นพพล เหลืองทองนารา อภิปรายเรื่องอัตราภาษีนำเข้าจากสหรัฐอเมริกาที่อาจกระทบภาคเกษตรไทย โดยเสนอให้รัฐบาลเร่งเจรจาต่อรอง ปรับปรุงระบบ Zoning เพื่อลดพื้นที่ปลูกข้าวที่ไม่เหมาะสม และพัฒนาการใช้แร่โพแทสเซียมในประเทศเพื่อลดต้นทุนการผลิต
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ วันนี้ผมเองขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะได้ขออภิปรายในส่วนของอัตราภาษีใหม่ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาจะคิดกับประเทศไทย นั่นก็คือถ้าเป็นไปตามเดิม นั่นก็หมายความว่า ในวันที่ ๑ คือวันพรุ่งนี้ก็จะเริ่มใช้ในอัตราภาษีที่ ๓๖ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าผมเองยังเชื่อมั่น ต่อคณะผู้แทนไทย ซึ่งนำโดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แล้วก็องคาพยพทั้งหลาย ต้องต่อรองกับประเทศสหรัฐอเมริกาได้ เพราะไม่ใช่ว่าเราเองไม่มีของดีอยู่ในตัว จริง ๆ คือการด้อยค่าของประเทศไทย จริงหลายอย่าง บางอย่างก็ยอมรับว่าเราเองเราก็เป็นรอง แต่ว่าในสิ่งที่มันเป็นจุดแข็งของเรามันก็มี ในส่วน ของผมในวิกฤติการณ์ครั้งนี้ที่ได้เกิดขึ้น โดยเฉพาะในภาคการเกษตรของไทยเกี่ยวกับเรื่อง ของอัตราภาษีที่ทรัมป์ (Trump) จะกำหนดขึ้นใหม่ ในสิ่งที่เลวร้ายมันก็มีสิ่งที่ดี ๆ นั่นหมายความว่าทำให้เราต้องมานั่งทบทวนกัน ตระหนักกันให้ดีทั้งฝ่ายบริหาร แล้วก็ ทั้งตัวเกษตรกร รวมทั้งพ่อค้าวาณิชทั้งหลายด้วยว่า ถ้าเราไม่รู้จักที่จะปรับตัว เรารอแต่ยืมจมูก คนอื่นเขาหายใจมันจะเป็นอย่างไร ถ้าเขาอุดรูจมูกขึ้นมาเราแย่ เพราะฉะนั้นการที่จะปรับตัว ไม่ว่าจะเป็นการที่จะปฏิรูปในเรื่องของเกษตร ไม่ว่าจะเป็นการทำเรื่อง Zoning ใช่ อย่างที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลังได้พูดเมื่อตอนเย็นนี้ว่า ในส่วนของสินค้าที่มันมีจำนวน ที่มากเกินกว่าความต้องการเราต้องลดลง ถูกต้องครับ เพราะฉะนั้นการจัด Zoning ซึ่งเรา ก็พูดกันมานานแล้ว ผมก็ยังหวังว่าให้รัฐบาลนี้ได้เอาจริงเอาจังกับการจัด Zoning นั่นหมายความว่าพื้นที่ไหนที่มันไม่เหมาะสมจริง ๆ อย่างข้าว พื้นที่ที่ไม่เหมาะสมที่จะ ปลูกข้าว ตอนแรกที่มีข่าวว่าประมาณ ๑๒ ล้านไร่ ผมบอกเลยไม่ใช่หรอกครับลองไปดูตัวเลข กันให้ดี ๆ พื้นที่ปลูกข้าวในเมืองไทยเอาข้าวนาปี ปีหนึ่ง ๖๒ ล้านไร่ จริง ๆ พื้นที่ที่เหมาะสม นั่นก็คือพื้นที่ที่อยู่ในเขตชลประทาน อยู่ในส่วนของชลประทานดูแล ๒๕ ล้านไร่ และอยู่ใน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอีก ๓ ล้านกว่าไร่ ตีเสียเบ็ดเสร็จ ๓๐ ล้านไร่ เผื่อเหลือเผื่อขาด ที่มันยังพอใช้น้ำในระบบธรรมชาติได้อีกประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ คือ ๓๓ ล้านไร่ นอกนั้น เป็นพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม ไม่เชื่อลองไปเปรียบเทียบกับสิ่งที่กรมพัฒนาที่ดินได้สำรวจไว้ เพราะฉะนั้นเราต้องทำให้ได้ตรงนี้ ๒. ในส่วนของที่เป็นปัจจัยการผลิต ปุ๋ยมีการพูดจากัน