กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ อภิปรายเรื่องภาษีระหว่างไทยและสหรัฐ โดยวิเคราะห์ความไม่สมดุลของอัตราภาษีนำเข้า-ส่งออก และชี้ให้เห็นผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากนโยบายตอบโต้ กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ อภิปรายเรื่องมาตรการตอบโต้ทางการค้าแบบ ๐ เปอร์เซ็นต์ โดยยกตัวอย่างผลกระทบด้านลบต่อเกษตรกรไทยจากการนำเข้าสินค้าเกษตรตัดต่อพันธุกรรมและถั่วเหลืองจากสหรัฐอเมริกา รวมถึงเสนอแนะว่าควรใช้การลงทุนและการปฏิรูปกฎหมายการค้าแทนการตอบโต้ กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ อธิบายทฤษฎีอรรถประโยชน์เพื่อชี้ให้เห็นความแตกต่างของมูลค่าเงินในแต่ละบุคคล และเสนอให้รัฐบาลพิจารณาผลกระทบจากการสูญเสียการวัด (Measurement) ต่อแรงงาน ๒๐ ล้านคน ภาคเกษตรกรรม และอุตสาหกรรมต่างๆ กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ แนะนำแนวคิด Proactive หรือการคิดเชิงบวกเพื่อขับเคลื่อนประเทศ โดยเสนอ ๔ ด้านสำคัญ ได้แก่ Medical, Arrow Logistics, Digital Hub และ Biochemical เพื่อสร้าง Big Fight ใหม่และเตรียมความพร้อม
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อ.เอท กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ วันนี้ขออนุญาตมาร่วมอภิปรายในเรื่องของภาษีทรัมป์ วันนี้ ก็ขออนุญาตใช้ Model Trump เลยครับ T R U M P Trump Model ทุกท่านทราบดีแล้วว่า จีดีพีบ้านเราประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ล้าน U.S. Dollar ส่งออกประมาณสัก ๓๐๐,๐๐๐ ล้าน และ ใน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านที่ส่งออก ส่งออกไปที่สหรัฐประมาณ ๕๐ K หรือ ๕๐,๐๐๐ ล้าน U.S. Dollar ก็ประมาณสัก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เราส่งออกไป นี่คือสาเหตุที่ว่าทำไมสหรัฐอเมริกาเขาถึงมี ผลกระทบกับบ้านเรานะครับ
ทีนี้มาดูที่ T ตัวแรกครับ T ตัวแรกคือคำว่า Tax ครับ Tax แปลว่าภาษีครับ เรามาดูภาษีที่เราเก็บกับเขาครับ สมมุติว่าเป็นสินค้าคอมพิวเตอร์ เราเก็บกับเขา ๑๐ เปอร์เซ็นต์ คือเรานำเข้ามาเราเก็บเขา ๑๐ เวลาเราส่งออกเขาเก็บเราประมาณ ๐.๓ น้อยมากเห็นไหมครับ นี่คือสิ่งแรก ต่อมามาดูที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่เป็นโทรศัพท์ เราเก็บกับเขาประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เขาเก็บกับเราเวลาเราส่งออกไปเขาเก็บเราไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ครับ อีกสักตัวอย่างหนึ่งครับ ตัวอย่างเช่น ยางครับ ยางเรานำเข้ามา เราเก็บ กับเขา เราเก็บเขาประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่พอเราส่งไปให้เขาครับ เขาเก็บกับเราแค่ ๓-๔ เปอร์เซ็นต์ และนี่คือสิ่งที่สหรัฐเขาเจ็บปวดครับ เขาบอกว่าไทย คุณกำไรเกินไปไหม และไม่ใช่แค่ Thailand ประเทศอื่นก็เป็นแบบนี้ ทำให้ทรัมป์ (Trump) เขาก็ต้องตอบโต้ครับ เป็นเรื่องปกติว่ามันต้อง ๐ เปอร์เซ็นต์ได้ไหม มันก็เป็นเหมือนกับ Cycle เป็นวงจรของการ ทำธุรกิจมี ๐ เปอร์เซ็นต์ เอฟทีเอบ้าง จะมี ๑๐ เปอร์เซ็นต์บ้าง ๒๐ เปอร์เซ็นต์บ้าง เป็นเรื่อง ปกติ ถ้าเรารับมือได้เหตุการณ์วันนี้จะไม่ต้องมาอภิปรายกันและนี่คือ T ตัวแรก
