อลงกรณ์ พลบุตร แปรญัตติปรับลดงบประมาณกระทรวงการคลัง 5% เนื่องจากประสิทธิภาพการใช้งบประมาณและความโปร่งใสในการบริหารและการใช้งบประมาณ และหารือเรื่องการเคหะแห่งชาติที่ใกล้ล้มละลาย พร้อมเรียกร้องการสนับสนุนจากกระทรวงการคลัง และหารือเรื่องทุจริตสินเชื่อธนาคารเอสเอ็มอี ๕,๐๐๐ ล้านบาท โดยเรียกร้องการตรวจสอบและดำเนินการอย่างจริงจัง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมเปึนผู้แปรญัตติขอปรับลดงบประมาณในส่วนของกระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่ากระทรวงการคลังได้รับงบประมาณกว่า ๒ แสนล้านบาท ประเด็นปัญหาที่ผมขอแปรญัตติในการปรับลด ก็เกี่ยวเนื่องกับ เรื่องของประสิทธิภาพการใช้งบประมาณ ประเด็นปัญหาที่กระผมขอแปรญัตติในการปรับลด ก็เกี่ยวเนื่องกับเรื่องของประสิทธิภาพ การใช้งบประมาณและความโปร่งใสในการบริหารและการใช้งบประมาณ สําหรับ กระทรวงการคลังนั้นมีอยู่ ๒ เรื่อง เปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณแผ่นดินแล้วก็ได้ เกิดผลเสียหาย และมีคําถามถึงคณะกรรมาธิการงบประมาณของเราที่ไปทําหน้าที่ในการ พิจารณาในชั้นของการแปรญัตติ และเผอิญว่าท่านรองประธานคณะกรรมาธิการ งบประมาณดํารงตําแหน่งเปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ก็มีความเชื่อมั่นว่า ท่านจะตอบข้อซักถามของกระผมได้ในประเด็นที่เกี่ยวข้อง
ประการแรก ก็คือกรณีของการทุจริตสินเชื่อธนาคารเอสเอ็มอี (SME) กว่า ๕,๐๐๐ ล้านบาท เรื่องนี้เปึนเรื่องอื้อฉาวมากและสะท้อนให้เห็นถึงความไม่โปร่งใสในการ กํากับดูแลและการบริหารหน่วยงานในสังกัด ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อม ที่มีชื่อย่อว่า ธพว. กระผมใคร่ขออนุญาตท่านประธานเรียกสั้น ๆ ว่า ธนาคาร เอสเอ็มอี ซึ่งในรัฐบาลก่อนหน้านั้นต้องยอมรับว่ามีความหละหลวมมากในการปล่อย สินเชื่อโดยเฉพาะให้กับพวกพ้อง แต่ท่านประธานคงทราบว่าธนาคารดังกล่าวนั้นจัดตั้ง ตามพระราชบัญญัติที่รัฐสภาเปึนผู้ตราขึ้น แล้วก็มีวัตถุประสงค์ในการที่จะอํานวยสินเชื่อ ในการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือว่า เอสเอ็มอี ซึ่งปัจจุบันต้องเรียน ท่านประธานว่าในแต่ละเดือน สถานประกอบการในระดับเอสเอ็มอีนั้นต้องป่ดตัวเอง ๔,๐๐๐ – ๕,๐๐๐ แห่ง จากพิษภัยทั้งเศรษฐกิจและการเมือง แต่อย่างไรก็ตาม ในการ บริหารที่ผ่านมา ปรากฏว่าได้เกิดการทุจริตในการปล่อยสินเชื่อเปึน ๒ กลุ่ม กลุ่มแรก เปึน กลุ่มที่ขอสินเชื่อรายละไม่เกิน ๕๐ ล้านบาท รวมยอดแล้วไม่น้อยกว่า ๓,๐๐๐ ล้านบาท กระผมทราบว่าท่าน นริศ ชัยสูตร ผู้ตรวจการกระทรวงการคลังนั้นเปึนประธานในการ ตรวจสอบในเรื่องนี้ ซึ่งในเบื้องต้นมีเจ้าหน้าที่ของธนาคารไม่น้อยกว่า ๕๐ ราย ที่ส่อว่ามี พฤติกรรมทุจริต กลุ่มที่ ๒ ท่านอธิบดีกรมสรรพากร คุณศานิต ร่างน้อย เปึนประธานใน การตรวจสอบ ซึ่งเปึนกลุ่มซึ่งมีการขอกู้ในวงเงินตั้งแต่ ๑๐๐ ล้านบาท ถึง ๓๐๐ ล้านบาท เปึนวงเงินความเสียหาย ๒,๑๕๐ ล้านบาท รวม ๒ ยอดของการทุจริตปล่อยสินเชื่อ ของธนาคารเอสเอ็มอีกว่า ๕,๐๐๐ ล้านบาท กระผมใคร่ขอทราบว่าคณะกรรมาธิการ ได้มีการตรวจสอบในความคืบหน้าของการสอบสวนเรื่องนี้และผลเปึนอย่างไร เพราะว่า เปึนธนาคารที่เรามุ่งหวังอย่างยิ่งที่จะเปึนกลไกในการที่จะส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม ซึ่งถือว่าเปึนพื้นฐานและเปึนสถานประกอบการที่มีจํานวนมากที่สุดใน สถานประกอบการในประเทศไทย แต่ปรากฏว่ากลไกที่ดําเนินการในเรื่องนี้กลับปรากฏว่า มีการชุ่ยอย่างมาก และขอทราบว่ามีใครเกี่ยวข้องทั้งในระดับของคณะกรรมการบริหาร ธนาคาร ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ และดําเนินการไปถึงไหน และมีมาตรการอย่างไรที่จะ ไม่ให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นอีก
เรื่องที่ ๒ นั้น เปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนยากคนจน เปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ คนที่มีรายได้น้อย ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑลและต่างจังหวัด ผมตกใจพอ ๆ กับท่าน ประธาน เมื่อเห็นพาดหัวหนังสือพิมพ์เศรษฐกิจระบุว่า การเคหะแห่งชาติใกล้ล้มละลาย ความจริงการเคหะแห่งชาตินั้นก่อตั้งกันมาตั้งแต่ป้ ๒๕๑๕ ตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๑๖ ถ้ากระผมจําได้ และต่อมาเมื่อป้ ๒๕๓๗ ภายใต้รัฐบาล ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ก็ได้ตราเปึนพระราชบัญญัติการเคหะแห่งชาติ ในปัจจุบันหลังจากปฏิรูประบบราชการป้ ๒๕๔๕ ก็อยู่ภายใต้กระทรวงพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ เราไม่เคยคิดว่าจะมีปรากฏการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นกับการเคหะฯ แต่ที่มาเกี่ยวข้องกระทรวงการคลังเพราะว่านโยบายของรัฐบาล ขออภัยต้องเรียน ท่านประธานว่าในสมัยรัฐบาลพันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร นั้น ได้ริเริ่มโครงการ บ้านเอื้ออาทร แต่เดิมการเคหะแห่งชาตินั้นก็มีโครงการเคหะชุมชน มีวัตถุประสงค์ของ การจัดตั้งในการสร้างที่อยู่อาศัยและมีการทําหน้าที่ในเรื่องของการปรับปรุงเรื่อง ของแหล่งชุมชนให้มีสภาพที่ดีขึ้น แต่เมื่อนโยบายทางการเมืองต้องการให้มีโครงการบ้าน เอื้ออาทร การเคหะแห่งชาติจึงต้องดําเนินการและเปึนครั้งแรกเมื่อมีการเริ่มโครงการนี้ การเคหะแห่งชาติก็เริ่มขาดทุน ที่เกี่ยวข้องกระทรวงการคลังเพราะว่ากระทรวงการคลัง ถูกมอบหมายให้รับผิดชอบในฐานะเปึนผู้ค้ําประกันเงินกู้ของโครงการบ้านเอื้ออาทร ในการเคหะแห่งชาติ วันนี้มีข่าวว่าการเคหะแห่งชาติใกล้ล้มละลาย ผมอยาก ประชาสัมพันธ์นะครับไปช่วยกันหน่อยเพราะว่ามหกรรมของการเคหะแห่งชาติในการขาย บ้านเอื้ออาทรซึ่งมีทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด อาคารชุด ทาวน์เฮ้าส์ จากวันนี้ไปจนกระทั่งถึง วันที่ ๙ กันยายน ถ้าจําไม่ผิด ต้องพยายามขายเพราะว่าไม่อย่างนั้นไม่มีเงินหมุนเวียน วันนี้ใครเข้าไปดูในรายงานของการเคหะฯ จะพบว่าต้องพยายามขายแลนด์แบงก์ (Land Bank) ของตัวเองที่มีอยู่ ทั้งในส่วนแลนด์แบงก์เดิมและในส่วนที่เปึนโครงการ บ้านเอื้ออาทรแต่ยังไม่ได้ก่อสร้างเพื่อเอาเงินมาหมุน สัดส่วนหนี้ต่อทุนนั้นสูงมาก ถ้าเปึน บริษัทเอกชนล้มละลายไปแล้ว เกือบ ๑๓ เท่าต่อ ๑ ครับ เปึนหนี้ต่อทุนนั้น ๑๓ เท่าต่อ ๑ เพราะฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจว่าคณะกรรมาธิการได้ตระหนักต่อปัญหาดังกล่าวหรือไม่ เพราะว่ากระทบต่อการดูแลผู้มีรายได้น้อยทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ซึ่งหวังว่าเขา จะได้ประโยชน์จากการได้ที่อยู่อาศัยที่มีราคาถูก แต่ด้วยการดําเนินการที่ฉ้อฉล ผมต้อง เรียนท่านประธานเพิ่มเติมตรงนี้ก็เพราะว่า ทั้ง สตง. ป.ป.ช. และ คตส. ต้องขอบคุณจริง ๆ ได้เข้าไปตรวจสอบเรื่องนี้ มีทั้งฝ์ายการเมืองฝ์ายเจ้าหน้าที่เข้าไปหาประโยชน์ ไปเพิ่ม ต้นทุนให้ผู้ประกอบการยูนิต (Unit) ละ ๕,๐๐๐ บ้าง ๑๐,๐๐๐ บ้าง จนวันนี้การเคหะ มียอดของโครงการบ้านเอื้ออาทรในทุกรูปแบบนั้น ๓ แสนยูนิต และปรับลดอีกครั้งหนึ่ง เหลือ ๒๗๐,๐๐๐ ยูนิต และทําคําขอถึงกระทรวงการคลังครับ ในการที่จะต้องชดเชย และช่วยเหลือไม่อย่างนั้นไปไม่รอด จนกระทั่งเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์โครงการ บ้านเอื้ออาทร ตอนนี้ใครก็ได้ไปจองใครมาก่อนได้ก่อน แล้วผมยังยืนยันว่าสําหรับ ครอบครัวที่รายได้รวมกันไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาทนั้น ควรเปึนลําดับต้น ๆ ที่จะต้องได้รับ การดูแล แต่ว่าด้วยเลือดเข้าตาอย่างนี้ ในที่สุดก็ปรากฏว่ามหกรรมดังกล่าวซึ่งจัดเปึน ครั้งที่ ๒ แล้ว เพื่อโละบ้านเพื่อเอาเงินมาหมุนก็เปลี่ยนวัตถุประสงค์ไป นายทุน หรือผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ใหญ่ ๆ อยากจะมาซื้อมาเลยครับ ซื้อยกตึกก็ได้ ซื้อยกโครงการก็ได้ ๑๕๔ โครงการ ๖๐,๐๐๐ กว่ายูนิต ทั้งกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ท่านประธานมาจากต่างจังหวัดเช่นเดียวกับผม คงทราบครับในพื้นที่ จังหวัดท่านก็มีโครงการ ที่บ้านลาด ที่เพชรบุรีก็เช่นกันครับ สร้างไว้ยังไม่เสร็จเลยครับ โชว์เสาบ้านไว้ครับ เสาขนาดลําแขนครับ ขับรถผ่านไปเราก็สงสัยว่าแล้วใครมันจะกล้า ไปอยู่ แต่นี่คือสิ่งหนึ่ง ถามว่าวัตถุประสงค์โครงการบ้านเอื้ออาทรสําหรับผู้มีรายได้น้อย คนยาก คนจน สําหรับ การมีที่อยู่อาศัย การมีบ้านคุ้มหัวนั้นเปึนสุดยอดปรารถนาของชีวิตครับ เปึนโอกาสของ คนยาก คนจน แต่การบริหารที่ไม่โปร่งใส ทุจริต และในที่สุดแล้วก็เปึนภาระของ รัฐวิสาหกิจของเรา