สมศักดิ์ เทพสุทิน ระบุจำนวนสิทธิบัตรทอง กทม. และชี้แจงแผนการเพิ่มบุคลากรทางการแพทย์เพื่อแก้ปัญหาการเข้าถึงบริการสุขภาพ โดยเน้นการใช้หมอเกษียณและระบบออนไลน์ผ่านนโยบาย Mini Clinic Telemedicine เพื่อเชื่อมโยงกับโรงพยาบาลหลัก พร้อมรายงานความคืบหน้าโครงการ ๓๐ บาทรักษาทุกตัว รวมถึงสถิติการใช้งานระบบ Health Link และ e-Refer และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการส่งต่อผู้ป่วยระหว่างหน่วยบริการปฐมภูมิกับโรงพยาบาลปลายทาง
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ขออนุญาตเป็นผู้ชี้แจงตอบกระทู้ถามของท่าน สส. กัณตภณ ดวงอัมพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาชน กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นกระทู้ถาม ที่มีประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขที่จะต้องดำเนินการให้เกิดความคล่องตัว ให้ผู้ป่วย ได้รับการเข้าถึงอย่างดีที่สุดและในกรณีท่านได้พูดถึงความห่วงใยในระบบสุขภาพ ซึ่งในสิ่ง ต่าง ๆ เหล่านี้ที่ท่านเกริ่นนำเป็นความชอบธรรมที่กระทรวงสาธารณสุขจะต้องตอบคำถามว่า ในระบบของการแก้ปัญหาอย่างถาวร ลดผู้ป่วยให้น้อยลง การเข้าถึงให้สะดวกสบายขึ้น มีความสะดวกสบาย ในสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นผมอาจจะต้องใช้เวลาเพิ่มเติมบ้างในกรณีที่จะเล่า ถึงว่าเราบริหารจัดการอย่างไร แล้วต้องการให้การเข้าถึงและโดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ๕๐ เขต ของกรุงเทพมหานครนั้น เรามีแนวทางในการแก้ไขการเข้าถึงและให้มีสถานพยาบาลมาก และทันต่อเหตุการณ์เพราะในการที่จะไปสร้างอาคารสถานที่และโรงพยาบาลขนาดใหญ่โต ในเขตกรุงเทพมหานคร ๕๐ นั้น เป็นเรื่องที่ทำได้ไม่รวดเร็ว แล้วประกอบกับสภาพการณ์ ของบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งได้เคยนำมาเสนอตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ว่าเรามีแผนการในการเพิ่มบุคลากรทางการแพทย์ ๑๐ ปีอย่างไรตรงนั้น แต่ก่อนอื่นในวันนี้ กระทู้ของท่านก็ขอเรียนเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการอภิปรายตอบประชาชนสิทธิบัตรทอง กทม. มีจำนวน ๓,๕๕๑,๐๐๐ คน มารับบริการประมาณ ๑,๓๐๐,๐๐๐ คน หรือประมาณ ๓๘.๒๘ เปอร์เซ็นต์ หน่วยบริการปฐมภูมิ กทม. ๓๖๖ แห่ง มีคลินิกชุมชนอบอุ่น ๒๔๗ แห่ง คลินิกชุมชนอบอุ่นเป็นคลินิกเอกชน มีประชาชนลงทะเบียน ๒,๐๔๐,๐๐๐ คนเศษ มารับ บริการ ๘๕๙,๑๘๘ คน ประชาชนสามารถเลือกหน่วยบริการสาธารณสุขได้ทั้งคลินิกชุมชน อบอุ่น ศูนย์บริการสาธารณสุขหรือโรงพยาบาล การเปลี่ยนหน่วยบริการได้ ๔ ครั้งต่อปี โดยใช้เอกสาร เช่น บัตรประชาชน บิลค่าน้ำค่าไฟ หนังสือการรับรองการเช่าที่อยู่อาศัย เปลี่ยนหน่วยบริการผ่านทาง Web Site Application Line สายด่วน ๑๓๓๐ สายด่วน ๑๓๓๐ ตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญที่เป็นการแก้ปัญหาระหว่างต้นทาง ปลายทาง และพี่น้อง ประชาชนได้อย่างดียิ่ง
ในคำถามที่ ๑ ที่ท่านพูดถึงแผนปฏิบัติการด้านดิจิทัลและโครงการ ๓๐ บาท รักษาทุกที่มีความคืบหน้าในการดำเนินการ และรายละเอียดอย่างไร ผมเรียนชี้แจง ดังนี้ การดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการด้านระบบสาธารณสุขดิจิทัลใน กทม. เริ่มขยาย การดำเนินการเชื่อมข้อมูลสุขภาพโครงการ Health Link เมื่อเดือนมกราคม ๒๕๖๘ มีการดำเนินการ ๙๘.๖ เปอร์เซ็นต์จากจำนวนทั้งหมด ๑,๖๑๔ แห่งไป ๑,๕๙๒ แห่ง ใช้งานไป ๖,๘๘๙ ครั้ง ส่วนใหญ่ในศูนย์บริการสาธารณสุขและโรงพยาบาลสังกัด กรุงเทพมหานคร ส่วนระบบ e-Refer บริหารจัดการระบบส่งต่อผู้ป่วยปัจจุบันอยู่ระหว่าง การพัฒนา ผมขอเรียนปัญหาระหว่างการดำเนินการ ๓ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ หน่วยบริการปฐมภูมิหรือคลินิกชุมชนอบอุ่น ยังใช้น้อยมาก เนื่องจากยังไม่คุ้นชินกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ไม่เปิดดูข้อมูลการรักษาพยาบาลในระบบ ยังคุ้นชินกับการใช้ใบส่งตัวแบบกระดาษ
