นิพนธ์ บุญญามณี หารือเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณที่ไม่มีประสิทธิภาพและไม่สอดคล้องกับเป้าหมายในการแก้ปัญหา
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับในมาตรา ๗ ผมได้สงวนคําแปรเอาไว้ในกระทรวงการคลัง เพราะว่า ในส่วนที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานในส่วนของงบประมาณเกี่ยวกับการแก้ปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ ซึ่งคิดว่าวันนี้เราต้องยอมรับว่าปัญหาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ จากที่เราคิดว่าเปึนปัญหาที่ไม่สําคัญ ปัญหากระจอก หรือปัญหา อะไรก็แล้วแต่ วันนี้นับตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ มาถึงปัจจุบันนี้ที่เรากําลังพิจารณาอยู่ เราได้ ใช้งบประมาณแผ่นดินไปร่วมประมาณ ๑๐๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับ ซึ่งในขณะนี้ ๑ แสนกว่าล้านบาทยังไม่มีที่ท่าว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้จะยุติลงเมื่อไร สิ่งที่สภาแห่งนี้พยายามแก้ไขก็คือพยายามที่จะตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา แล้วพวกเรา ก็ร่วมกันไปศึกษาปัญหา บังเอิญผมได้มีโอกาสไปเปึนประธานอนุกรรมาธิการ ด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมมีประเด็นที่จะกราบเรียนผ่าน ไปยังกรรมาธิการว่า ท่านได้เอางบประมาณทั้งหมดในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดน ภาคใต้มาพิจารณาย้อนหลังกันบ้างหรือเปล่าว่า การจัดสรรงบประมาณไปแก้ปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ในแต่ละป้มันสอดคล้องกับเปัาหมายมันสอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ในการแก้ปัญหาหรือยัง คณะกรรมาธิการได้สอบถามไหมว่าปัญหา ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาที่แท้จริงคืออะไร แล้วงบประมาณแผ่นดินที่เราจัดลงไป แต่ละป้มันสอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นหรือไม่ ถ้าหากว่าท่านประธานได้มีโอกาส ไปศึกษา การใช้จ่ายงบประมาณเอาช่วง ๔ - ๕ ป้ที่ผ่านมาที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ประมาณ ๑๐๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับ ท่านประธานจะได้เห็นว่าการจัด งบประมาณในช่วงที่ผ่านมามันไร้ประสิทธิภาพจริง ๆ ครับ ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานไปยังท่านกรรมาธิการ มันมีการจัดตั้งงบประมาณแบบซ้ําซ้อน มันมี การจัดตั้งงบประมาณในเชิงนโยบาย แต่ว่าในภาคการปฏิบัติไม่เปึนไปตามนโยบาย ท่านได้เรียกสิ่งเหล่านี้มาดูบ้างหรือไม่ เพราะไม่อย่างนั้น ต่อไปนี้ปัญหาภาคใต้จะถูก หยิบยกขึ้นมาเพื่อขอตั้งงบประมาณในทุกกระทรวง ทบวง กรม สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าเวลา ค่อนข้างจะจํากัด แต่ว่าในรายละเอียดผมจะขอไปพูดเมื่อถึงในเรื่องของกระทรวงนั้น ๆ แต่ว่าในเบื้องต้นผมกราบเรียนท่านได้ว่า กรรมาธิการควรที่จะดูแลเรื่องนี้อย่างเปึนระบบ มากที่สุด ผมยกตัวอย่างครับว่า งบประมาณที่ไปเจอมันซ้ําซ้อนกันขนาดไหน เช่น ท่านจะ ไปแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนเอาว่าเรื่องที่ท่านไปทําในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในเรื่องด้านการพัฒนาอาชีพของชาวบ้าน เรื่องปะการังเทียมอย่างนี้ ๒ – ๓ กระทรวง ไปทําเรื่องปะการังเทียม กรมประมงก็ทํา กระทรวงทรัพยากรฯ ก็ไปทํา เรื่องข่าวกรอง ท่านครับ เราไปตั้งงบประมาณไว้ เชิญสันติบาลมาสอบถามให้ข้อมูลเรื่องข่าวกรองการใช้ งบประมาณในภาคใต้ ข่าวกรองหน่วยสันติบาลบอกว่าไม่มีงบประมาณ ในขณะที่อีก หน่วยทํางานด้านการข่าวไม่มีงบประมาณในเรื่องพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่มี งบประมาณที่จะไปดูแลเรื่องการข่าว แต่ว่าอีกหน่วยงานที่เราไปตั้งไว้ให้เราไปตั้งไว้ที่ กอ.รมน. ท่านผู้อํานวยการคงทราบว่า ป้ที่แล้วป้ ๒๕๕๑ เราให้งบประมาณกับ กอ.รมน. ไป ๗,๕๐๐ ล้านบาท เดือนที่แล้วผมเชิญมาสอบถามให้ข้อมูลในสภาแห่งนี้ในฐานะ ประธานอนุกรรมาธิการ งบประมาณยังเหลืออยู่ประมาณ ๑,๕๐๐ ล้านบาท ยังไม่รู้ว่า จะจ่ายอะไร นี่คือสิ่งที่ได้กราบเรียนท่านประธานว่าผมเปึนห่วงกังวลในเรื่องประสิทธิภาพ การใช้จ่ายงบประมาณในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ นี่คือความที่เรียกว่า การจัดสรรงบประมาณไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร สิ่งที่ได้เรียนท่านประธานไป ผมคิดว่า นี่เปึนตัวอย่างนะครับ ผมมีหลายหน่วยงานที่จะได้ข้อมูล แต่ว่าเวลาคงจะน้อย แต่ยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้เห็นว่าการไม่ประสานงานกันในพื้นที่ การไปส่งเสริม ผมยกตัวอย่างเลยไปนิด ท่านประธานครับ กระทรวงเกษตรฯ ไปส่งเสริมให้จังหวัด ชายแดนเปึนพื้นที่ปลูกพืชน้ํามัน พูดกันตรง ๆ ก็คือปลูกปาล์ม หลายกรมเมื่อกระทรวง มีนโยบายอย่างนี้หลายกรมทุกกรมก็พยายามที่จะเอาภารกิจในเรื่องปลูกปาล์มมาทํากัน ลงไปเจาะลึก กระทรวงเกษตรฯ ก็สนับสนุนงบประมาณไปไร่ละ ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท ซื้อพันธุ์ปาล์มให้อะไรให้ ผมถามว่าพันธุ์ปาล์ม ผมเชิญตัวแทนกระทรวงมาให้ข้อมูล ถามว่าท่านไปสนับสนุน ผมเห็นตัวเลขมันผิดสังเกตเพราะของเอกชนเดี๋ยวนี้เขาทําน้ํามัน ปาล์มได้ต่อไร่นะครับ ผลิตผล ๕ ตัน ถึง ๖ ตัน แล้ว เขาพูดกันที่ตัวเลขอย่างนั้นต่อตัน ต่อไร่ต่อป้ ปรากฏว่ากระทรวงเกษตรฯ ยังคิดตัวเลขอยู่ที่ ๒ – ๓ ตัน ผมก็เอะใจว่า ทําไมต่างกันมาก ถามว่ากระทรวงเกษตรฯ กล้าที่จะรับรองสายพันธุ์ปาล์มไหมที่จะไป ส่งเสริมให้ชาวบ้านกระทรวงเกษตรฯ ไม่กล้ารับรองครับ คนที่มาจากกระทรวงเกษตรฯ ไม่กล้ารับรองเรื่องสายพันธุ์ ก็มีการพูดกันในเชิงเปึนจิตวิทยาว่า สายพันธุ์นี้เปึนสายพันธุ์ อะไรที่เอามาสนับสนุนชาวบ้านให้เกษตรกรปลูก ก็มีการพูดกันว่าเปึนสายพันธุ์ดูใบ ผมนี่บางครั้งพลอยซื่อไปด้วย ผมนึกว่ามีสายพันธุ์นี้เกิดขึ้นจริง ๆ แต่ว่าผมเคยได้ยินพันธุ์ ปาปัวเคยได้ยินนะครับ พันธุ์ต่าง ๆ เคยได้ยิน พันธุ์สุราษฎร์เคยได้ยิน ผมก็นึกว่าพันธุ์ดูใบ นี่เปึนพันธุ์ใหม่ ผมถามไปปรากฏว่ามีเสียงหัวเราะเขาบอกว่าไม่ สายพันธุ์ดูใบคือได้ดู แต่ใบมันไม่มีผล ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่มันกําลังจะเกิดขึ้น แล้วเราไปส่งเสริม ให้ชาวบ้านปลูกปาล์มน้ํามัน และอีก ๔ ป้ข้างหน้า ปาล์มมันให้ผล กว่าจะรู้ว่าปาล์มไม่มี ผลมีแต่ใบ ชาวบ้านมันจะเกิดอะไรขึ้นในพื้นที่ เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่ความไร้ประสิทธิภาพ ในการจัดงบประมาณไปสนับสนุนการแก้ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะฉะนั้น ผมมีรายละเอียดอีก ผมจะขออนุญาตท่านประธานไปพูดในมาตรานั้นเมื่อไปถึงแล้ว นะครับ พูดถึงด้านแหล่งทุนที่จะไปสนับสนุนในการแก้ปัญหา เมื่อสักครู่ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านอันวาร์ได้พูดเรื่องซอฟท์โลนไปแล้ว ตั้งแต่เกิดปัญหา ภาคใต้มา สิ่งที่ช่วยได้ตรงประเด็นมากที่สุดให้กับเรื่องธุรกิจในภาคใต้คือการช่วยของ ธนาคารแห่งประเทศไทยคือซอฟท์โลน คือการให้กู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ํา แต่วันนี้เมื่อมีการ แก้กฎหมาย เปลี่ยนบทบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย มีหนังสือแจ้งไปในพื้นที่บอกว่าต่อไปนี้จะไม่มีอํานาจ การให้ซอฟท์โลนไม่ใช่เปึนหน้าที่ ของธนาคารแห่งประเทศไทยอีกต่อไป นี่คือปัญหา ท่านประธานครับ เชิญกระทรวง การคลังมาผมเรียนท่านประธานว่ารับปากกับในพื้นที่เวลาที่เราลงไปในฐานะประธาน อนุกรรมาธิการ และไปจัดสัมมนากัน ปัญหานี้คือปัญหาใหญ่ วันนี้เมื่อธนาคาร แห่งประเทศไทยบอกว่าไม่มีอํานาจ กระทรวงการคลังต้องเปึนเจ้าภาพเรื่องนี้ จะต้องให้ ยกเลิกโครงการดี ๆ อย่างนี้ต้องช่วยพี่น้องในพื้นที่จังหวัดชายแดน ไม่ว่าจะเปึนโรงแรมก็ดี ธุรกิจอะไรก็แล้วแต่นะครับ ที่ประสบปัญหาอยู่ในจังหวัดชายแดน วันนี้อัตราดอกเบี้ย ผ่อนปรนหรืออัตราดอกเบี้ยต่ําจะช่วยพี่น้องเหล่านั้นได้ ท่านจะต้องดูว่าใครจะเปึน เจ้าภาพเรื่องนี้ในวันนี้ ผมคิดว่าเมื่อสักครู่ท่านลาภศักดิ์ก็ดีหรือใครก็ดีได้พูดถึง กรมศุลกากร ซึ่งรัฐมนตรีช่วยฯ ท่านเปึนคนดูแลอยู่ ผมเรียนว่าจากการศึกษาของ อนุกรรมาธิการเมื่อพูดถึงด่านชายแดน เราอับอายมาเลเซียมาก มาเลเซียเขารุกเร้าเรามากในการที่จะไปแก้ปัญหาเรื่องด่านชายแดน ผมกราบเรียน ท่านกรรมาธิการ แต่ว่าผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งว่าเราจะให้เฉพาะกรมศุลกากร วันนี้ถ้าเรา จะคิดพัฒนาพื้นที่ที่เปึนด่านทั้งหมด เราต้องวางผังเมืองทั้งหมดเลยครับ วันนี้ถ้าคิด ให้เฉพาะกรมศุลฯ แล้ว ตม. ไปอยู่ไหน ตรงไหนเปึนพื้นที่ด้านเศรษฐกิจที่จะไปทํา ศูนย์การค้า ไปทําเปึนโซนธุรกิจ เปึนโซน (Zone) การค้า ศูนย์การค้าต่าง ๆ จะอยู่ที่ไหน โซนไหนเปึนโซนย่านการค้า โซนไหนเปึนโซนย่านส่วนราชการ มี ตม. มีด่านศุลกากร มีด่านตรวจพืช ผมคิดว่าถ้าเราสร้างทั้งหมดเราสร้างเปึนอาคารเดียว เปึนแพคเกจ (Package) ทั้งหมดเลยท่านประธานครับ อย่าให้ต่างหน่วยงานต่างของบประมาณได้ คนละป้ ๆ แล้วไปสร้าง เราต้องคิดกันเหมือนเวลาเราจะสร้างศาลจังหวัดที่ไหน สักศาลหนึ่ง เราต้องเชิญอัยการมาคุยว่าอัยการจะไปสร้างที่ไหน เราต้องเชิญราชทัณฑ์มา ว่าราชทัณฑ์จะไปสร้างที่ไหน คือคุยกันทั้งหมดเลยทุกหน่วยงานที่ไปอยู่ ไม่ใช่ให้ต่างคน ต่างไปสร้าง ในที่สุดจะเปึนสภาพไม่แตกต่างอะไร กับที่ด่านสะเดา ด่านสะเดาเปึนด่าน ที่ขายหน้าที่สุดในประเทศ ผมคิดว่าในขณะนี้ มาเลเซียเขาทําใหญ่โตเลยครับ แต่พอข้าม ชายแดนมาฝัืงไทยเปึนสลัมชัด ๆ เลยครับ ทําไมปัญหานี้เกิดขึ้น