สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๘

ปรีติ เจริญศิลป์ หารือเรื่องการขึ้นภาษีของสหรัฐอเมริกา และแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเกษตรกรไทย รวมทั้งการช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการภาคเกษตรในประเทศไทย รวมถึงการป้องกันสินค้านำเข้าจากสหรัฐอเมริกา

นายปรีติ เจริญศิลป์ นนทบุรี

ผม ปรีติ เจริญศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายญัตติด่วนกรณีการขึ้นภาษีของ สหรัฐอเมริกาที่จะมีการประกาศในวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๘ ขอสไลด์ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ผมทราบข่าวว่ารัฐบาลได้มีการเจรจาล่าสุด มีการยื่นข้อเสนอไป ๒ วันสุดท้ายก่อนที่สหรัฐอเมริกาจะประกาศอัตราภาษีในวันที่ ๑ สิงหาคมนี้ เห็นข่าวว่ารัฐบาลเรามั่นใจว่าจะได้ลดภาษีอย่างน้อยน่าจะเหลือประมาณ ๑๘-๒๐ เปอร์เซ็นต์ ดูจะเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ผมเองมีความกังวลอย่างยิ่งว่าการลดภาษี ที่เราได้ แล้วเราเสียอะไรไปบ้าง หากการนำสินค้าเกษตรเป็น Deal ไปแลก อาจจะเกิด ผลกระทบมากขึ้นครับ โดยเฉพาะสินค้าเกษตรหมู ไก่ เนื้อวัว ซึ่งเป็นสินค้าที่คนไทยบริโภค มากที่สุด ท่านประธานครับ ปัจจุบันมูลค่าอุตสาหกรรมหมู ไก่ เนื้อวัวในประเทศรวมกันกว่า ๕.๔ แสนล้านบาท และมีเกษตรกรมากกว่า ๑.๔ ล้านราย ที่ผ่านมาเกษตรกรเหล่านี้ได้รับ ผลกระทบอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นโรคระบาดในสัตว์ หรือมีการนำเข้าสินค้าเถื่อน หรือ หมูเถื่อนที่เราได้ยินมาไม่นานนี้เอง เพราะอะไรถึงมีการนำเข้าเยอะขนาดนี้และเป็นการ นำเข้าผิดกฎหมาย เพราะต่างประเทศเขามีต้นทุนที่ถูกกว่า ทั้งในบราซิลและยุโรป หรือ สหรัฐอเมริกาหมู ไก่ เนื้อเป็นอาหารหลักของคนไทยที่ใช้ประกอบอาหารเพื่อการบริโภค มากที่สุดเลยก็ว่าได้ครับ ไม่ว่าจะเป็นเมนูต่าง ๆ ที่เรารู้จักกันดี กะเพราหมูสับ ไข่ดาว ไก่ทอดกระเทียม ข้าวผัดเนื้อ เป็นต้น หมู ไก่ เนื้อไม่ใช่แค่สินค้าเกษตร แต่สิ่งเหล่านี้วันนี้คือความมั่นคงทางอาหาร ของประเทศไทย เมื่อเป็นสินค้าที่มีความสำคัญเราจึงมีกำแพงภาษีที่ปกป้องเกษตรกรเหล่านี้ อย่างหมูและเครื่องในเรามีกำแพงภาษีถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งการ Ban สารเร่งเนื้อแดง เนื้อไก่และเครื่องในภาษี ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ เนื้อวัวและเครื่องในเราตั้งกำแพงภาษี ๓๐-๕๐ เปอร์เซ็นต์ และ Ban สารเร่งเนื้อแดงด้วย หากสิ่งเหล่านี้ไม่มีแล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับ เกษตรกรในประเทศไทย หากเรานำสินค้าเกษตรเหล่านี้ไปเป็น Deal แลกกับสหรัฐอเมริกา ในอนาคตอันใกล้หมูนำเข้าอาจจะถูก อาจจะเกิดผลดีกับผู้บริโภคในระยะสั้น แต่ระยะยาว ผมเชื่อว่าเกษตรกรไทยก็อยู่ไม่ได้ ในอนาคตอาจจะต้องล้มหายตายจากกันไปในระบบ สุดท้ายแล้วสหรัฐอเมริกาจะเป็นประเทศหลักที่ต้องมาส่งสินค้าเหล่านี้ให้กับเรา นั่นหมายความว่าความมั่นคงทางด้านอาหารของเราขึ้นอยู่กับสหรัฐอเมริกา อนาคต สหรัฐอเมริกาอาจจะกำหนดราคาขึ้นหรือลงก็ได้หากเขาผูกขาดสินค้าเหล่านี้ในประเทศไทย ท่านประธานครับ เราลองมาดูงบประมาณที่รัฐบาลตั้งขึ้นในปี ๒๕๖๙ ผมเองยังไม่เห็นว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับภาคเกษตรอย่างมีนัยสำคัญเลยในการตั้งงบประมาณ ทั้งที่ การเจรจาภาษีกับสหรัฐอเมริกาต้องมีทั้งได้และมีเสีย แต่ส่วนที่เสียไปถ้ามันเป็นความมั่นคง ทางด้านอาหารรัฐบาลจะทำอย่างไร ผมยังไม่เห็นรัฐบาลทำอะไรเป็นรูปธรรมเพื่อปกป้อง สินค้าเกษตรเลย ทั้งนี้การไปเจรจาการค้ากับสหรัฐอเมริกานั้นเหมือนเป็นการทำข้อตกลง ทางการค้าเสรีที่ต้องมาขออนุมัติจากรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๘ วรรคสอง ระบุอย่างนี้ หนังสือสัญญาอื่นที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคมหรือการค้า การลงทุนของประเทศอย่างกว้างขวางต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา วรรคสามระบุไว้ชัด ว่าหนังสือสัญญาอื่นที่อาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจสังคม การค้า การลงทุน ของประเทศอย่างกว้างขวางตามวรรคสอง ได้แก่หนังสือสัญญาเกี่ยวกับการค้าเสรี นั่นหมายความว่าสุดท้าย Team Thailand ครม. ต้องมาขออนุมัติจากรัฐสภาที่มีทั้ง สส. และ สว. ด้วย แต่หากการนำ Deal นี้ไปเจรจาเพื่อแลกกับการเปิดตลาดสินค้าเกษตร เพื่อมา ทำลายเกษตรกรประเทศไทย ผมก็นึกไม่ออกว่ารัฐสภาเราจำเป็นต้องเห็นชอบตามข้อตกลง ที่เขาไป Deal ลับมาแล้วหรือเปล่า ผมเชื่อว่าส่วนใหญ่อาจจะไม่เห็นด้วยหากเราเปิดการค้าเสรี นำ Deal นี้ไปเจรจาต่อรอง และส่งผลระยะยาวให้กับความมั่นคงทางอาหารของประเทศไทย

สุดท้ายนี้ผมอยากฝากไปยังรัฐบาล ไม่ว่า Deal นี้ที่ท่านยังไม่เปิดเผยว่า เอาอะไรไปแลก ขอให้ช่วยพิจารณามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการ ภาคเกษตรในประเทศไทย รวมทั้งหาทางตั้งเงื่อนไขที่จำเป็นในการป้องกันสินค้านำเข้าจาก สหรัฐอเมริกาในอนาคต เพื่อให้เกษตรกรที่เป็นกระดูกสันหลังของชาติสามารถดำรงอยู่ได้ สืบต่อไป ขอบพระคุณครับ