ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ หารือเรื่องการปรับปรุง พ.ร.บ. กทม. ปี ๒๕๖๘ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและกระจายอำนาจให้ผู้ว่าฯ ในการแก้ไขปัญหาจราจร คนเร่ร่อน และประเด็นอื่น ๆ ที่อยู่นอกอำนาจเดิม พร้อมทั้งเสนอให้ปรับปรุง พ.ร.บ. ปี ๒๕๒๘ เพื่อให้กรุงเทพมหานครมีอำนาจในการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยอธิบายว่า กทม. ได้เสนอร่างกฎหมายต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อขอเพิ่มอำนาจจัดเก็บรายได้ท้องถิ่น ผ่านการปรับภาษีน้ำมันและภาษีโรงแรม เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในช่วงเศรษฐกิจที่ยากลำบาก และเสนอแนวคิดปรับโครงสร้างการบริหารกรุงเทพมหานครเป็นแบบนครบาลโดยรวม 50 เขต เพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ว่าฯ ส.ก. และนายกฯ นครบาล โดยยกตัวอย่างกลไกสมาชิกสภาเขตในอดีตเพื่อชี้ให้เห็นประโยชน์ในการเข้าถึงประชาชน พร้อมเตือนถึงปัญหาความขัดแย้งและการทับซ้อนของหน่วยงานท้องถิ่นที่อาจเกิดขึ้นหากไม่
ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องขอขอบคุณทางท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ ที่ได้ตั้งกระทู้ถามเกี่ยวกับเรื่องของการทำงาน ของทางกรุงเทพมหานคร รวมถึงท่านได้พูดคุยในประเด็นที่มีความน่าสนใจมาก ๆ ในเรื่องการที่เราจะทำอย่างไรให้โครงสร้างหรือว่าการทำงานของ กทม. นั้น เป็นไป อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ทั้ง ๓ เรื่องที่ทางท่านได้นำเสนอ ถือว่าเป็นประโยชน์ น่าสนใจ แล้วก็เป็นที่ติดตามของพี่น้องประชาชนด้วย ในส่วนของ กทม. เอง ที่ได้ทำงาน ขับเคลื่อนร่วมกันมาก็ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ เพราะเราเห็นพ้องต้องกัน ดิฉันคิดว่า ไม่มีใครปฏิเสธเลยว่า พ.ร.บ. ปี ๒๕๒๘ ของ กทม. นั้น ต้องทำการปรับปรุง แล้วก็ต้องทำการ ยกร่างใหม่จริง ๆ เพราะว่าถ้าปีนี้ ปี ๒๕๖๘ ก็เท่ากับ ๔๐ กว่าปีที่ผ่านมาแล้วเรายังใช้ฉบับเดิมอยู่ เพราะฉะนั้นแล้วในส่วนของที่เราจะขอใช้เวลาในขณะนี้ในการนำเสนอ แล้วก็ชี้แจงให้กับ พี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านอยู่ในขณะนี้ ดิฉันคิดว่าไม่ใช่เพียงเฉพาะพี่น้อง ชาวกรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่ว่าพี่น้องประชาชนทั่วประเทศก็มีความสนใจเหมือนกัน เพราะว่า กทม. คือเมืองหลวง คือจุดที่จะเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แล้วก็พี่น้องประชาชน จากหลาย ๆ จังหวัดก็ย้ายถิ่นฐานเข้ามาอยู่ในกรุงเทพมหานครเป็นจำนวนมาก ฉะนั้น