ชุติมา คชพันธ์ ระบุความกังวลต่อมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกาที่มีผลต่อยางพาราไทย โดยเน้นย้ำถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจที่รุนแรงต่อชาวสวนยางกว่า ๒ ล้านคน และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเจรจาเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของเกษตรกร ชุติมา คชพันธ์ ระบุความเสี่ยงเรื่อง Transshipment ยางรถยนต์จากจีนผ่านไทยเพื่อเลี่ยงภาษีสหรัฐฯ และเสนอให้รัฐบาลตรวจสอบ Supply Chain สร้างระบบย้อนกลับ เพื่อรักษาชื่อเสียงผู้ส่งออกและโอกาสในตลาดสำคัญ ชุติมา คชพันธ์ เสนอแนวทางขยายตลาดส่งออกยางรถยนต์ไปยังประเทศคู่ค้าเอฟทีเอและตลาดใหม่ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขอุปสรรคทางการค้าเพื่อรักษาผลประโยชน์ชาวสวนยาง
ชุติมา คชพันธ์ ผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานคะ สหรัฐอเมริกาขึ้นภาษีนำเข้า อนาคต ยางพาราไทยน่ากังวลมาก ทุกวันนี้ชาวสวนยางพาราก็ลำบากย่ำแย่กันอยู่แล้ว เจอเรื่องของ ภาษีนำเข้าสหรัฐอเมริกาเข้าไปอีก ชาวสวนยางพาราจะอยู่กันอย่างไรต่อไป ดิฉันหวัง เช่นเดียวกับพี่น้องชาวสวนยางพาราทั่วประเทศ ว่ารัฐบาลจะเจรจากับสหรัฐอเมริกา โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานผลประโยชน์ของเกษตรกรชาวสวนยางพารา
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ปัจจุบันประเทศไทยมีผลผลิต ยางพาราส่งออกมากที่สุดเป็นอันดับ ๑ ของโลก ผลผลิตสูงสุดในประเทศอยู่ที่จังหวัด สุราษฎร์ธานี สงขลา นครศรีธรรมราช ตรัง ยะลา และพัทลุงบ้านเกิดของดิฉันภาคที่มี ผลผลิตยางพารามากที่สุดคือภาคใต้ รองลงมาคือภาคอีสาน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ ภาคกลางตามลำดับ เราจะเห็นว่าพี่น้องเกษตรกรเรามีอยู่ทั่วประเทศ เรามีพี่น้องชาวสวน ยางพาราเกือบ ๒ ล้านคนทั่วประเทศ หากรัฐบาลเจรจาไม่สำเร็จหรือยังคงเป็นภาษีที่สูงอยู่ พี่น้องชาวสวนยางพาราประสบปัญหาแน่นอน เช่น รายได้ครัวเรือนที่ต่ำลง หนี้สินที่เพิ่มขึ้น และจากเหตุการณ์ล่าสุด สถานการณ์ล่าสุด ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบเรื่องนี้ถึง ๓ เด้ง คือยางรถยนต์ที่ผลิตในไทยที่ส่งตรงไปอเมริกา เมื่อบวกภาษี Rate ใหม่แล้ว จะทำให้ ยางรถยนต์ที่จำหน่ายในอเมริการาคาสูงขึ้น คนอเมริกาก็จะซื้อยางรถยนต์ของไทยน้อยลง เราจะได้รับผลกระทบทันที
เด้งที่ ๒ ยางพาราที่ส่งออกไปจีนและจีนส่งต่อไปในอเมริกา ภาษีที่อเมริกา เก็บจีนเพิ่มขึ้นยอดขายยางรถยนต์ของจีนลดลง แน่นอนจะส่งผลกระทบที่ปริมาณจีนสั่งซื้อ วัตถุดิบยางพาราจากไทยก็จะลดลงในที่สุดเช่นกัน
ต่อมาเด้งที่ ๓ นี่ล่าสุดเลยที่เราจะเจอก็คือว่า ยางรถยนต์ที่ส่งออกจากในไทย อาจจะโดนตรวจสอบประวัติอย่างเข้มงวดและเก็บภาษีแพงขึ้น หากสันนิษฐานว่าเป็นสินค้า ที่โดนสวมสิทธิ สิ่งที่ดิฉันกล่าวไปทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่น่ากังวลมาก
ประเด็นถัดไปที่อยากจะให้เห็น คือเรามีความเสี่ยงค่ะในเรื่องของ Transshipment ไปในสหรัฐอเมริกา ตอนนี้สหรัฐเริ่มตรวจสอบอย่างเข้มงวด เรื่องสินค้า จากจีนที่อาจจะใช้ ไทย เวียดนาม มาเลเซียเป็นทางผ่านเพื่อเลี่ยงภาษี ยางรถยนต์ก็หนีไม่พ้น อเมริกามีความกังวลว่าการนำเข้ายางดิบหรืออย่างเกรดต่ำจากจีน และ Repackaging หรือ มา Rebranding ในประเทศที่สาม ซึ่งรวมประเทศไทยด้วย แล้วส่งต่อไปในอเมริกา โดยระบุ ว่าเมดอินไทยแลนด์ หรือ Product Of Thailand เพราะฉะนั้นความเสี่ยงที่เราจะเจอ คือเรา จะเสี่ยงถูกตั้งข้อหาหลบเลี่ยงภาษีตามกฎหมายของ US Custom หากมีหลักฐานไม่เพียงพอ โดยไทยอาจจะโดนสหรัฐขึ้นภาษีเพิ่มเติมหรือสั่งห้ามนำเข้าสินค้าดังกล่าวเลย นั่นคือสิ่งที่ ตามมาก็คือชื่อเสียงของผู้ส่งออกไทยจะเสียหาย โดยเฉพาะในตลาดสินค้าคุณภาพสูงอย่าง ยาง OE สิ่งที่ดิฉันอยากจะให้รัฐบาลดำเนินการและมองไปข้างหน้ามองไปในอนาคตคือ อยากให้ตรวจสอบและควบคุมการนำเข้า แปรรูป ส่งออกของยางและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมด สร้างระบบตรวจสอบย้อนกลับให้เห็นชัดเจนว่ายางมาจากแหล่งผลิตในไทย ทำความ ร่วมมือกับสหรัฐในระดับหน่วยงานศุลกากรเพื่อพิสูจน์ความโปร่งใสของทั้ง Supply Chain และลงโทษชัดเจนกับผู้กระทำผิดในไทย เพื่อไม่ให้เกิดการสวมสิทธิซ้ำ ต่อมาดิฉันอยากจะเห็น ข้อมูลการส่งออกว่าไทยเรายังมีอนาคต ถ้ารัฐบาลมองไปถึงอนาคตร่วมกัน ๓ ปีล่าสุดเราจะพบ สถิติว่าในปี ๒๕๖๗ เรามีมูลค่าส่งออกยางรถยนต์ถึง ๒๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตามในสไลด์ ถัดไป และมีอัตราเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนหน้า ในปี ๒๕๖๘ เราจะเห็นว่านี่แค่ ๕ เดือนเท่านั้น แต่เรายังสามารถทำรายได้จากการส่งออกยางรถยนต์ไปถึง ๑๐๙,๐๐๐ กว่าล้านบาทแล้ว และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นกว่าปีที่แล้วด้วย ตลาดส่งออก ๕ อันดับแรก แน่นอนเลยค่ะ อเมริกามาเป็นอันดับ ๑ แน่นอน ดังนั้นจะเห็นได้ว่าเราไม่สามารถที่จะทิ้งตลาดอเมริกา ได้เลย เราไม่สามารถเพิกเฉยอเมริกาได้ เพราะเขาคือลูกค้ารายใหญ่ของเรา และมีการ คาดการณ์ว่าภายในปี ๒๕๗๓ มูลค่ายางรถยนต์สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าจะมีมูลค่าสูงถึง ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือเฉพาะยางรถยนต์สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า แปลว่าอะไรคะ แปลว่า ถ้าเราไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ในครั้งนี้เงินก้อนนี้ก็จะหายวับไปเลย นั่นคือพี่น้องประชาชน ก็จะลำบากไปด้วยแน่นอนโอกาสดี ๆ ก็จะหายไปความเสียหายจะตามมาอีกมากมายค่ะ ต่อไปนะคะที่อยากจะเห็น ปัจจุบันไทยเป็นฐานผลิตยางรถยนต์สำคัญเป็นอันดับ ๒ รองจาก จีน มี Brand ระดับโลกตั้งโรงงานในประเทศมากมายดังในสไลด์ถัดไป