ต่อมาคือตัว R ครับ R คืออะไรครับ R อ.เอท ใช้คำว่า Retaliate ครับ Retaliation แปลว่าอะไร แปลว่าการตอบโต้ครับ ถ้าเราจะตอบโต้ด้วย ๐ เปอร์เซ็นต์ เช่น ตัวอย่าง การตอบโต้ ๐ เปอร์เซ็นต์ เช่น การนำเข้า เมื่อครู่นี้พูดกันเยอะครับ ถ้าเป็นเรื่อง ข้าวโพดเราผลิตได้ประมาณ ๕ ล้านตัน เรานำเข้าอีก ๕ ล้านตัน ๕ ล้านตันผลิตจากใครครับ ผลิตจากเกษตรกร อีก ๕ ล้านตันนำเข้ามาจากเพื่อนบ้าน ถ้าเราไปเอานำเข้าจากประเทศ ที่เป็นอเมริกา มี GMO ครับ ข้าวโพดของอเมริกาเป็น GMO และเป็นการตัดต่อพันธุกรรม จะมีปัญหาไหม อันนี้ก็ฝากท่านด้วยนะครับ เพราะหลายที่เขาคิดแล้วว่าไม่ควรนำเข้ามา แต่ถ้าจำเป็นก็ต้องมีวิธีการ ต่อมาถ้าเป็นตัวถั่วเหลือง อันนี้ขออนุญาตยกตัวอย่างถั่วเหลือง ถั่วเหลืองนี้เรานำเข้าหลัก ๆ เลยครับ ๙๙ เปอร์เซ็นต์ เราใช้ถั่วเหลืองปีหนึ่งประมาณ ๓.๕ หรือ ๓.๖ ล้านตัน และถั่วเหลืองที่เราผลิตได้ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ตันครับ เราผลิตน้อย มากจริง ๆ นั่นแสดงว่าเรานำเข้ามาอย่างเดียวเลยครับ ทีนี้เรานำเข้าจากไหน ปกติก็อาจจะ เป็นบราซิลครับ ต้นทุนต่อตันประมาณสัก ๔๙๐ หรือ ๕๙๐ อันนี้ก็เป็นต้นทุนนะครับ ขอโทษ ทีครับ ประมาณ ๕๙๐ แต่ถ้าเกิดเราไปนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา กลายเป็นต่อตันก็ ๖๑๔ แสดงว่าราคาต่อตันก็ต่างกันแล้วครับ ถ้าท่านนำเข้า เราไม่ได้นำเข้าแค่ตันเดียว เรานำเข้า เป็นล้านตัน ถ้าเรานำเข้าจากสหรัฐอเมริกาอย่างเดียวเราจะขาดทุนด้านนี้ถึงประมาณ ๑,๕๐๐ ล้านบาท เฉพาะแค่อะไรครับ ถั่วเหลือง นี่คือสิ่งที่อยากจะให้ตระหนักครับ ไปดูอีกอันหนึ่งเดี๋ยวเพื่อน ๆ กว่าจะพูดกันครบ หมูครับ หมูนี่เราผลิตได้ปีหนึ่งประมาณ ๒๒ ล้านตัว จริง ๆ แล้วหมูเราผลิตพอ สุกรเราผลิตพอครับ แต่ถ้าเกิดเรานำหมูเข้ามามันจะ ทำให้เกษตรกรตัวเล็กตัวน้อยเขามีปัญหาไหม นี่คือสิ่งที่ อ.เอท อยากที่จะสะท้อน ให้เห็นว่าเราบางอย่างก็มีอยู่แล้ว ฉะนั้นการที่เราจะไปตอบโต้ด้วย ๐ เปอร์เซ็นต์ อาจจะ ไม่คุ้ม อาจจะเป็นการลงทุนแทน อย่างเช่น เกาหลีเขาไปลงทุนที่สหรัฐอเมริกา ตอนนี้เขา ลงทุน ๒๐๐,๐๐๐ ล้าน ซึ่งก็ครึ่งหนึ่งของเราเลยเกือบ ๆ ครึ่งของจีดีพี ถ้าเป็นญี่ปุ่นเขาไป ลงทุนเพื่อให้ภาษีทรัมป์ลดลงมาเหลือ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ลงทุนถึง ๕๕๐,๐๐๐ ล้าน U.S. Dollar ก็คือพูดง่าย ๆ ประเทศญี่ปุ่นประเทศเดียวลงทุนที่สหรัฐอเมริกามากกว่าจีดีพีของ ประเทศไทย นี่คือสิ่งที่เราอาจจะต้องคิดทบทวนใหม่เลยว่าอาจจะต้องลงทุน อาจจะไม่ต้อง เท่าเขาครับ ไม่ต้องเท่าจีน ขอโทษครับ ไม่ต้องเท่าที่ญี่ปุ่นหรือเกาหลี แต่ต้องมีการ แลกเปลี่ยนด้วยการลงทุน และแม้กระทั่งการเปลี่ยนกฎหมาย เมื่อสักครู่นี้ท่านรอง นายกรัฐมนตรีก็พูดแล้วครับ กฎหมายที่เกี่ยวกับการ Trade บางอย่างมันยังล้าหลังมาก ถึงเวลาแล้วที่ต้อง Reform กฎหมายการค้า