ประเด็นที่เราพูดถึงก็ควรที่จะได้นำเสนอในภาพกว้างด้วยว่าในขณะนี้เองเรามีผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครที่มาจากการเลือกตั้งจากพี่น้องประชาชนในกรุงเทพฯ ที่ได้รับความไว้วางใจ แล้วก็ยังมีโครงสร้างในเรื่องของคณะทำงาน ไม่ว่าจะเป็นรองผู้ว่าคณะผู้บริหารของ กรุงเทพมหานครที่มีผู้อำนวยการเขตอยู่ทั้ง ๕๐ เขตอยู่ในขณะนี้ แล้วก็มีกลไก องคาพยพ ที่เรียกว่าเราได้มีการกระจายอำนาจให้ลงไปถึงในพื้นที่ แต่แน่นอนปัญหาที่พบขึ้นในขณะนี้ เนื่องจากมีประชากรมาก ปัญหาก็จะเกิดขึ้นแบบรายวัน เราก็ได้มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ เข้ามาให้ได้เกิดการสื่อสารพูดคุยกับพี่น้องประชาชนด้วย เพราะฉะนั้นวันนี้ปัญหาที่ได้ส่ง เข้ามาในระบบ Traffy Fondue ที่กรุงเทพมหานครได้นำมาใช้มากกว่า ๑ ล้านเรื่อง แล้วก็ ได้มีการปรับใช้แก้ไขให้กับพี่น้องประชาชนไปแล้วมากกว่า ๘๐๐,๐๐๐ เรื่อง แล้วอีก ๒๐๐,๐๐๐ เรื่องที่ยังอยู่ในส่วนที่ท่านเองได้กล่าวถึงว่าไม่ได้อยู่ในอำนาจของผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร นั่นก็คือสิ่งหนึ่งที่เราได้นำมาร่วมกันปรับปรุงในพระราชบัญญัติฉบับนี้ เช่นเดียวกัน อย่างที่ท่านยกตัวอย่างมา รถติดถ้าหากว่าเป็นพื้นที่ของการดูแลของ กรุงเทพมหานครก็คงไม่มีปัญหา แต่ถ้าเป็นของคมนาคมและเขามีกฎหมายของเขาเอง เราก็จะต้องมีการพูดคุยกัน แล้วก็ให้อำนาจผู้ว่าในการที่จะสามารถบังคับใช้กฎหมายนั้น ได้ด้วยเช่นเดียวกัน ในกรุงเทพมหานครมีปัญหาเรื่องของคนเร่ร่อนใช่ไหมคะ แต่ว่าเราเอง จะทำอย่างไรที่จะสามารถจัดหาที่พัก ที่อยู่หรือว่าดูแลในเรื่องของการที่เขาจะต้องไปใช้ชีวิต อย่างถูกต้องตามหลักต่าง ๆ ได้แล้ว ก็ต้องเป็นเรื่องของอีกกระทรวงหนึ่งใช่ไหมคะ ถ้าหากว่า ผู้ว่าสามารถที่จะได้รับอำนาจในการดูแลบุคคลเหล่านั้นได้ด้วย ก็จะเป็นสิ่งที่ทำให้ปัญหา จะถูกแก้ไขได้โดยเร็ว
อีกเรื่องหนึ่งก็คือที่เกี่ยวกับทางตำรวจ ไม่ว่าจะเป็นการกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมาย บุหรี่ไฟฟ้าที่มาตั้งอยู่บนทางเท้าในกรุงเทพมหานคร ตำรวจตอนนี้หรือเทศกิจที่ลงไป ก็ได้เพียงแค่ไปเตือนเท่านั้น แต่ว่าอาจจะไม่มีอำนาจในการจับ ก็ต้องรอตำรวจมาจับ ทีนี้จะทำอย่างไร ที่จะทำให้เราได้มีอำนาจ ทำให้กฎหมายเป็นกฎหมายจริง ๆ ด้วย วันนี้ดิฉันเองได้รับมอบหมายจากทางท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านภูมิธรรม เวชยชัย ที่ท่านได้มอบหมายให้ทางดิฉันเองได้กำกับดูแล ในส่วนกรุงเทพมหานคร แล้วก็เรามีสุขุมวิท Model ที่ลงไปในพื้นที่จริง ลงไปดูในเรื่องของ สิ่งผิดกฎหมาย หรือแม้แต่ผู้มีอิทธิพลด้วย ทำให้เราได้รับทราบเลยว่า กทม. เพียงเจ้าเดียว ไม่สามารถที่จะปราบปรามในสิ่งผิดกฎหมายเหล่านี้ได้ทั้งหมด มันจะต้องอาศัยองคาพยพใหญ่ เริ่มต้นเราเริ่มต้นที่ ๘ หน่วยงานก่อน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของกลุ่มผู้ที่มีอิทธิพล ทัวร์เถื่อน ที่มีต่างชาติเข้ามาด้วยก็ต้องอาศัยตำรวจท่องเที่ยว แล้วก็ ตม. ด้วยเข้ามาทำงานร่วมกัน เราไปเจอกลุ่มผู้ที่ค้าแบบไม่ถูกต้อง อย่างนี้ก็จะต้องมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมด้วย ไปเจอสายไฟฟ้าที่พาดระโยงระยางก็ต้องเป็น กสทช. หรือว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไฟฟ้าต่าง ๆ ที่จะต้องเข้ามาช่วยเหลือการจัดระเบียบอะไรอย่างนี้ อันนี้คือสิ่งที่เราได้ลงไป พบปัญหาจริง แล้วก็คิดว่าถ้าหากว่าเรามีการปรับปรุงกฎหมายให้ทางผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครนั้น มีอำนาจในการบังคับใช้ ไม่ว่าจะเป็นปรับ จับ แล้วก็ทำให้ผู้ที่กระทำ ผิดกฎหมายนั้น ได้รับการลงโทษโดยตัวของกรุงเทพมหานครเองก็น่าที่จะเป็นส่วนที่ดี เพราะฉะนั้นดิฉันก็กลับมาว่าเราเห็นพ้องต้องกันในการที่จะต้องร่วมกันยกร่างในเรื่องของ พ.ร.บ. ปี ๒๕๒๘ ให้มีความทันสมัย ตรงกับสถานการณ์ปัจจุบันมากยิ่งขึ้นนะคะ
ที่ท่านได้ถามมาว่าในส่วนของการปลดล็อกการจัดหารายได้ ในขณะนี้ ทางกรุงเทพมหานครก็ได้ทำเรื่องเสนอมาทาง ครม. แล้วในเรื่องที่เราจะให้มีการจัดเก็บ รายได้เพิ่มมากขึ้น อันนี้มันเป็นปัญหาจากที่ตอน ปี ๒๕๒๘ เราไม่ได้ระบุไว้ว่า กทม. สามารถ จัดเก็บรายได้ได้เองด้วย เราจึงไม่สามารถทำอะไรได้เลย ฉะนั้นสิ่งที่ทาง กทม. ได้ขับเคลื่อน อยู่ขณะนี้ ก็คือการยื่นร่างเข้ามาให้กับทางคณะรัฐมนตรีได้นำเสนอว่าจากเดิมที่เราเก็บได้อยู่ ที่ภาษีน้ำมันได้แค่ ๕ สตางค์เท่านั้น ตอนนี้ก็จะขอเพิ่มว่าไม่เกิน ๑๐ สตางค์ต่อไป เพื่อที่จะให้ เท่ากับท้องถิ่นอื่น ๆ แล้วก็ยังมีในเรื่องของภาษีโรงแรมที่ตอนนี้ กทม. ไม่สามารถจัดเก็บ ได้เลย เพราะว่าติดล็อกตัวนี้อยู่เช่นเดียวกัน อันนี้ทาง กทม. ก็ได้ดำเนินการอยู่ ในระหว่างที่จะ ให้ทาง กทม. ได้พูดคุยกับกระทรวงพลังงานในเรื่องของภาษีน้ำมันว่าจะไม่เป็นภาระ กับพี่น้องประชาชนเพิ่มเติมเข้ามา เพราะว่าอย่างที่ท่านทราบดีว่าในวันนี้ปัญหาใหญ่ของเรา ก็คือเรื่องของเศรษฐกิจด้วย ที่พี่น้องประชาชนยังต้องแบกรับภาระในหลาย ๆ เรื่องด้วยกัน ซึ่งรัฐบาลเองก็พยายามที่จะช่วยเหลือ แล้วก็อุดหนุนงบประมาณลงไปให้ถึงมือพี่น้อง ประชาชนมากที่สุด เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องการที่จะแก้ไขให้ได้ผลอย่างจริงจัง แล้วก็ เห็นได้ทันทีจากการทำงานของพวกเราก็คือในเรื่องของเศรษฐกิจจะต้องไม่โยนภาระให้กับ พี่น้องประชาชน ในขณะนี้ทาง กทม. ก็ได้ส่งเรื่องให้กับทาง ครม. อยู่ระหว่างการที่ปรับปรุง แล้วก็รับฟังความคิดเห็นข้อเสนอแนะ ข้อแนะนำจากทางหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะให้ได้ข้อสรุปที่ตรงกัน และสุดท้าย ครม. อนุมัติก็จะสามารถจัดเก็บได้ตามที่ กทม. ได้ส่งเรื่องเข้ามา