มากเลยว่าเป็นภาระเป็นต้นทุนที่สูงสำหรับประเทศไทย ผมก็ยอมรับและทุกคนก็ยอมรับ วันนี้อย่างตัวผมผมก็หวังว่าแร่โพแทสเซียมที่เรามีอยู่ ที่อุดรธานีที่ได้สัมปทานบัตรไปแล้ว เมื่อ ๘-๙ ปีก่อน ยังไม่ได้เริ่มต้นอะไรเลย ผมอยากให้ผู้มีอำนาจได้ลงไปดูว่ามันเป็น เพราะอะไร ให้สัมปทานบัตรไปแล้วตั้งกี่ปีจะเกือบ ๑ ทศวรรษแล้วนะครับ แต่ก็ยังไม่ได้ เริ่มต้นตรงนี้เลย ถ้าวันนี้เราสามารถที่จะเอาแร่โพแทสเซียมที่อยู่ในผืนแผ่นดินเราเอาออกมา ใช้ได้ แล้วสั่งแม่ปุ๋ยอีกเป็นจำนวนหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่สั่งมา ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เหมือนอย่าง ปัจจุบันนี้จากแหล่งผลิตไหนก็ได้ที่เขามีแร่ที่เราไม่มีอยู่มาบวกกับโพแทสเซียมที่เรา มีอยู่ ทำให้เราไม่ต้องนำเข้าปุ๋ยเป็นร้อยเปอร์เซ็นต์ อย่างน้อย ๆ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ที่เรามีอยู่ ในประเทศของเรามันก็สามารถจะประหยัดต้นทุนได้ ไม่แน่นะครับ ถ้าเราทำอย่างนี้ได้ปุ๋ย ยูเรียกระสอบหนึ่งปัจจุบัน ๘๐๐-๙๐๐ บาท มันอาจจะลงมาเหลือแค่ ๕๐๐-๖๐๐ บาทก็ได้ เพราะเรามีแร่ของเราเอง ๓. โดยเฉพาะในพื้นที่ชลประทานวันนี้กว่าจะเป็นพื้นที่ชลประทาน รัฐจะต้องเสียเงินให้พื้นที่เหล่านั้นได้ขึ้นชื่อว่าชลประทานเป็นเงินต่อไร่แล้วหลายหมื่นบาท เกือบ ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่ถามว่าวันนี้มีพื้นที่โครงการส่งน้ำไหนบ้างที่อยู่ในเขตชลประทาน ที่เวลาชาวนาจะเพาะปลูกไม่ต้องเสียค่าน้ำมันมาสูบน้ำเข้านา แล้วเวลาถึงฤดูฝนไม่ต้องมา สูบน้ำออกจากนาทั้ง ๆ ที่มีระบบระบายน้ำ มีทั้งคลองส่งน้ำ มีทั้งคลองระบายน้ำ เพราะฉะนั้นในเรื่องเหล่านี้เราต้องมาดูแลกันให้ดี และอีกอย่างหนึ่งบางสิ่งบางอย่าง โดยเฉพาะในเวลาเพาะปลูกสำหรับเวลาการส่งน้ำมันจะต้องมีการยืดหยุ่นกันได้ตามสิ่งที่ เป็นไป อย่างในปีนี้ อย่างในบางระกำโมเดลในพื้นที่บ้านผมที่ประสบตอนนี้ พี่น้องเกี่ยวข้าว ใช่ได้เกี่ยวจริง แต่เกี่ยวข้าวสดครับ เกี่ยวข้าวที่ยังเขียว ๆ อยู่เลยมันยังไม่สุก การเกี่ยวข้าวสุก กับการเกี่ยวข้าวหนีน้ำมันแตกต่างกันในเรื่องของราคา แต่ถ้าชลประทานปีนี้ได้ส่งน้ำเข้ามา ในพื้นที่ของโครงการบางระกำโมเดล หรือว่าโครงการต่าง ๆ ในบริเวณแถวนั้นก่อน ๒-๓ สัปดาห์ ซึ่งผมเองก็เคยแนะนำกรมชลประทานไปแล้ว เพราะฝนปีนี้จะมาไว GISTDA ก็บอก กรมอุตุนิยมวิทยาก็บอก ที่ไหนก็บอก แล้วน้ำในเขื่อนสิริกิติ์ก็มีอยู่พอที่จะส่งให้พี่น้อง ได้เพาะปลูกก่อน ถ้ามีการยืดหยุ่นกันในเรื่องของการส่งน้ำแบบนี้แล้ว ปัญหาเรื่องการเกี่ยวหนีน้ำของพี่น้องเกษตรกรแล้วได้ราคาผลผลิตที่ตกต่ำก็จะน้อยลง ผมเอง ก็ถือว่าวิกฤตการณ์ครั้งนี้ ถามว่าเป็นวิกฤติไหม เป็นวิกฤติ แต่ผมก็ยังเชื่อมั่นใน Team Thailand ว่าสามารถที่จะคุยเจรจากับทรัมป์ (Trump) ได้ เพราะเราก็มีของดีอยู่ในตัว ของเรา แต่ที่สำคัญเราควรที่จะต้องปฏิรูปเพื่อที่จะให้หายใจด้วยตัวของเราเองดีกว่านะครับ กราบขอบพระคุณครับ