ฮอชาลี ม่าเหร็ม ตั้งคำถามถึงการดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศในกรณีการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก และเรียกร้องปรับลดงบประมาณของกระทรวงการต่างประเทศ 20% นอกจากนี้ เธอยังหารือเรื่องพื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทยกับกัมพูชา และเรียกร้องให้ทางการไทยแสดงความกังวลและดำเนินการตามกรณีนี้ นอกจากนี้ เธอยังหารือเรื่องการตรวจเยี่ยมของทูตต่างประเทศในพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร และเรียกร้องปรับลดงบประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเปึน กรรมาธิการงบประมาณเสียงข้างน้อย ท่านประธานที่เคารพครับในงบประมาณของ กระทรวงการต่างประเทศ ๘,๒๑๒ ล้านบาทในป้นี้นั้น กระผมเองซึ่งอยู่ในกรรมาธิการงบประมาณก็ได้มีการซักถามในบทบาทในการทํางาน ในการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งผู้ชี้แจงของกระทรวงการต่างประเทศก็ได้เข้ามา ตั้งแต่ ท่านปลัดกระทรวงแล้วก็บรรดาอธิบดีต่าง ๆ ทั้งหมด ซึ่งมี ๑๓ กรม กับอีก ๙๓ แห่ง ทั้งทูต แล้วก็กงสุล ความจริงแล้วทางทูตแล้วก็กงสุลก็ไม่ได้มาแต่ว่ามีตัวแทนของกระทรวง การต่างประเทศได้เข้ามาชี้แจงในที่ประชุมของกรรมาธิการงบประมาณ ซึ่งกระผมเอง ก็ได้ซักแล้วก็ได้ถาม แล้วก็ได้ตั้งข้อสงสัยในบทบาทของการทํางานของท่าน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งท่านมีภารกิจหลักในการมุ่งที่จะปกปัอง รักษา ส่งเสริมผลประโยชน์ของประเทศ ไทย ตลอดจนดําเนินการบทบาทในระหว่างประเทศที่เข้มแข็งในเวทีระหว่างประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือภารกิจ นี่คืองานของกระทรวงการต่างประเทศ ที่มุ่ง ปกปัองแล้วก็รักษา ส่งเสริมผลประโยชน์ของประเทศไทย แต่สิ่งที่ผมได้ซักถามแล้วก็ ไม่ได้รับคําตอบจากตัวแทนของกระทรวงการต่างประเทศนั่นก็คือว่า บทบาทของ กระทรวงการต่างประเทศในกรณีที่เกิดขึ้นหลังจากที่ประเทศไทยได้ไปร่วมในแถลงการณ์ แล้วก็ทางยูเนสโก (UNESCO) ได้มีการประชุมในคณะกรรมการมรดกโลกในครั้งที่ ๓๒ มีมติให้มีการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเปึนมรดกโลก ในวันที่ ๗ เดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งเหตุการณ์ในช่วงนั้นผมจะไม่พูดถึง แต่ผมจะพูดถึงแล้วก็ได้ซักถาม ตัวแทนของกระทรวงการต่างประเทศซึ่งเข้ามาในที่ประชุมของกรรมาธิการว่า ในช่วง รอยต่อที่ท่านนพดลได้ออกไปแล้ว และในช่วงรอยต่อซึ่งรัฐมนตรีคนใหม่ยังไม่ได้เข้ามา มันเกิดเหตุการณ์ซึ่งมีผลกระทบแล้วก็สุ่มเสี่ยงต่อการที่เราจะต้องเสียดินแดน เสียอธิปไตยในเนื้อที่ ๔.