ขออนุญาตไปที่ตัวต่อไปครับ ก็คือตัว U U คืออะไรครับ U คือ Utility Theory เป็นเรื่องของทฤษฎี เขาเรียกว่าเป็นอรรถประโยชน์ สมมุติเงิน อ.เอท ๑๐๐ บาท ๑๐๐ บาทสำหรับ อ.เอท ซื้อข้าวได้ ๒ มื้อ แต่ถ้าเกิดเป็น ๑๐๐ บาทของ สส. อบ อาจจะได้ กาแฟแค่แก้วเดียว แสดงว่ามูลค่าของเงิน ๑๐๐ บาทของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน นั่นแสดงว่า ถ้าเรานำเข้า ๑ ล้านตัน ที่เป็นข้าวโพด หรือ ๑ ล้านตัน ที่เป็นถั่วเหลือง บางคนรู้สึกว่า ๑ ล้านตัน อาจจะไม่เยอะ แต่สำหรับเกษตรกรที่เป็นตัวเล็กตัวน้อยอาจจะรู้สึกว่ามันยิ่งใหญ่ เขาอาจจะ เจ๊ง แล้วก็จบอาชีพก็ได้ เพราะฉะนั้นแสดงว่าเรื่องของอรรถประโยชน์แต่ละคนคิด ไม่เหมือนกัน ก็ฝากให้ทางรัฐบาลช่วยคิดนะครับ
ต่อมาคือตัว M M คือ Measurement แปลว่าอะไรครับ แปลว่าการวัด โดยเฉพาะการวัดที่เป็น Lost Measurement การเสียหาย ขออนุญาตพูด ๓ ประเด็นครับ ๑. คือ Labor คนที่มีผลเกี่ยวข้องกับ Labor คือแรงงานประมาณ ๒๐ ล้านคน ท่านจะต้อง เยียวยาตรงนี้ เรื่องเกี่ยวกับ Horticulture ก็คือการเกษตรครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยาง เรื่องสัตว์ เรื่องอาหารแปรรูป โดนแน่นอน และสุดท้ายครับ จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้อง Industry หรือเป็นอุตสาหกรรมด้านอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องประดับ เครื่องปรับอากาศ รถยนต์ เหล็ก พลาสติก รวมไปถึงเรื่องที่เกี่ยวกับเครื่องจักรกลต่าง ๆ อีกหลาย Industry มาก ที่มีคนมีผลกระทบอีก ๒๐ ล้านคน ตรงนี้รัฐบาลต้องคิดนะครับ
ไปถึงตัวสุดท้ายครับ ก็คือตัว P ไม่อยากให้เกินเวลานะครับ ตัว P ในที่นี้คือ Proactive อ.เอท ขอแนะนำ Proactive คือคิดเชิงบวก คิดเชิงบวกเราควรจะมี Big Fight ใหม่ได้แล้ว เพราะเราคิดเหมือนเดิม ทำเหมือนเดิม ไม่มีทางที่ประเทศจะดีกว่าเดิม ฉะนั้น Big Fight ใหม่ อ.เอท ขอแนะนำครับ ๑. ด้าน Medical ก็คือด้านเกี่ยวกับสุขภาพ ด้านหมอ ๒. ก็คือด้าน Arrow Logistics การคมนาคมที่ใช้ทางอากาศ ซึ่งเราก็มีอยู่แล้วครับ Robotic ต้องนำเข้ามาเราต้องลงทุนด้านนี้แล้ว หลายคน อว. ก็ทำด้านนี้ทำไมมันยังไม่เป็น ประโยชน์เสียทีหนึ่ง ด้าน Digital Hub Big Data Cloud ไปไหนครับ ที่เป็นพัน ๆ ล้าน ตอนนี้หายไปหมดเลย และสุดท้ายก็คือเรื่อง Biochemical ชีวภาพด้านเคมีผลิตเกี่ยวกับ เรื่องของพลังงาน ด้านยา ถ้าเราทำตรงนี้ได้ Big Fight ใหม่ ประเทศเราเจริญแน่นอนครับ และสุดท้ายนี้ครับท่านประธาน อ.เอท ก็อยากจะบอกว่าถ้าเราทำแบบ Proactive หรือเรา เตรียมพร้อมพอ จะมีอีก ๑๐ ทรัมป์ (Trump) เราก็ไม่มีวันเพลี้ยงพล้ำ ขอบคุณท่านประธาน Respect