เราจะเห็นว่ามี Brand ไม่ต่ำกว่า ๑๐ Brand เลยค่ะ Brand ระดับโลกที่มาอยู่ในประเทศไทย หากเราต่อรอง ได้น้อยจะเกิดอะไรขึ้น ผู้ประกอบการข้ามชาติหลายรายก็จะตัดสินใจชะลอการลงทุน หยุดกำลังการผลิต ยกเลิกการลงทุนโครงการใหม่ หรือสุดท้ายแล้วในที่สุดย้ายไปผลิต ยางรถยนต์ที่ประเทศอื่น เพื่อป้อนให้กับตลาดสหรัฐอเมริกา ดังในสไลด์ถัดไป ผลิตภัณฑ์ ยางพาราปัจจุบันที่เราส่งออกไปอเมริกาเยอะที่สุด คือ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ต่อมาคือถุงยาง ๑๓ เปอร์เซ็นต์ และท่อยาง ๓ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือก็เป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่นอีกเล็ก ๆ น้อย ๆ ดังนั้นดิฉันขอย้ำอีกครั้งหนึ่ง ในสไลด์ถัดไป ผลกระทบต่อชาวสวนยางพาราคืออะไร เมื่อขึ้นภาษียางล้อรถยนต์ที่ส่งออกไปในอเมริกา ยางรถยนต์ที่ขายปลีกในอเมริกาก็จะ ราคาสูงจนเกินไปจนคนอเมริกันซื้อไม่ไหว ยอดสั่งซื้อยางรถยนต์ก็อาจจะลดลง หลังจากนั้น ปริมาณยางแท่ง ปริมาณยางก้อน ไปจนถึงนำยางพาราสดที่โรงงานรับซื้อจากชาวสวน ยางพาราก็จะน้อยลง สุดท้ายก็จะล้น Stock เมื่อล้น Stock เลวร้ายที่สุดถึงขั้นโรงงานปิดตัว และย้ายฐานการผลิต แน่นอนค่ะน้ำยางพาราก็ล้นเหลือปริมาณเยอะมากมายในประเทศ ยางพาราก็จะตกแล้วตกอีกตกต่ำมากยิ่งขึ้นไปอีก นี่คือสิ่งที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นค่ะ ดังนั้น ไปสู่ข้อเสนอแนะ สุดท้ายดิฉันอยากจะขอเสนอไปยังรัฐบาล ดิฉันทราบมาว่าท่านอยู่ระหว่าง การเจรจาก็เป็นกำลังใจว่าให้ได้ใน Rate ที่ต่ำที่สุด อย่างไรเราก็ทิ้งตลาดสหรัฐไม่ได้ เพราะเป็นตลาดใหญ่และมีกำลังซื้อสูงมาก สหรัฐนำเข้ารถยนต์ Brand สหรัฐมา ถ้าเราจะ เสนอเขา เราต่อรองได้ไหมคะว่าในเมื่อเขาจะให้ Brand รถยนต์ของอเมริกาเข้ามากขึ้น ถ้าอย่างนั้นเราก็ต่อรองว่าขอโควตายางพารารถยนต์ของเรามากขึ้นเช่นกัน รถยนต์ ไม่สามารถขับได้ โดยที่ไม่มีล้อรถยนต์ เพราะฉะนั้นเราก็คู่ขนานกันไปเลยค่ะพ่วงกันไปเลย
ต่อมาข้อที่ ๒ ขอขยายสัดส่วนทางการค้าในตลาดที่มีอยู่เดิมหรือเจาะ ตลาดใหม่ เช่น อังกฤษ แอฟริกา ลาตินอเมริกา ยุโรป เนื่องจากมีทิศทางความต้องการซื้อ ยางรถยนต์เพิ่มขึ้นนะคะ
ข้อสุดท้ายค่ะ ดิฉันขอเสนอให้เพิ่มปริมาณการขายในประเทศคู่ค้าเอฟทีเอ ที่เรามีอยู่แล้วให้เขาสั่งซื้อยางรถยนต์เราเพิ่มขึ้นค่ะ นี่คือข้อเสนอที่ดิฉันอยากจะเสนอไปยัง รัฐบาลไปยังคณะรัฐมนตรีนะคะ ถึงแม้ว่าท่านจะสามารถลดภาษีได้ต่ำ แต่ไม่ได้แปลว่า อุปสรรคจะน้อยลง อุปสรรคยังคงมีอยู่ค่ะ เพราะฉะนั้นเราต้องมองไปข้างหน้าแล้วเราต้อง สร้างอนาคตยางพาราไทยให้ดีขึ้นกว่าเดิม ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะสามารถรักษา ผลประโยชน์ของพี่น้องชาวสวนยางพารา แก้ปัญหาวิกฤตครั้งนี้ให้กับประเทศไทยให้ผ่านไป ได้ด้วยดี ขอส่งกำลังใจให้กับ Team Thailand ทุกท่าน ขอบพระคุณค่ะ