๖ ตารางกิโลเมตรอีกครั้งหนึ่ง นั่นคือสิ่งที่เราซักถาม ถึงแม้ว่า ช่วงนั้นเราไม่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแต่เราก็มีผู้นํารัฐบาล แล้วก็มี ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ แต่ ๒ ประเด็นที่ผมซักถามตัวแทนของกระทรวง การต่างประเทศไม่ได้รับคําตอบ แล้วก็ไม่ได้รับการชี้แจงในที่ประชุมของกรรมาธิการ งบประมาณ ผมจึงตั้งเปึนเหตุผลในการที่จะขอปรับลดในการทํางานของกระทรวงนี้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ จาก ๘,๑๑๒ ล้านบาทกว่า ให้ลดเปึน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ นี่คือสิ่งที่เปึนเหตุผล ผมขออนุญาตที่จะแสดงเหตุผลให้บรรดาเพื่อนสมาชิก ให้บรรดาเพื่อนกรรมาธิการ และก็ทุกท่านซึ่งอยู่ในห้องประชุมแห่งนี้ได้รับทราบว่าประเด็นที่ ๑ ท่านประธานครับ ในช่วงเหตุการณ์วันที่ ๑๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งช่วงนั้นเปึนช่วงที่ผมกล่าวได้ว่าเปึน รอยต่อที่เราไม่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แต่ว่าผู้ซึ่งจะบริหารกระทรวง การต่างประเทศก็คือปลัดกระทรวง และก็อธิบดีกรมที่เกี่ยวข้องก็คือกรมสนธิสัญญา ระหว่างประเทศ และก็กรมที่ควรจะเกี่ยวข้องก็คือกรมสารนิเทศของกระทรวง การต่างประเทศ น่าจะมีท่าทีกรณีที่เขมรได้ยื่นหนังสือโดยผ่านเอกอัครราชทูตของเขมร ไปยังสหประชาชาติ ไปยังประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ในวันที่ ๑๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งผมจะไม่อ่านในใจความของหนังสือซึ่งยื่นต่อประธาน คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งมีเวียดนามเปึนประธานในคณะชุดนี้ แต่เนื้อหาใจความนั้นได้พูดชัดเจนว่า ในพื้นที่ ๔.๖ ตารางกิโลเมตรซึ่งเปึนพื้นที่อธิปไตย ทับซ้อนระหว่างไทย เขมร นั้น ไม่ได้อยู่ในแผนที่ของเขมร นั่นคือเปึนการที่ทางการของ เขมรได้แจ้งต่อสหประชาชาติว่าพื้นที่นั้นเปึนพื้นที่ของเขา และพื้นที่นั้นไม่ได้เปึนพื้นที่ที่ มีข้อพิพาท เขาได้แจ้งเปึนลายลักษณ์อักษรต่อสหประชาชาติ นั่นคือเปึนการแจ้งต่อ องค์การระหว่างประเทศซึ่งเปึนตัวแทนของสหประชาชาติผ่านคณะมนตรีความมั่นคง แห่งสหประชาชาติ โดยที่ตัวแทนของกระทรวงการต่างประเทศที่อยู่ที่สหประชาชาติไม่ได้ ทักท้วง ประเทศไทยเราไม่ได้มีท่าทีในการที่จะทักท้วง ในการที่จะแจ้งเปึนลายลักษณ์ อักษรเช่นกัน เปึนการคัดค้านการแจ้งของทางการกัมพูชา นี่คือสิ่งที่เราได้ใช้จ่าย งบประมาณให้กับเจ้าหน้าที่ของเราในการเดินทางไปราชการระหว่างประเทศ ในการเปึน เบี้ยเลี้ยง ในการประชุมสัมมนา ในการเปึนค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แล้วก็ไม่ได้ทํางานตามที่ ได้รับมอบหมาย ผมถือว่านี่คือสิ่งที่เปึนความเสียหาย
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพ แล้วก็ในประเด็นนี้ก็ยังมีอีกว่า ในหนังสือเจตจํานง ซึ่งบอกไปทางสหประชาชาตินั้นบอกว่า กองกําลังของไทยก็ได้เข้าไป อยู่ในพื้นที่ ๔.๖ ตารางกิโลเมตรของกัมพูชาด้วย เปึนการกล่าวหาเราอย่างชัดเจน ต่อสหประชาชาติ แต่ทางกระทรวงการต่างประเทศซึ่งต้องใช้งบประมาณ ๘,๑๑๒ กว่าล้านบาท ไม่ได้มีการทักท้วงใด ๆ ทั้งสิ้น มาประเด็นที่ ๒ เขามีการทํางาน ในเวทีของต่างประเทศอย่างเปึนระบบ หลังจากนั้นไม่กี่วันทางการของกัมพูชาก็ได้นํา คณะทูตทหารของประเทศที่มีบทบาทในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ อย่างสหรัฐอเมริกา อย่างฝรั่งเศส อย่างจีน อย่างเวียดนาม อย่างน้อย ๕ ประเทศเข้ามา ดูแลในพื้นที่เขาพระวิหาร เสร็จจากดูแลในพื้นที่เขาพระวิหารก็ได้เข้ามาตรวจการในพื้นที่ ๔.