สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๔ กันยายน ๒๕๕๑

ทศพร เทพบุตร แสดงความไม่เห็นด้วยกับการปรับลดงบประมาณกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เนื่องจากไม่ส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ดี และเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาและช่วยเหลือผู้ประกอบการการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฉุกเฉิน

นายทศพร เทพบุตร ภูเก็ต

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ทศพร เทพบุตร ประชาธิปัตย์ จังหวัดภูเก็ต ผมเปึนผู้หนึ่งที่เสนอปรับลดงบประมาณ ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาด้วยความไม่เห็นด้วยกับการจัดงบประมาณของ กระทรวงเปึนหลัก ผมได้ทบทวนอ่านดูงบประมาณของกระทรวงมา แล้วก็ได้ดูที่ กรรมาธิการได้ไปปรับลดมาแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นด้วยกับการปรับลดของทางกรรมาธิการ เนื่องจากว่าปรับลดน้อยเกินไป เพราะเมื่อดูไปแล้วงานที่เปึนหน้าที่หลักของกระทรวงตาม หน้าที่พันธกิจ กระทรวงยังไม่ได้ทํา กระทรวงมีหน้าที่ชัดเจนที่จะต้องดูแลพัฒนาฟุ๋นฟูและ สร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ผมไม่เห็นมีเลย นอกจากนั้นยังต้องมีหน้าที่ต้องส่งเสริม การตลาดแน่นอนบทบาทหน้าที่นี้ต้องถ่ายเทไปให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งผมก็ เชื่อมั่นว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยทําหน้าที่ของตัวเองดีแล้ว นอกจากนั้นการสร้าง ส่งเสริมและรักษาความปลอดภัยชีวิตทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเปึนคนไทยหรือ คนต่างประเทศ เรื่องนี้บกพร่องอย่างมากและจะไปโทษใครไม่ได้เลยนอกจากโทษ การกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งมีกําลังผลใช้งบประมาณไปเปึนจํานวนมากและผมก็ เห็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์มาโดยตลอด ที่ร้ายแรงที่สุดฆ่าข่มขืนนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะ เปึนชาวไทย ชาวต่างประเทศมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นบ่อย ตลอดระยะเวลา ๒ เดือน ที่ผ่านมาผมไม่เคยเห็นข่าวของกรรมาธิการออกมาพูดเรื่องที่มันเปึนข่าวอยู่ในตลาดเลย ว่าการท่องเที่ยวในประเทศไทยเปึนอย่างไร ผมจึงอยากจะถามทางกรรมาธิการว่า ท่านดูแลงบประมาณที่ผ่านไปอย่างไรกันบ้าง นอกจากนั้นเรื่องในพื้นที่ในแต่ละจังหวัด ซึ่งเรายอมรับได้เลยนะครับว่ากว่า ๗๐ – ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ของประเทศไทยเปึนพื้นที่ ท่องเที่ยวทั้งสิ้น แต่วันนี้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เองได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปในพื้นที่ของ แต่ละจังหวัดแล้วไปสร้างปัญหาให้กับผู้ประกอบการอย่างมาก ซึ่งได้ทําหน้าที่ได้อย่าง เลวร้ายมาก แทนที่จะส่งเสริม แทนที่จะสนับสนุน กลับไปทําตัวเปึนอุปสรรค นอกจากเปึน อุปสรรคแล้วยังไปสร้างปัญหา สร้างภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเปึน ผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร บริษัททัวร์ มัคคุเทศก์ สปา เปึนต้น แล้วในเมื่อทําตน อย่างนี้ก็น่าที่จะต้องปรับลดงบประมาณให้มันเยอะ ๆ เพื่อที่จะได้หาวิธีปรับปรุงตัวเอง กันเสียบ้าง