ธีรรัตน์ ยืนยันปทุมธานีได้รับเงินเยียวยา 9,000 บาท ชี้พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๘

ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ระบุว่าเงินชดเชยน้ำท่วมปทุมธานีไม่ใช่ค่าเหมารวม ๙,๐๐๐ บาท แต่เป็นไปตามประกาศอนุโลมกรณีภัยพิบัติ และชี้แจงว่านนทบุรีไม่อยู่ในรายชื่อเขตประสบภัยอย่างเป็นทางการ พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการทั้งระบบเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านภูมิธรรม เวชยชัย ให้ได้ตอบคำถามจากทางท่านสมาชิกที่เป็นตัวแทนในจังหวัดปทุมธานี สอบถามมาในเรื่องของเงินชดเชยเยียวยาน้ำท่วม ก่อนอื่นเลยก่อนจะตอบคำถาม ดิฉันขอใช้เวลานี้ในการที่จะสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องกับทางท่านสมาชิกก่อน ที่ท่านบอกว่า ทางปทุมธานีนั้นไม่ได้ค่าชดเชยแบบเหมารวมก็คือ ๙,๐๐๐ บาททุกครัวเรือน ดิฉันคิดว่า ทุกท่านทราบดีว่าในปลายปี ๒๕๖๗ ที่เชียงรายของเราเกิดดินโคลนถล่มครั้งใหญ่ ที่จังหวัดเชียงราย นั่นจึงเป็นเหตุผลให้ทางรัฐบาลทราบดีว่าเงิน ๓,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๐ บาท ๗,๐๐๐ บาท ๙,๐๐๐ บาท ที่เคยให้มันไม่เพียงพอสำหรับการที่จะไปล้างดินโคลนหรือว่า ไปจ้างคนเพิ่มเติมในการที่จะทำความสะอาดบ้านเรือน จึงได้มีประกาศในเรื่องของอนุโลม ให้เป็น Flat Rate ๙,๐๐๐ บาททั้งหมดสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบในขณะนั้น แล้วก็ต้อง บอกว่าจากการที่เราดูแลพี่น้องประชาชนให้ได้ครบถ้วนเราใช้เงินเป็นจำนวนมาก แล้วก็ ต้องเข้าเกณฑ์ด้วย แต่ว่าในส่วนของนนทบุรีที่ท่านบอกว่ามีชื่อในการประกาศเป็นเขต ที่ประสบภัยแล้วได้ อันนั้นไม่ถูกต้อง ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่าตอนแรกเองที่ผู้สื่อข่าวเสนอชื่อไป มีนนทบุรี แต่เมื่อสำรวจอย่างเป็นทางการแล้วไม่มีชื่อของนนทบุรีอยู่ ดิฉันคิดว่าท่านก็ทราบดี เพราะว่าทางเจ้าหน้าที่ก็เคยได้เรียนให้ท่านได้ทราบแล้ว แต่เพื่อที่จะให้ท่านได้ไปบอก กับพี่น้องประชาชนให้ถูกต้อง ไม่ได้ให้เข้าใจรัฐบาลผิดว่าไม่ยอมเห็นความสำคัญของพี่น้อง ชาวปทุมธานี ซึ่งมันไม่ใช่อย่างนั้นเลย พี่น้องประชาชนทุกคนในประเทศไทยคือคนที่รัฐบาล ต้องดูแล ก็อยากที่จะให้ท่านได้ปรับความคิดใหม่ว่าปทุมธานีนั้น เราเองอยู่ในพื้นที่นั้นมานาน แล้วก็พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่รับทราบดีว่าเป็นพื้นที่ที่น้ำจะลงมาปะทะคนในพื้นที่ เพราะว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ดิฉันคิดว่ามากกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์เป็นพื้นที่ติดกับลุ่มน้ำ เป็นพื้นที่ ที่พี่น้องประชาชนอาศัยอยู่ตามริมน้ำอยู่แล้ว ฉะนั้นบ้านเรือนที่ท่านได้สร้างมาตั้งแต่ดั้งเดิม ก็จะมีสภาพคือยกสูงขึ้นมาด้วย เพื่อที่จะรองรับน้ำที่ผ่านมาแล้วก็ให้ผ่านไป อันนี้เป็นวิถีชีวิต ดั้งเดิมที่เกิดขึ้นกับพี่น้องที่อยู่ในพื้นที่ แต่ก็แน่นอนว่ามีหมู่บ้านจัดสรรรายใหม่ ๆ ที่เข้ามา ซื้อที่ มาอยู่อาศัย โดยที่เราก็เรียกว่าฝืนธรรมชาติเหมือนกัน บางคนก็ไปสร้างในพื้นที่ ที่เป็นร่องรับน้ำอยู่แล้วก็ทำให้เกิดการปะทะของน้ำแล้วก็ท่วมสูงใหญ่ แต่ว่าก็เป็นหน้าที่ ของพวกเราที่จะต้องดูแลพี่น้องประชาชนต่อไปในการที่จะแก้ไขปัญหานี้ให้ได้อย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการทำแนวกั้นน้ำ ซึ่งขณะนี้เราใช้ถนนที่จะเป็นแนวกั้นน้ำที่จะทำให้ น้ำนั้นไม่ล้นมาเกินกว่าที่ทางพื้นที่ส่วนใน ที่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจนั้นจะรับได้ แต่ว่าในพื้นที่ นอกเขื่อนกั้นน้ำ เราก็ยังมีโครงการเช่นบางบาลด้วยที่จะเป็นพื้นที่ที่จะพร่องน้ำไม่ให้มันมา แบบโหมใส่เข้ามาจนเกินไป พื้นที่นี้ดิฉันได้ทราบว่าทางประชาชนก็ยังมีความกังวลใจว่าน้ำ จะมาทางบ้านเราเยอะเกินไปหรือเปล่าในส่วนของปทุมธานี แต่ก็ต้องบอกว่ามันยังมีทางน้ำ อีกหลาย ๆ ช่องทางที่จะแบ่งปันน้ำออกไปไม่ให้มากระทบพี่น้องชาวปทุมธานีเพียงอย่างเดียว อันนี้ก็ทำให้เราทราบดีว่าโครงการหลาย ๆ โครงการที่เราคิดขึ้นมา แล้วเราก็มีความตั้งใจ ที่อยากที่จะให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ดิฉันก็ต้องขอย้อนไปจนตอนสมัย ปี ๒๕๕๔ ที่เราเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ ตอนนั้นก็เรียกว่ารัฐบาลเพิ่งเข้ามาทำงานเพียงไม่นาน เดือนสิงหาคมเกิดฝนตกหนัก เดือนตุลาคมเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ อะไรที่ในขณะนั้น รัฐบาลทำได้เราก็ดำเนินการทำเลย แล้วก็เป็นที่มาของโครงการบริหารจัดการน้ำ ๓.๕ แสนล้านด้วย เพราะเรารู้ว่าน้ำคือเรื่องใหญ่ ไม่ใช่เพียงเฉพาะภาคใดภาคหนึ่งเท่านั้น แต่มันหมายถึงตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ แล้วก็ปลายน้ำ เป็นมาในทั้งระบบ เราจึงคิดว่าการลงทุน ครั้งใหญ่นั้นจะทำให้เราสามารถที่จะดูแลพี่น้องประชาชนได้อย่างครบถ้วน แล้วก็ สมบูรณ์มากที่สุด แล้วก็ตอนนี้ก็ต้องเรียนว่าเราต้องไม่ฝืนธรรมชาติ เรารู้ว่ามันเกิด การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศทั่วโลก ไม่ใช่เพียงแค่ประเทศไทยเท่านั้น อย่างวันนี้ ก็มีเรียกว่าพายุหรือว่ามีมรสุมกำลังที่จะเข้ามาแล้วด้วย สิ่งพวกนี้เราไม่สามารถที่จะบอกว่า ไปยกมือห้ามแล้วหยุดไว้ได้เลยว่าอย่าเข้ามาประเทศไทยนะไม่ได้ มันมาตามธรรมชาติของมัน จริง ๆ แล้วก็เป็นสิ่งที่ทางไม่ว่าจะเป็นกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทางข้าราชการ ทุกหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งในส่วนของส่วนกลาง แล้วก็ในส่วนของท้องถิ่นก็ได้ จัดเตรียมการในเรื่องนี้ในเรื่องของการป้องกันภัย แล้วก็การที่จะให้มีการเตือนภัยกับ พี่น้องประชาชน เรื่องของทางสำนักป้องกันภัยในขณะนี้เรามีการจัดตั้งกองอำนวยการ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปทุมธานี ที่จะเป็นหน่วยบัญชาการหลัก ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ก็จะมีภารกิจในเรื่องของการกำหนดแผน การเตรียม ความพร้อมในการเผชิญเหตุ การแจ้งเตือนให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ แล้วก็ยังเป็น การทำงานแบบบูรณาการร่วมกันอีกหลาย ๆ หน่วยงาน ยกตัวอย่างเช่นเรามีชลประทาน ที่เข้ามาดูแลในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำด้วย เรามีทางแขวงทางหลวงปทุมธานี แขวงทางหลวงชนบทของปทุมธานี อำเภอทุกอำเภอ องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดปทุมธานีที่จะทำให้เกิดการเตรียมพร้อมมากที่สุด ในสิ่งที่พวกเราได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องก็คือการสำรวจสถานที่ ตรวจสอบว่ามีความพร้อม ในการรับน้ำหรือไม่ การขุดลอกคูคลองไม่ให้มีความตื้นเขินหรือว่าอุดตัน แล้วก็ที่สำคัญ เรามีการเตรียมศูนย์พักพิงไว้ด้วยในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน แต่ดิฉันขอโน้ตไว้ตรงนี้ว่าปทุมธานี น้ำมา ถ้าหากว่ามาอย่างสูงสุดก็คือประมาณหน้าแข้ง มาแล้วก็ไป เพราะว่าน้ำจะแบ่งเป็น ๓ ประเภท ก็คือมีน้ำเหนือ แล้วก็มีน้ำฝน แล้วก็มีน้ำหนุน ๓ อย่างด้วยกันที่มันจะมา เป็นช่วงฤดูกาล แล้วก็เป็นช่วงเวลาที่พี่น้องประชาชนสามารถที่จะเตรียมความพร้อมได้ทัน อย่างมีน้ำเหนือมา เราก็จะรู้แล้วร่องทางของน้ำจำนวนเท่าไร มาถึงปทุมธานีในช่วงไหน มีปริมาณความสูงเท่าไรก็จะส่ง Message เตือนพี่น้องประชาชน อย่างน้ำฝนที่ตกลงมา พี่น้องประชาชนก็จะสามารถรับรู้ได้ว่าตกหนัก ตกมาก ตกน้อยอย่างไร แล้วก็มันมี การบริหารจัดการในเรื่องของประตูน้ำ ช่องทางเดินน้ำต่าง ๆ ให้น้ำได้ไปในช่องทางที่ถูกต้อง แล้วก็น้ำหนุนที่มาจากน้ำทะเลก็จะเป็นในช่วงของกลางคืน ดิฉันทราบว่าสูงสุดไม่เกินฝ่ามือ บางทีก็ขึ้นถึง ๑ เซนติเมตร ๒ เซนติเมตร ๑๐ เซนติเมตร แล้วแต่ปริมาณที่มาเพิ่มเติม พร้อมกันทั้ง ๓ น้ำ ก็จะเป็นเรียกว่ากิจกรรมที่พี่น้องประชาชนนั้นรับทราบสำหรับ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง แล้วก็ได้ติดต่อกับทางข้าราชการอยู่เสมอ อย่างที่ดิฉันนำเรียนว่า เรามีการเตรียมเรื่องของศูนย์พักพิง ในขณะนี้เราได้จัดเตรียมไว้อยู่ที่จำนวน ๕๕ แห่ง สามารถที่จะรองรับได้ทั้งเมืองปทุมธานี สามโคก คลองหลวง ธัญบุรี ลำลูกกา ลาดหลุมแก้ว แล้วก็หนองเสือด้วย ขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง เรามีการเตรียมพร้อม ในเรื่องของบุคลากรที่จะต้องเฝ้าระวังเหตุให้ได้รู้ถึงภารกิจ ถ้าหากเกิดเหตุฉุกเฉิน แต่ละท่าน จะต้องทำการใด ๆ เรามีการเตรียมพร้อมในเรื่องของเครื่องจักร ถ้าหากว่าท่านเอง ต้องการความช่วยเหลือ เครื่องจักรสามารถประสานมาที่ทาง ปภ. ของจังหวัดได้เลย เราก็จะลงไปสำรวจให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างเร็วที่สุด เรามีการเตรียมพร้อมของ เรื่องงบประมาณ อย่างที่ท่านทราบดีว่าทางจังหวัดจะมีเงินทดรองราชการที่สามารถดูแล ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อยู่แล้วโดยที่ไม่ต้องอาศัยงบกลางหรือว่าการอาศัยมติ จาก ครม. เลย ทางจังหวัดสามารถลงไปดำเนินการได้เลย อันนี้ก็เป็นเรื่องของการกระจาย การช่วยเหลือการกระจายอำนาจให้เป็นไปได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ในอำเภอสามโคก ดิฉันทราบว่าเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงกับอุทกภัยมากที่สุด ก็ได้มีการบูรณาการร่วมกัน อย่างเช่นที่ท่านถามว่ามีการเตรียมพร้อมอย่างไร ส่วนกลาง ปภ. กรมก็จะได้รับข้อมูล ไม่ว่าจะมาจากกรมอุตุนิยมวิทยา ทางหลาย ๆ หน่วยงานที่มีเครื่องมือในการที่จะวัดปริมาณ น้ำหรือว่าคาดการสภาพภูมิอากาศต่าง ๆ ทาง ปภ. ก็จะส่งข้อมูลไปยังท้องที่ในจังหวัดต่าง ๆ ให้ทางจังหวัดนั้นได้เตรียมความพร้อม แล้วก็ได้กระจายไปถึงท้องถิ่นต่อไปในทุก ๆ รูปแบบ ดิฉันได้เคยพูดตอบกระทู้ท่าน สว. เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเสียงหอกระจายข่าว เสียงตามสาย LINE ที่เราใช้เทคโนโลยีเข้ามา แล้วก็ยังมีในส่วนของ Cell Broadcast ที่ขณะนี้ก็พัฒนาได้อย่างสมบูรณ์แล้วด้วย ก็สามารถที่จะป้องกันภัยที่จะเกิดขึ้นกับ พี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงที ในคำถามข้อแรกดิฉันขอตอบตามนี้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