ลิณธิภรณ์ รายงานความคืบหน้าห้องสมุด ๙๒๕ แห่ง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๘

ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รายงานความคืบหน้าการพัฒนาห้องสมุดประชาชน ๙๒๕ แห่ง พร้อมแผนปรับปรุงหลักสูตรปฐมวัยและขยายเวลาบริการให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม

นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ดอกเตอร์ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการค่ะ ก็อย่างที่บอกว่าได้รับมอบหมายให้มาตอบ กระทู้ถามแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งจริง ๆ แล้ว แนวทางของการพัฒนา ห้องสมุด ขอตอบอันแรกก่อน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกรุงเทพมหานครจะไม่ใช่ ความรับผิดชอบของกระทรวงศึกษาธิการ แต่เป็นความรับผิดชอบของทางกรุงเทพมหานคร ในการจัดหาหนังสือ จัดสรรหนังสือก็เป็นเรื่องของทางกรุงเทพมหานครโดยตรง ประเด็นแรก แต่ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ณ ปัจจุบันในความรับผิดชอบของเรา โดยกรมส่งเสริม การเรียนรู้ของกระทรวงศึกษาธิการเรารับผิดชอบดูแลในส่วนของห้องสมุดประชาชน ที่อยู่ในความควบคุมดูแลทั้งหมด ๙๒๕ แห่ง แบ่งเป็นห้องสมุดประชาชนเฉลิมราชกุมารี จำนวน ๑๑๐ แห่ง แล้วก็ห้องสมุดรัชมังคลาภิเษก ๑ แห่ง ห้องสมุดประชาชนในแต่ละจังหวัด อีก ๖๙ แห่ง และห้องสมุดประจำอำเภออีก ๗๔๕ แห่ง นอกจากนี้อาจจะเพิ่มศูนย์การเรียนรู้ ของวังจันทรเกษมด้วย แล้วก็ยังมีบ้านหนังสือชุมชนอีก ๑๘,๗๒๙ แห่ง ที่อยู่ในความดูแล ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ ในส่วนนี้ที่ผ่านมาในปีงบประมาณ ๒๕๖๘ เราก็ได้มีแผนการดำเนินงานและจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยการวางแผนพัฒนา คุณภาพทางการศึกษาและการเรียนรู้ เพื่อให้การดำเนินงานและการเรียนรู้ตลอดชีวิตเกิดขึ้น โดยเราแบ่งกิจกรรมการส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ของห้องสมุดประชาชนเป็นหลาย ๆ โครงการ ดิฉันขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพเช่นโครงการส่งเสริมการอ่าน สร้างการเรียนรู้ ตลอดชีวิตให้แก่ห้องสมุดประชาชน จำนวน ๙๒๕ แห่ง อันนี้ก็จำนวน ๔ เดือน ดำเนินการ ไปแล้วตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๘ หรือแม้กระทั่งโครงการ Science Smart Center อันนี้จะเป็นมุมวิทยาศาสตร์น่ารู้ควบคู่ไปกับห้องสมุดประชาชนของ สกร. อันนี้เราก็ทำไปแล้ว ๒๐ แห่ง คือเพิ่มมุมทางด้านหนังสือทางด้านวิทยาศาสตร์เข้าไปค่ะ หรือโครงการส่งเสริมการอ่าน สร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต ๕ ภาค อันนี้ก็มีการจัดซื้อหนังสือ พวกสารานุกรมไทย การ์ตูนฉบับเยาวชนเข้าไปในห้องสมุดกว่า ๙๒๕ แห่ง โครงการจัดหา หนังสือชุดพระราชนิพนธ์ ๗๐ พรรษา อันนี้ก็สำหรับห้องสมุดประชาชน จำนวน ๑๑๐ แห่ง แล้วก็ยังมีการจัดซื้อหนังสือ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อดิจิทัลสำหรับห้องสมุดประชาชนเพิ่มเติมไปให้ ครบถ้วนในทุก ๆ มิติด้วยค่ะ สิ่งเหล่านี้นอกจากการเสริมเรื่องหนังสือเข้าไปในตัวอย่าง โครงการที่ดิฉันยกตัวอย่างให้เห็นในแต่ละแห่งนั้น เราก็เข้าใจว่าห้องสมุดก็มีการชำรุด ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ในปี ๒๕๖๘ นอกจากเรื่องของหนังสือ เราก็ยังได้มีการปรับปรุง ซ่อมแซม แล้วก็ก่อสร้างอาคารห้องสมุดประชาชนให้มีความสวยงาม แข็งแรง คงทน ปลอดภัยมากขึ้น อนุมัติงบประมาณไปแล้วกว่า ๑๙ ล้านบาท ในการดูแลให้ครอบคลุม ทั่วประเทศ แต่ในส่วนนี้ดิฉันต้องนำเรียนว่าในเรื่องของการอ่าน ดิฉันเข้าใจดีว่าทักษะ การอ่านเป็นทักษะพื้นฐานที่เด็กไทยทุกคนควรมี และควรส่งเสริมให้การรักการอ่าน เป็นสิ่งที่สำคัญของเด็กทุกคน เพราะการอ่านคือการเพิ่มความรู้และก่อให้เกิดการเรียนรู้ อยู่ตลอดเวลา ดังนั้นสิ่งที่เราจะแก้ไม่ใช่แค่เพิ่มหนังสือค่ะถ้าท่านสมาชิกติดตามเรื่องของ หลักสูตรที่เราจะปรับปรุงหลักสูตรปฐมวัย ปี ๒๕๖๘ ให้มีการพูดเรื่องของการอ่าน การเขียน และการคิดคำนวณขึ้นมา แต่ที่สำคัญเมื่อสักครู่ท่านได้เสนอเราแล้ว ซึ่งก็ต้องขอบคุณมาก ก็คือการสร้างจินตนาการอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งตัววัดตัวนี้จะเข้าไปอยู่ ในหลักสูตรใหม่ของการศึกษาปฐมวัยตอนต้นของเราด้วย ซึ่งตอนนี้ที่บอกว่ามีโรงเรียน พร้อมใจเข้าร่วมโครงการ ๔,๘๐๐ แห่ง ตัวเลขกลม ๆ ดังนั้นนอกจากที่ดิฉันได้กล่าวไป กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ยังเป็นหน่วยงานในการรับบริจาคหนังสือด้วย ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ที่มีความประสงค์จะบริจาคหนังสือให้กับห้องสมุดประชาชน โดยจะมีทางเจ้าหน้าที่คัดแยกหนังสือที่พร้อมใช้งานและส่งต่อไปยังห้องสมุดประชาชน ทั่วประเทศเพื่อให้บริการแก่ประชาชน อีกทั้งยังสนับสนุนให้มีการอ่านเคลื่อนที่ เมื่อสักครู่ ท่านสมาชิกก็นำเรียนรูปรถบัสห้องสมุดเคลื่อนที่ ในพื้นที่ห่างไกลเพื่อส่งเสริมกิจกรรม การอ่านให้คนทุกช่วงวัยในพื้นที่ห่างไกลและในทุก ๆ พื้นที่ ทั้งในชุมชนเมืองและชุมชน ชนบท การเรียนรู้สู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างทั่วถึงเราก็ตั้งเป้าว่าจะทำให้ครอบคลุม มากที่สุด ดังนั้นนอกจากนี้ก็มีข้อ Request เหมือนกันว่าห้องสมุดประชาชนภายใต้การดูแล ของกระทรวงศึกษาธิการ ปกติจะเปิด-ปิดในระยะเวลาราชการก็คือ ตั้งแต่ ๐๘.๓๐ นาฬิกา ถึง ๑๖.๓๐ นาฬิกา ตรงนี้เราก็ได้มีการปรับหลักเกณฑ์ใหม่เพื่อให้เวลาการปรับเปิด-ปิด บริการสอดรับกับกลุ่มคนที่เลิกงานแล้วต้องการใช้ทรัพยากรในห้องสมุด ก็มีการปรับเวลา เพิ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๘ ในห้องสมุดจำนวน ๒๕๓ แห่ง โดยให้มีการเปิด-ปิด ตั้งแต่ ๑๐.๐๐ นาฬิกา ไปจนถึง ๑๘.๐๐ นาฬิกา เพื่อรองรับกับประชาชนในวัยแรงงาน หลังเลิกงานเข้ามาใช้ทรัพยากรในห้องสมุด สำหรับงบประมาณในการจัดซื้อและจัดหา หนังสือและกิจกรรมในห้องสมุดของปีงบประมาณ ๒๕๖๙ ตรงนี้ในส่วนที่เพิ่งเข้ามา รับบทบาทหน้าที่ก็คิดว่าคณะอนุกรรมาธิการในห้องงบประมาณด้านการศึกษาก็คงพิจารณากัน อย่างละเอียดและรอบคอบ แต่ก็ยืนยันว่าสิ่งใดที่เป็นประโยชน์ ณ วันนี้เป็นข้อเสนอที่ดี ทางกระทรวงศึกษาธิการพร้อมรับและนำไปสู่การแก้ไขเพื่อส่งเสริมให้คุณภาพของการศึกษา ของเด็กไทยดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน ขอบคุณค่ะ ท่านประธานค่ะ