และเปึนภาระต่อภาษีของประชาชน และภาระผูกพันต่อเงินกู้ที่จะต้อง ไปอุดหนุนหมุนเวียน เรื่องนี้เปึนเรื่องใหญ่ การที่รัฐวิสาหกิจที่ก่อตั้งมาโดยมีวัตถุประสงค์ สําคัญในเรื่อง ๑ ในปัจจัย ๔ ของชีวิตประชาชนคนไทยนั้นกรรมาธิการได้เรียกเรื่องนี้ มาสอบถามอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ทางประธานที่ทําหน้าที่ศึกษาในการหา ทางออกแก้ไขปัญหาโครงการบ้านเอื้ออาทร ก็คือคุณวิชา จิวาลัย ได้เสนอแนวทาง ๘ เรื่อง ๘ ข้อด้วยกัน ๑ ในจํานวนนั้นก็คือขอให้กระทรวงการคลังสนับสนุนเงินกู้ระยะยาว อัตราดอกเบี้ยต่ํา หรือไม่ก็จัดตั้งกองทุนที่อยู่อาศัย ทั้งนี้ก็เพราะว่าในป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ผูกพันถึงป้ ๒๕๕๖ นั้นจะต้องใช้เงินป้ละ ๒,๕๐๐ ล้านบาท ๒,๙๐๐ ล้านบาท ๓,๔๐๐ ล้านบาท ๔,๗๐๐ ล้านบาท โดยลําดับ สําหรับพื้นฐานของโครงการ ๓ แสนยูนิต โดยที่จะต้องชดเชยเพิ่มต่อยูนิตนะครับ ๖๐,๐๐๐ ต่อยูนิต จากเดิม ๑๔,๐๐๐ ต่อยูนิต ท่านคูณตัวเลขเข้าไปสิครับ ยูนิตละ ๓๙๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ สะท้อนให้เห็นว่ากระทรวงการคลังในฐานะที่เข้าไปรับหน้าเสื่อในฐานะผู้ค้ําประกันนั้น ตั้งแต่ต้นจนจบตั้งแต่รัฐบาลทักษิณมาจนวันนี้ การวิเคราะห์โครงการ การดําเนินการ โครงการอย่างรอบคอบกลายเปึนเริ่มต้นดี สุดท้ายกลายเปึนเหยื่อทางการเมืองของ นักการเมืองที่แสวงประโยชน์ ท้ายที่สุดก็มาเดือดร้อนต่องบประมาณอันเปึนภาษีของ ประชาชนและทําให้คนยากคนจนผู้ด้อยโอกาสเสียโอกาส ผมต้องถามประเด็นนี้ เพราะเห็นว่าเราต้องการได้การบริหารที่โปร่งใสมีประสิทธิภาพ แล้วก็ขณะเดียวกันถ้ามี การทุจริตก็ต้องเอาจริงเอาจัง ที่ผมเอ่ยถึง ป.ป.ง. ประทานโทษเอ่ยถึง สตง. เอ่ยถึง ป.ป.ช. หรือ คตส. นั้น นั่นเปึนหน้าที่ของเขา แต่หน้าที่ในฐานะรัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง ผู้รับผิดชอบก็จะต้องสอบสวนเรื่องนี้ด้วยครับ เพราะว่ามันหมายถึงการแก้ไขประสิทธิภาพ และธรรมาภิบาลในการบริหารทั้งโครงการตามนโยบายของรัฐบาล หรือตามนโยบาย ขององค์กร ดังนั้นในเรื่องของโครงการบ้านเอื้ออาทรก็ดี โครงการในเรื่องของ การส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมนั้น กระผมเห็นว่านั่นเปึนเรื่องที่สําคัญมาก เปึนพื้นฐานที่สําคัญ ก็หวังว่าคณะกรรมาธิการจะตอบนะครับ ท่านได้รับหน้าที่ให้ ตอบสภา ไม่ใช่กระผมเล่นดนตรีให้ท่านฟังอย่างเดียว ผมไม่อยากเปรียบเทียบสุภาษิต อย่างอื่นนะครับ แต่ว่าท่านมีหน้าที่ต้องชี้แจง เวลาที่ใช้เปึนประโยชน์ครับ อย่าได้ห่วงเลย ถ้าหากว่าการตอบนั้นจะสร้างความมั่นใจและให้ประชาชนทั่วทั้งประเทศได้รู้ว่าพวกเรา มาทําหน้าที่อย่างจริงจังและดูแลเม็ดเงินจากภาษีของประชาชนด้วยความรอบคอบและ ไปถึงอนาคตในการที่จะใช้งบประมาณป้ ๒๕๕๒ เปึนจํานวนเงิน ๑.๘ ล้านล้านบาทครับ ขอบคุณท่านประธาน