อีกเรื่องหนึ่งที่ท่านเสนอว่าเป็นไปได้ไหมว่าถ้าหากว่าเราจะปรับโครงสร้าง ให้มีการบริหารแบบนายกนครบาล สมาชิกนครบาล ที่อาจจะเป็นการรวมกลุ่มหรืออาจจะ มีให้ทั้ง ๕๐ เขต อันนี้ดิฉันก็ได้รับทราบด้วย แล้วก็มีการพูดคุยกัน รับฟังความคิดเห็นกัน อย่างกว้างขวาง ก็จะมีทั้งส่วนที่เห็นด้วย แล้วก็ส่วนที่ยังคำนึงว่าอาจจะเกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมาในเรื่องของภาระหน้าที่ที่จะมีความทับซ้อนกันไหม เพราะขณะนี้เรามีสมาชิก สภากรุงเทพมหานครที่มีอยู่แล้วทั้ง ๕๐ เขต ทางท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มีการตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนภารกิจของกรุงเทพมหานครแต่ละเขตขึ้นมาด้วย ทีนี้เมื่อเราได้มีแนวความคิดว่าถ้าหากว่าเราจะให้อำนาจเพิ่มเติมกับอีกกลุ่มหนึ่งขึ้นมา ก็อาจจะต้องไปดูในเรื่องของผลกระทบต่าง ๆ เหล่านี้ที่ตามมา ซึ่งดิฉันคิดว่าถ้าหาก เราหาข้อสรุปร่วมกันได้ แล้วก็ไม่ให้การทำงานในอนาคตเกิดความขัดแย้งระหว่างผู้ว่า ส.ก. แล้วก็ทางนายกนครบาล ก็จะเป็นผลดีกับพี่น้องประชาชน เกิดการร่วมมือกันทำงาน พี่น้องประชาชนก็จะมีที่พึ่งเพิ่มมากขึ้น ดิฉันขออนุญาตยกตัวอย่างใน พ.ร.บ. ปี ๒๕๒๘ นี้ เราเคยมีสมาชิกสภาเขตด้วย เพราะฉะนั้นก็จะกำหนดตามจำนวนประชากรเลย แต่ละเขต อาจจะมี ๗ ท่านบ้าง ๘ ท่านบ้าง อันนี้ก็จะทำหน้าที่เหมือนแทนกำนันผู้ใหญ่บ้าน ตามต่างจังหวัดด้วยเช่นเดียวกัน ถามว่าเป็นกลไกที่ดีไหม ก็คือเข้าถึงพี่น้องประชาชน แล้วก็ทุก ๆ คนสามารถที่จะฝากปัญหาใกล้ชิดให้แก้ไขปัญหาในเขตนั้น ๆ ได้เลย แล้วก็ ยังมีคนพูดถึงว่าขนาดในปัจจุบันนี้พื้นที่ตามท้องถิ่น ตามต่างจังหวัดเอง ก็มีความทับซ้อน ในเรื่องของ อปท. อบต. อบจ. หลาย ๆ หน่วยงานมากเกินไปเหมือนกัน จนมีความคิด เหมือนกันว่าอยากจะยุบหน่วยงานเหล่านั้นทิ้งไป เพราะว่าเกิดความทับซ้อนกันมา แล้วก็เป็นปัญหาเรื่องงบประมาณ เรื่องบุคลากรด้วย อันนี้ก็อาจจะต้องมาคำนึง เพื่อที่จะหา แนวร่วมที่มีความสอดคล้องกันเพื่อที่จะไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคตได้มากที่สุด เพราะใน ปัจจุบันนโยบายของรัฐบาลเองก็คือไม่อยากจะเพิ่มต้นทุนในเรื่องของบุคลากรที่มาทำงาน เหล่านี้อยู่แล้ว แต่เราจะทำอย่างไรให้บุคลากรที่เรามีอยู่นั้น มีประสิทธิภาพในการทำงาน มากที่สุด ดิฉันคิดว่าในประเด็นที่เป็นข้อสงสัยของทางท่านเพื่อนสมาชิกที่ได้สอบถามเข้ามา มีความน่าสนใจ แล้วก็คิดว่าได้มีการพูดคุยร่วมกันต่อไปจากนี้ด้วย ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