๖ ตารางกิโลเมตร ซึ่งเปึนพื้นที่ที่ถือว่าเปึนอธิปไตยของไทย แต่ทางการไทย โดยกระทรวงการต่างประเทศซึ่งใช้งบประมาณ ๘,๑๑๒ ล้านบาทนี้ ไม่ได้มีการทักท้วง ด้วยท่าที ด้วยวาจา ด้วยลายลักษณ์อักษรใด ๆ ทั้งสิ้น นี่คือสิ่งที่ผมซึ่งเปึนกรรมาธิการ งบประมาณ แล้วก็เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเรามีความเปึนห่วงในกรณีตรงนี้ ถามว่า ทําไมผมต้องเปึนห่วงตรงนี้ จริงอยู่หลังจากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคนใหม่ได้เข้ามา แล้วก็มีการถอยกันคนละก้าวก็ว่ากันไป แต่กรณีนี้ได้ถูกบันทึกเอาไว้ในเวทีของ สหประชาชาติ แล้วก็ท่าทีเหล่านั้น ท่าทีที่ทางการไทยไม่ได้ทักท้วงการที่เขมร การที่กัมพูชาได้นําทูตมาตรวจการในพื้นที่ของไทยนั้น ถือว่าเราวางเฉย การนิ่งถือว่า เปึนการยอมรับ นี่คือสิ่งที่ผมมีความเปึนห่วง ดังนั้นท่านประธานสภาที่เคารพ ตรงนี้ เปึนการตอกย้ําว่า ดินแดนในพื้นที่ทับซ้อนนั้นเปึนของกัมพูชา นั่นคือทางกัมพูชาพยายาม ที่จะแสดงบทบาทตรงนี้ให้ทางโลกได้เห็น แล้วก็ทางกัมพูชาสามารถที่จะนําคณะทูต ผู้ช่วยทูต ทหารของต่างประเทศเข้ามาในพื้นที่ดังกล่าวได้โดยลําพัง โดยไม่จําเปึนจะต้อง ขอความเห็นจากไทยเรา ซึ่งเราอ้างเปึนพื้นที่ เราได้ยืนยันในความเปึนพื้นที่ของเราในพื้นที่ ตรงนั้น
ประเด็นที่ ๓ ท่านประธานครับ การที่ทางฝ์ายไทยเรารับทราบ กระทรวง การต่างประเทศรับทราบ ท่านนายกรัฐมนตรีรับทราบ แล้วก็ผู้ซึ่งอยู่ในคณะรัฐมนตรี รับทราบนั้น การตรวจเยี่ยมของทูตต่างประเทศในพื้นที่ ๔.๖ ตารางกิโลเมตรตรงนั้น จะเปึนการทําลาย การที่เรานิ่งและเราไม่ตอบโต้ เราไม่มีท่าทีของการเปึนเจ้าของอธิปไตย ตรงนั้น มันจะเปึนการทําลายน้ําหนักของการต่อสู้ของประเทศไทยในวันข้างหน้า ถ้าเกิด คู่กรณีของเราได้นําเรื่องนี้เข้าไปสู่ศาลโลกอีกครั้งหนึ่ง ถ้าหากว่าคู่กรณีของเราได้นําเรื่องนี้ ไปสู่ศาลโลก ไปยังยูเนสโกและไปยังอีกบทบาทของต่างประเทศ ผมในฐานะซึ่งเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มองว่ากระทรวงซึ่งเราจะอนุมัติงบประมาณให้ ๘,๑๑๒ กว่าล้านบาท แล้วท่านก็ได้มีแผนงานต่าง ๆ ซึ่งเขียนเข้ามาอย่างสวยงาม มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านจะบอกว่าผลผลิตด้านหนึ่ง ในงบประมาณ ๑,๑๙๕ ล้านบาท ในแผนงานความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับต่างประเทศต่าง ๆ เปึนไปอย่างราบรื่น ทั้งในระดับทวิภาคีและระดับอนุภูมิภาค นี่คือสิ่งที่ผมได้ในฐานะซึ่งเปึนกรรมาธิการ เสียงข้างน้อย ผมก็ได้ซักถามเรื่องนี้ในที่ประชุมแต่ไม่ได้รับคําตอบ เพราะว่าไม่ได้ทําอะไร ทั้งสิ้น นั่นคือข้อเสียเปรียบของเรา และผมจึงมาเสนอในที่ประชุมตรงนี้เพื่อที่จะให้ท่าน ได้รับทราบเหตุผลในการขอปรับลดงบประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ตรงนี้ ขอขอบคุณ ท่านประธานมากครับ