เกิดขึ้นเพราะเราไม่มีการ วางแผน เราต่างคนต่างหน่วยงานซึ่งเปึนรัฐบาลเดียวกัน แต่ว่าต่างหน่วยงานต่าง ของบประมาณ ต่างคนต่างทํา มันไม่มีแผนบูรณาการเข้าด้วยกัน นี่คือจุดอ่อนของ การจัดงบประมาณในการไปพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เราต่างคนต่างทํา จริง ๆ ครับ เมื่อสักครู่ผมยกตัวอย่างเรื่องปาล์ม วกไปนิดหนึ่งที่ต่างคนต่างทําก็คือว่า ในกระทรวงเดียวกันแท้ ๆ แต่คนละกรมเปัาหมายคนละเรื่องกันแล้ว แล้วการไปถามว่า การจัดงบประมาณตอบสนองการแก้ปัญหาไหม เราก็ไม่ได้ตอบสนองการแก้ปัญหา เรื่องความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นี่คือสิ่งที่จะกราบเรียนกรรมาธิการว่า กรรมาธิการได้สอบถามสิ่งเหล่านี้หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องที่น่าเปึนห่วงอย่างยิ่ง ที่กระทรวงการคลังจะต้องมีคําตอบ ไม่ทราบท่านกรรมาธิการได้สอบถามหรือไม่ นั่นก็คือ ที่คณะรัฐมนตรีในรัฐบาลท่าน พลเอก สุรยุทธ์ ได้มีมติให้จังหวัดชายแดนภาคใต้ เปึนเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ดี เรื่องนี้เปึนเรื่องที่เปึนแนวทาง ที่จะแก้ปัญหา สอดคล้องกับสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอกฎหมายการจัดตั้งสํานักงาน ราชการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งได้เสนอไปในกฎหมายฉบับแรกต่อสภาแห่งนี้ เชิญกระทรวงการคลังมา ท่านประธานครับ เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังมาชี้แจง ผมเชิญ รัฐมนตรีไป รัฐมนตรีคงไม่ได้มานะครับ เจ้าหน้าที่มาชี้แจง เจ้าหน้าที่ตอบคําถาม อนุกรรมาธิการว่า ไม่เห็นด้วย ในเชิงไม่เห็นด้วยว่าจะไปมีเมืองพิเศษต่าง ๆ เกิดขึ้น แต่ว่า สนับสนุนในรูปแบบของการที่จะไปจัดในรูปแบบที่เรียกว่า เขตส่งเสริมพิเศษ คือเขต การส่งเสริมการลงทุนพิเศษ เขต ๑ เขต ๒ เขต ๓ ไป นั่นคือสิ่งที่ผมคิดว่าวันนี้เราต้อง มีความชัดเจนในรูปแบบของเขตพัฒนาพิเศษในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้ถ้าเราใช้รูปแบบธรรมดา เราแก้ไขไม่ได้จริง ๆ ครับ วันนี้มีแต่การตั้งเปึนเขตพิเศษ ขึ้นมาเท่านั้น เพื่อจะทําให้การประสานงานทั้งหมดมีประสิทธิภาพ ทําให้การใช้ งบประมาณของแผ่นดินมีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผล เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่ผม กังวลว่าในฐานะกระทรวงการคลังดูแล เปึนเจ้าภาพเรื่องงบประมาณ ผมอยากให้ กระทรวงการคลังหรือว่ากรรมาธิการได้สอบถามกระทรวงการคลังว่ากระทรวงการคลัง ได้ดูภาพรวมทั้งหมดหรือไม่ว่าการจัดงบประมาณไปให้กับการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดน ภาคใต้ในแต่ละป้ท่านมียุทธศาสตร์อย่างไรต่อการแก้ปัญหา แล้วก็นี่คือสิ่งที่จะชี้ให้เห็น ได้ว่างบประมาณ ๑๐๘,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่ใช้จ่ายในช่วงป้ ๒๕๔๗ เปึนต้นมานี้ มีประสิทธิภาพหรือเปล่า ทําไมปัญหามันจึงแก้ไม่ได้ แต่งบประมาณยิ่งสูงขึ้นทุกป้ เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่กรรมาธิการจะต้องมีคําตอบเพื่อที่จะนําไปสู่การพิจารณา งบประมาณของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดครับ ขอบคุณท่านประธานครับ