู่ประเทศนั้น สมควรที่ได้รับ งบประมาณมากกว่านี้ แต่ที่ต้องปรับลดนั้นเพราะว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถ แปรญัตติเพิ่มได้ ก็ปรับลดอย่างเดียว เพื่อที่จะได้มีโอกาสมาอภิปรายแสดงความคิดเห็น ในส่วนที่ดิฉันอยากจะได้แสดงความคิดเห็นในส่วนของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ท่านประธานคะ จริง ๆ แล้วดิฉันก็ทราบว่าการท่องเที่ยวนี้ไม่ใช่ว่าทําหรือบริหารจัดการ เรื่องการท่องเที่ยวอยู่แค่เฉพาะกระทรวงการท่องเที่ยวฯ อย่างเดียว ยังมีหลายกระทรวง ที่มีหน้าที่เสริมในเรื่องการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะกระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติฯ หรือกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งเรื่องนี้ดิฉันได้เคยอภิปรายไว้ตั้งแต่ในช่วงรัฐบาล แถลงนโยบายแล้วก็ในช่วงที่งบประมาณเข้าในวาระแรก แต่ว่าแม้จะได้อภิปรายแล้วดิฉัน ก็ได้รอดูว่าสุดท้ายแล้วในช่วงที่กรรมาธิการงบประมาณได้พิจารณางบประมาณนั้น ได้ให้ ความสําคัญในเรื่องเหล่านี้หรือไม่ อย่างไร ท่านประธานคะ มาดูในส่วนของงบประมาณ ป้นี้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้ประมาณ ๔,๔๓๙ ล้านบาท ซึ่งเท่าที่ดูจากสัดส่วน ของงบประมาณทั้งหมดของประเทศประมาณ ๑,๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์เลย แต่ความคาดหวังของรัฐบาลวันนี้บอกว่าเรามีความคาดหวังจะได้รายได้ จากการท่องเที่ยวถึงประมาณ ๘ แสนล้านบาท ดิฉันก็ไม่มั่นใจว่าเปึนการหวังผลเลิศ เกินไปหรือไม่ ท่านประธานคะ ดิฉันมองว่าวันนี้งบประมาณที่ได้ แม้ดิฉันจะมองว่าน้อย แต่ดิฉันก็คิดว่าสิ่งหนึ่งที่กรรมาธิการงบประมาณจะต้องให้ความสําคัญเมื่อเพิ่มให้เขา ไม่ได้ก็ต้องให้ความสําคัญกับการใช้งบประมาณนี้ให้เปึนประโยชน์คุ้มค่ามากที่สุด ดิฉัน มาดูว่าการใช้งบประมาณของกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ท่านประธานคะ ถ้าจะให้เกิดประโยชน์คุ้มค่ามากที่สุดวันนี้กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาจะต้องมีการบูรณาการ การท่องเที่ยวกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างที่ดิฉัน ได้เรียนเบื้องต้นนะคะ ไม่ว่าจะเปึนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ กระทรวงวัฒนธรรม หรือกระทรวงคมนาคม ซึ่งเรื่องนี้ท่านประธานคะ เปึนที่รับรู้กันทั่วไปของคนในประเทศนี้ ว่าการท่องเที่ยวต้องมีการบูรณาการ จนถึงขั้นมีการเสนอพระราชบัญญัตินโยบาย การท่องเที่ยวแห่งชาติ และนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาตินี้ก็ได้ผ่านสภาแห่งนี้ ไปแล้วมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ซึ่งพระราชบัญญัติฉบับนี้เหมือน เปึนการบูรณาการการท่องเที่ยวของประเทศ เพราะว่าคณะกรรมการนั้นประกอบด้วย ท่านนายกฯ เปึนประธาน แล้วก็มีรัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวฯ รัฐมนตรีกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติฯ รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม และหน่วยงานอื่น ๆ ไม่ว่าจะเปึน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน รวมกันอยู่ตรงนี้หมด ทีนี้ดิฉันดูว่า ตั้งแต่พระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่าน มีผลบังคับใช้จนถึงวันนี้ท่านประธานคะ ๗ เดือนแล้วค่ะ ๗ เดือนแล้ว ที่ดิฉันยังไม่เห็นการประชุมของคณะกรรมการชุดนี้เลย แล้วดิฉัน ก็ไม่เข้าใจว่าทําไมกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยเฉพาะในส่วนของปลัดกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งมีหน้าที่เปึนเลขาฯ ทําไมไม่มีการพยายามที่จะ เรียนท่านประธานหรือทางกรรมาธิการให้มีการผลักดัน ให้มีการประชุมคณะกรรมการ ชุดนี้ เพราะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่ท่านประธานคะ เปึนคณะกรรมการที่จะต้อง วางนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ หมายความว่าประเทศไทยเรานั้นจะมีการท่องเที่ยว อย่างไรเราต้องวางให้เปึนนโยบายว่าจะทําอย่างไร แผนพัฒนาการท่องเที่ยวจะทําอย่างไร แผนปฏิบัติการจะทําอย่างไร ดิฉันมองว่าถ้าเราได้ทําเรื่องนี้ให้เสร็จเรียบร้อยมันจะ ไม่เกิดเหตุการณ์เหมือนที่เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายก่อนหน้าดิฉัน ขออภัย ที่ต้องเอ่ยนามท่าน ท่านสุวโรช พะลัง ที่บอกว่าศูนย์ประชุมที่เชียงใหม่มีความจําเปึนไหม ที่จะต้องสร้าง วันนี้ที่เชียงใหม่มีศูนย์ประชุมมากมาย นักท่องเที่ยวที่จะไป ยังไม่เพียงพอที่จะให้ศูนย์ประชุมนั้นได้รองรับ คือหมายความว่ามันล้นเกินความต้องการ แต่ก็ยังมีการนํางบประมาณไปสร้างศูนย์ประชุมท่องเที่ยวที่เชียงใหม่ ถ้าเรามีนโยบาย ที่ชัดเจนมันคงไม่เปึนอย่างนี้ ดิฉันมองว่าเหตุการณ์นั้นที่เกิดขึ้นเปึนเพียงเพราะ ขออภัยที่จะต้องพูด เพราะมีความรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ เพราะว่านายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เปึนคนเชียงใหม่ ถึงดึงงบประมาณนี้ไปสร้างศูนย์ประชุมแห่งชาติที่เชียงใหม่ ทั้ง ๆ ที่ ในขณะนั้นท่านประธานคะ การศึกษาความคุ้มทุนของการที่จะสร้างศูนย์ประชุม เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวในประเทศนั้น มีผลการศึกษาชัดเจนว่าที่ภูเก็ต โดยเฉพาะในภาคใต้อันดามันนั้น เปึนพื้นที่ที่คุ้มทุนที่สุด เพราะวันนี้เราต้องยอมรับว่า รายได้จากการท่องเที่ยวของประเทศนั้น ๘๐ เปอร์เซ็นต์ มาจากฝัืงอันดามัน แต่สุดท้าย เมื่อไม่มีแผนการท่องเที่ยว ไม่มีนโยบายการท่องเที่ยวที่ชัดเจน สิ่งเหล่านี้จึงถูกเปลี่ยนไป ตามความพอใจของผู้บริหารในขณะนั้น ดิฉันถึงเรียกร้องว่าการใช้งบประมาณ ของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะต้องมีการบูรณาการ โดยเฉพาะการจัดทําแผน ในรายการท่องเที่ยวให้เสร็จเรียบร้อย เพื่อที่การพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศจะได้ ไปในทิศทางเดียวกัน แล้วเราก็จะสามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้ วันนี้ ประเทศเพื่อนบ้านเขาก็ไปไกลแล้วค่ะ ท่านประธานคะ ไม่ว่าจะเปึนมาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม เขาไปกันไกล แต่ของเรายังเลือกที่รักมักที่ชังกันอยู่ อย่างใช่พรรครัฐบาล ก็ให้งบประมาณ ยังไม่ใช่พรรครัฐบาลก็ไม่ให้ อย่างนี้ดิฉันเห็นว่าไม่ถูกต้อง ส่วนที่ ๒ ที่ดิฉันอยากให้กรรมาธิการได้เข้าไปดูแล แต่ว่าสุดท้ายดิฉันก็ไม่แน่ใจว่าท่านได้ดูแล ละเอียดรอบคอบแค่ไหน นั่นก็คือในส่วนของโครงการที่ไม่ควรจะต้องมี ท่านประธานคะ เพราะวันนี้มันมีหลายส่วนที่เราดูแล้วไม่เปึนประโยชน์ ดิฉันว่าต้องยอมค่ะ เจ็บก็คือเจ็บ แต่เราจะปล่อยลากไปอย่างนี้ดิฉันว่าไม่เกิดประโยชน์ โครงการแรกที่ดิฉันอยากจะพูดถึง ก็คือโครงการไทยแลนด์ ไพรวิเลจ การ์ด (Thailand Privilege Card) โครงการนี้ ถ้าท่านประธานจําได้ รัฐบาลตั้งเปัาว่าจะให้มี ๑ ล้านสมาชิก เพื่อที่จะได้เปึนการระดมทุน เข้ามาเพื่อเปึนการส่งเสริมการลงทุนในประเทศ ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๖ ท่านประธานคะ จนถึงวันนี้ป้ ๒๕๕๑ แล้ว เรามีสมาชิกไม่เกิน ๓,๐๐๐ ราย แต่ว่าประเทศชาติเราต้องรับสภาพที่จะต้องไปรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ให้เขามีสิทธิ พิเศษในการเข้าเมือง ให้เขามีสิทธิพิเศษในการลงทุนหรือการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ของประเทศ นอกเหนือจากสิทธิที่คนไทยมีอีกด้วยซ้ํา แต่เราได้มาแค่นี้ค่ะไม่เกิน ๓,๐๐๐ สมาชิก ถามว่าวันนี้คุ้มไหม ดิฉันเชื่อว่าถ้ากรรมาธิการได้พิจารณาอย่างรอบคอบ จริง ๆ ก็ต้องตอบได้ว่ามันไม่คุ้มกับความสูญเสียที่ประเทศเราต้องเสียไป ท่านน่าจะต้อง ใจแข็ง อย่างไรก็ต้องพิจารณา ดิฉันมองว่าวันนี้เรื่องนี้ควรจะยกเลิกได้แล้ว เพราะว่ามัน ไม่มีประโยชน์กับประเทศ วันนี้ประโยชน์ดิฉันมองดูจากรายงานเอกสารที่ทางกรรมาธิการ ได้ส่งให้กับดิฉันดู ดูแล้วประโยชน์ไปตกอยู่ที่ผู้ที่ทําหน้าที่ขาย ก็คือโบรกเกอร์ (Broker) ที่รับไปขายแค่นั้นเปึนการได้ค่าคอมมิชชั่น (Commission) แค่นั้นเอง ไม่มีประโยชน์กับ ประเทศ แถมเรายังต้องเสียงบประมาณในการที่จะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายต่าง ๆ อีกมากมาย ดิฉันจึงอยากให้ท่านกรรมาธิการได้ไปดูรายละเอียดในเรื่องโครงการนี้อีกครั้งหนึ่ง

ส่วนโครงการที่ ๒ ท่านประธานคะ โครงการไทยจัดการลองสเตย์ (Long stay) โครงการนี้จริง ๆ มีความตั้งใจที่จะตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่มาพํานัก ระยะยาว ในช่วงนั้นเปัาหมายของเราก็คือประเทศญี่ปุ์น เพราะประเทศญี่ปุ์นมีผู้สูงอายุ จํานวนมากและพื้นที่เขาไม่เพียงพอที่จะรองรับผู้สูงอายุเหล่านี้ จึงมีความต้องการที่จะให้ ผู้สูงอายุเหล่านี้ได้ออกมาพักในต่างประเทศ ซึ่งตรงนี้เราก็คิดว่าน่าจะเปึนนักท่องเที่ยว กลุ่มหนึ่งที่ทํารายได้ให้กับประเทศเรา แต่ท่านประธานคะตั้งแต่วันที่เราตั้งบริษัทไทย จัดการลองสเตย์ เราไม่ได้สร้างหรืออํานวยสิ่งอํานวยความสะดวกด้านอื่น ๆ ที่จะรองรับ นักท่องเที่ยวผู้สูงอายุกลุ่มนี้เลย เพราะฉะนั้นวันนี้เมื่อเราไม่มีสิ่งอํานวยความสะดวกอื่น ๆ รองรับ เราถึงสู้ประเทศอื่น ๆ ที่เขาได้จัดการเรื่องนี้ด้วย เราไม่สามารถดึงนักท่องเที่ยว กลุ่มนี้ได้เยอะ แล้วโดยเฉพาะปัจจุบันท่านประธานคะ ประเทศญี่ปุ์นเองเขาก็เริ่มรู้แล้วว่า การที่จะให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ คือผู้สูงอายุกลุ่มนี้ออกไปพํานักระยะยาวไปใช้เงินใช้ทอง ในประเทศเพื่อนบ้านนั้นทําให้เขาสูญเสียเงินออกนอกประเทศจํานวนมาก นโยบายเขา เปลี่ยนแล้วค่ะ ก็คือเขาจัดการดูแลผู้สูงอายุของเขาในประเทศของเขาเอง วันนี้ดิฉันมองว่า เมื่อเราไม่สามารถที่จะบริหารจัดการบริษัทให้ได้ตามเปัาหมายดิฉันก็ยังเห็นควรว่า ท่านกรรมาธิการต้องไปพิจารณาให้รอบคอบอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ในส่วนของดิฉัน ดิฉันไม่เห็นด้วยที่จะให้ทั้ง ๒ บริษัทนี้ยังใช้งบประมาณของประเทศอยู่ อยากให้ท่าน พิจารณาอีกครั้งนะคะ ดิฉันจึงขออนุญาตที่จะแสดงความไม่เห็นด้วย ขอบคุณค่ะ