ผมยังหวังว่าหน้าที่ภารกิจหลักของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. จะทําหน้าที่ได้ดี เพราะอย่างน้อยก็ยังน่าจะช่วยเอาเงินตราต่างประเทศเข้าประเทศไทย ได้มากหรืออย่างน้อยก็ช่วยทําให้คนไทยได้หมุนเวียนกันไปเที่ยวในประเทศไทยกันได้ มากขึ้นแต่ถ้าทางการท่องเที่ยวฯ ทํางานได้ดีแต่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กลับทําตนเปึนผู้ที่เปึนอุปสรรคกับการท่องเที่ยวเสียเอง อย่างนี้จะเปึนภาระอันใหญ่หลวง ของรัฐบาลนี้เปึนอย่างมากทีเดียว ผมขอยกตัวอย่างนะครับ เข้าใจว่าเปึนเจ้าหน้าที่ ในระดับหัวหน้าส่วนมีหน้าที่จะต้องไปออกใบอนุญาตประกอบการธุรกิจนําเที่ยว และมัคคุเทศก์ ซึ่งเขาต่อกันสองป้ครั้ง เก็บเงินเขาก็ถ้าเปึนบริษัททัวร์ก็ต้องมีเงินประกันอยู่ ที่ประมาณ ๑ แสนบาทต่อบริษัททัวร์ ๒ ป้ก็ไปต่อใบอนุญาตที เดิมเปึนงานที่ไปฝากทํา กันอยู่ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ปัจจุบันนี้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เอามาทําเอง แล้วก็เปึนภารระอย่างมาก เพราะเจ้าหน้าที่ที่มาทําก็ใหม่ เครื่องไม้เครื่องมือก็ไม่มี นอกจากใหม่และไม่มีแล้วยังเที่ยวจุ้นจ้าน ขอใช้คํานี้เลยนะครับ จุ้นจ้านเอาเสียมาก ๆ ด้วย ไปบังคับว่าสปาที่ไปตั้ง คือไปให้เขาช่วยกันขายตามเคาน์เตอร์ (Counter) ทัวร์ต่าง ๆ เมื่อสปาเหล่านั้นหรือร้านอาหารเหล่านั้นส่งรถไปรับนักท่องเที่ยวจากโรงแรมก็บอกว่า เข้าประเภทจะต้องไปจดทะเบียนเปึนบริษัทนําเที่ยว ต้องไปเสียเงินเพียงแค่เพื่อเอารถ คันหนึ่งไปรับนักท่องเที่ยวมาใช้บริการร้านอาหารหรือมาใช้บริการสปา ต้องเสียเงิน ประกัน ๑ แสนบาท ไม่เคยมีพอผู้ประกอบการไปถาม เจ้าหน้าที่กลับบอกว่ากฎหมาย มีการตีความใหม่ มีการเปลี่ยนแปลง ผมก็เลยจําเปึนจะต้องลงไปซักไซ้ไล่เลียง หาความจริงกันออกมา ปรากฏว่าตีความกันไปเอาเองในบรรดาเจ้าหน้าที่นั่นแหละ กฎหมายไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนเลยเพราะใช้กันมานานแล้ว เพียงแต่เมื่อก่อนคนที่บังคับใช้ เปึนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย แต่พอวันนี้มากลายเปึนกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ขึ้นมา ก็มีการแปลความกฎหมายให้มันเปึนปัญหาภาระกับผู้ประกอบการและสร้างภาระกับเขา มากขึ้นผู้ประกอบการเขาร้องกันมาทั้งนั้นล่ะครับว่า ในยุคนี้สมัยนี้เกิดอะไรกันขึ้น และกรรมาธิการปรับลดงบประมาณของหน่วยงานนี้เพียงนิดหน่อย ๔ ล้านกว่าบาทเอง หน่วยงานนี้มีเจ้าหน้าที่เยอะมากนะครับแล้วก็สร้างปัญหากับเอกชนเขาเยอะมาก ผมต้อง วิงวอนเลยนะครับว่าถ้ากรรมาธิการยังทําอะไรไม่ได้อีกก็ต้องขอไปทางเจ้ากระทรวง แล้วล่ะครับที่จะต้องหันมาดูแล

นอกจากนั้นเปึนที่ตกใจ ศูนย์ประชุมแสดงสินค้าที่เชียงใหม่อยู่ ๆ ก็โผล่ ออกมา ส.ส. หลายท่านได้พูดแล้ว แต่มันไม่สําคัญหรอกครับว่าจะไปขึ้นที่เชียงใหม่ ไปขึ้น ที่ไหน ขึ้นที่กรุงเทพฯ อีกสักแห่งก็ไม่สําคัญ แต่สําคัญมันคือว่าขึ้นมาแล้วมีคนใช้ไหม มันจะเจ๊งอีกไหม ที่คนเขาต้องการให้มีมาก ๆ อย่างเช่นที่ภูเก็ตไม่ได้สร้าง แต่ไม่เปึนไร นะครับ ถ้ากรรมาธิการจะยินยอมให้งบประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทไปสร้าง ศูนย์ประชุมที่เชียงใหม่ก็ไม่เปึนไร ก็กรุณาให้ไปสักแห่งสิครับที่ ๆ เขาต้องการ แต่ถ้าท่านไม่กรุณาให้ ก็ได้โปรดบอกให้ประชาชนที่ภูเก็ตเขารู้ไปเลย ว่ารัฐไม่สนับสนุน ให้มีศูนย์ประชุมและแสดงสินค้าที่จังหวัดภูเก็ต เอกชนเขาจะได้ทํา ไม่อย่างนั้นรัฐทําตัว เปึนคู่แข่งกับเอกชนอยู่ วันนี้นะครับบอกเขาให้ชัดเจน แล้วถ้าเอกชนเขาจะลงทุนทํา ของเขาเอง บอกเขาไปเลยครับว่ารัฐจะให้การสนับสนุนอย่างไร อย่างนี้สิครับ การท่องเที่ยวถึงจะไปได้ บทบาทอย่างนี้เปึนบทบาทหน้าที่ของรัฐมนตรีท่องเที่ยวแน่นอน แต่กรรมาธิการมีหน้าที่จะต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่า บทบาทหน้าที่อย่างนี้ นโยบาย ของกระทรวงเปึนอย่างไร มันสอดคล้องกันหรือไม่กับตอนที่แถลงนโยบาย ผมไม่เคยเห็น ในนโยบายของกระทรวงออกมาอย่างนี้เลย ตรวจสอบแล้ว หาแล้วก็ไม่มี นอกจากนั้น การออกพระราชกําหนดสถานการณ์ฉุกเฉินได้ฆ่าผู้ประกอบการท่องเที่ยวไปหมดแล้ว ตอนที่เขามีการป่ดสนามบินกันเปึนเหตุการณ์เฉพาะหน้า ชั่วครั้งชั่วคราว ไม่ได้สร้างปัญหามากมายนักหรอก แต่การออกพระราชกําหนดฉุกเฉิน สถานการณ์ ฉุกเฉินครั้งนี้ เปึนการป์าวประกาศให้ทั่วโลกเขารู้ แล้วก็ไม่มีใครออกมาชี้แจงให้ทั้งโลก เขารู้เลยนะครับว่าเหตุการณ์ที่ได้ประกาศไปเพียงแค่ในกรุงเทพฯ เท่านั้น แล้วก็ บังคับใช้กันอย่างที่เขาเรียกกันว่า สถานการณ์ฉุกเฉินแบบระเบิดด้าน เพราะจริง ๆ แล้ว มันไม่ได้ยุ่งยากหรือฉุกเฉินกันอย่างที่ต่างประเทศเขาเข้าใจ โรงแรม บริษัททัวร์ มัคคุเทศก์ รถนําเที่ยว วันนี้เขาตื่นตระหนกกันหมดแล้ว ลูกหลานของเขาที่ต้องอาศัยพึ่งพาเงินเดือน เงินรายได้จากการทํางานเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เขาจะไปทํามาหากินอะไรต่อครับ จะให้ไปปลูกข้าวหรืออย่างไร มันลําบากนะครับ นอกจากนั้นมัคคุเทศก์ที่มีอยู่เมืองไทย ที่กําลังร้องแรกแหกกระเชอกันบอกว่า งานทําไม่ค่อยมีเพราะว่ามีคนต่างประเทศมาแย่ง งานทํา วันนี้ก็โดนกระทืบซ้ําจากสถานการณ์ที่มีการประกาศ พ.ร.ก. สถานการณ์ฉุกเฉิน นี้แหละครับ เพราะนักท่องเที่ยวที่เราคาดว่าน่าจะมาก็ไม่มาแล้ว เขายกเลิกกันหมด ญี่ปุ์น หรือประเทศใดก็ตาม วันนี้มี ๕ ประเทศแล้วที่ออกประกาศเตือนไม่ให้ประชาชนเขามา เที่ยวประเทศไทย แล้วทั้ง ๕ ประเทศเหล่านั้นเปึนกลุ่มตลาดที่สําคัญกับประเทศไทย ทั้งสิ้น และผมก็เชื่อว่าสิ้นป้นี้เรายังพอมีลมหายใจอยู่ได้นะครับสําหรับการท่องเที่ยว เพราะเขาซื้อห้อง ซื้อทัวร์ ซื้อตั๋วเครื่องบินกันไปเสร็จแล้ว กับค่าน้ํามันที่มีแนวโน้ม ถึงแม้ว่ามันจะลดลงอยู่บ้าง แต่ก็ยังแพงอยู่ แต่ป้หน้า ป้งบประมาณป้ ๒๕๕๒ นี้ ถ้ากรรมาธิการได้โปรดกรุณาหันไปดูตรงนี้หน่อยว่า กระทรวงท่องเที่ยวกีฬาได้คิดอะไร ไว้บ้างหรือยัง ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าสถานการณ์บ้านเมืองไม่ปกติ สถานการณ์ราคาน้ํามันโลก ก็ไม่ปกติ แต่ผมไม่เห็นมีส่วนใดเลยที่สะท้อนปัญหาและแนวทางการแก้ปัญหา อย่างชัดเจน ทั้งหมดที่กระผมพูดยังเปึนจุดอ่อนของประเทศไทย ยังเปึนจุดอ่อนของ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาทั้งสิ้น ดังนั้นผมจึงขอความกรุณาทางกรรมาธิการได้โปรด ช่วยกันดูให้หน่อยนะครับว่า เราจะช่วยสถานการณ์ท่องเที่ยวในประเทศไทยได้อย่างไร เราจะช่วยผู้ประกอบการของประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเราได้อย่างไร ที่จะนําพาประโยชน์มาให้ประเทศชาติได้อย่างสูงที่สุด ขอบพระคุณอย่างสูงครับ