ประเด็นที่ ๒ หน่วยบริการปฐมภูมิหรือคลินิกชุมชนอบอุ่นไม่ส่งตัวประชาชน ผู้ป่วยในกรณีที่มีความจำเป็นในการรักษาไปให้หน่วยบริการอื่นตามที่ประชาชนต้องการ
ประเด็นที่ ๓ กรณีเกินศักยภาพต้องส่งต่อตามมาตรฐานการรักษาพยาบาล
แนวทางการแก้ปัญหา
๑. ทำความเข้าใจ เรื่องการออกไปส่งตัวอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยบริการและ ประชาชนโดยขอให้หน่วยบริการในช่วงเปลี่ยนผ่านใช้ระบบการออกใบส่งตัวทั้งที่เป็น กระดาษและเป็นอิเล็กทรอนิกส์
๒. กำกับ ติดตามอย่างเข้มข้นทุกเดือน รวมทั้งสื่อสารให้ประชาชนรับทราบ แนวทางอย่างต่อเนื่อง
ประเด็นแนวทางในการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่มีปัญหา จากการออกใบส่งตัว ประชาชนที่ได้หรือมีใบส่งตัวทางอิเล็กทรอนิกส์หรือกระดาษ สามารถไปรับการรักษาที่หน่วยบริการหรือโรงพยาบาลที่ได้รับการส่งต่อหรือโรงพยาบาล ปลายทางได้ จากกรณีข้างต้นมีปัญหาขอให้ส่งต่อ ถ้าแก้ปัญหาโดยง่ายสุดในขณะนี้ท่านใช้ บริการของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งมีคู่สายเป็น ๑๐๐ คู่สาย คือ ๑๓๓๐ โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจะประสานหน่วยบริการออกใบส่งตัวครอบคลุม การรักษาไม่น้อยกว่า ๓๐ วันให้ท่านได้ในการดำเนินการตรงนี้
ในคำถามข้อที่ ๒ ท่านยังไม่ได้ถามนะครับ แต่ผมเรียนท่านไว้ ผมอยากจะ เรียนว่าแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข นโยบายใหม่เพื่อการแก้ปัญหาการเข้าไม่ถึง ในหน่วยบริการ กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายในการผลักดันให้เกิด Mini Clinic Telemedicine เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการของพี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานคร โดยการ ใช้หมอเกษียณ เพราะปัญหาการแก้บุคลากรขาดแคลนตรงนี้เราจะใช้หมอเกษียณ มาทำหน้าที่ในเรื่องของการบริหารจัดการและ Telemedicine มีการควบคุมคุณภาพ ตรวจสอบมาตรฐานในกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขและการยืนยันตัวตนและ Audit เพื่อป้องกันการทุจริตและโดยเฉพาะในเรื่องนี้ ในวันที่ ๒๒ กรกฎาคมที่ผ่านมาก็มี มติคณะรัฐมนตรีให้กระทรวงสาธารณสุขดูแลพี่น้องประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร ให้เข้าถึงบริการ ด้วยนโยบายเพิ่มบริการทางการแพทย์ที่ผ่านระบบ Telemedicine ในจุดบริการในชุมชนโดยมีบริการตรวจโรคเบื้องต้น ติดตามอาการเรื้อรัง รับคำปรึกษา จากแพทย์เชื่อมโยงกับโรงพยาบาลหลักผ่านระบบออนไลน์ เช่นการส่งตัว ในเรื่องของการ ดำเนินการตรงนี้ต้องเรียนว่า ในเรื่องของการส่งตัวหรือระบบการแก้ปัญหาต่าง ๆ เราเพิ่งเริ่ม ดำเนินการมาเป็นระยะเวลา ๗ เดือน ตั้งแต่มกราคมเป็นต้นไป อาจจะมีปัญหาอุปสรรคบ้าง เล็กน้อย แต่เป็นปัญหาอุปสรรคที่เราสามารถแก้ไขได้ เพราะฉะนั้นก็ขอให้โอกาสในการ ดำเนินการตรงนี้ให้เกิดความชัดเจนอีกเพียงเล็กน้อย ผมคิดว่าทุกอย่างจะสมดุล เพราะว่าในพื้นที่กรุงเทพมหานครเราเปิดให้ใช้บริการ ๓๐ บาทรักษาทุกที่ ภายหลังจาก ในพื้นที่ของต่างจังหวัด ผมคิดว่าจะเรียบร้อยในการดำเนินการในเรื่องของการให้คะแนน การดู Point ต่าง ๆ เหล่านั้นก็มีการปรับปรุงให้เกิดประโยชน์สูงสุดของการบริหารจัดการ เพราะตรงนี้มีเพียง ๒๖ คลินิกเอกชนที่มีปัญหาดังที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณา ให้ความเห็นไว้ ผมขอตอบคำถามแรกเพียงเท่านี้ก่อนครับ