ชัชวาล แพทยาไทย หารือเรื่องการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก แนวทางดึงครูไปเป็นครูธุรการ และการปรับหลักสูตร
ขอบพระคุณท่านประธานครับ ต้องขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีที่ช่วยชี้แจงในประเด็นคำถามที่ ๑ มีในรายละเอียด ที่ผมอยากจะย้ำในคำชี้แจงท่านรัฐมนตรีสักนิดหนึ่ง เมื่อสักครู่ท่านพูดถึงการควบรวม ตรงนี้ผมเข้าใจว่าท้ายที่สุดโรงเรียนขนาดเล็กก็ต้องถูกควบรวม ไปรวมกันกับหลาย ๆ โรงเรียนเพื่อที่จะให้การบริหารจัดการนั้นง่ายขึ้น แต่สิ่งที่ผมกังวล บริบทสังคมในชนบท บ้าน วัดแล้วก็โรงเรียน เป็นบริบทสังคมที่สำคัญ ทั้ง ๓ สิ่งนี้หล่อหลอมเป็นอันหนึ่ง อันเดียวกัน เพราะฉะนั้นการที่จะยุบ จะควบรวม อาจจะได้รับการคัดค้านจากพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ แต่ผมเชื่อว่าถ้ากระทรวงศึกษาธิการทำงานในเชิงรุก ชี้แจง สร้างความมั่นใจ ให้พี่น้องผู้ปกครอง พี่น้องประชาชนว่ามีการควบรวมแล้ว จะเกิดประโยชน์อะไรกับลูกหลาน นักเรียน ลูก ๆ หลาน ๆ ของเขา แล้วพื้นที่ที่ควบรวมจะถูกนำไปใช้ประโยชน์ในด้านใด สร้างความเข้าใจแบบนี้ ผมเชื่อว่าในอนาคตจะสามารถดำเนินการในเรื่องนี้ได้ เพราะอะไรครับ ถ้าท่านยังปล่อยให้มีโรงเรียนขนาดเล็กอยู่อย่างนี้ งบประมาณที่ถูกจัดสรรลงไปแบบรายหัว มันไม่สามารถที่จะสร้างระบบการเรียนการสอนที่ดีขึ้นได้ เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจง ถึงในอนาคตข้างหน้า กระทรวงศึกษาธิการจะมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงระบบงบประมาณ เปลี่ยนจากรายหัวไปเป็นระบบผสม ผมเห็นด้วยแล้วก็อยากให้เกิดขึ้นให้เร็วที่สุด ถ้าอย่างนั้น โรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนเยอะ ก็มีทรัพยากรในการบริหารจัดการเยอะตามไปด้วย อันนี้ฝากเผื่อท่านจะชี้แจงในประเด็นคำถามที่ ๒ ก่อนจะเข้าสู่ประเด็นคำถามที่ ๒ ครับ อีก ๑ ประเด็นที่ผมต้องถามตรง ๆ นั่นก็คือแนวทางของท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ที่ท่านจะเสนอดึงครูเกินเกณฑ์จากโรงเรียนขนาดเล็กกว่า ๕,๐๐๐ แห่ง ไปทำหน้าที่เป็นครูธุรการ เพื่อแก้ไขปัญหาภาระงานที่ไม่เกี่ยวกับการสอน แม้ท่านจะอ้างว่า เป็นแนวทางที่ไม่เพิ่มงบประมาณ แต่ผมกังวลว่านี่อาจจะเป็นการลดทอนวิชาชีพครู และลดทอนชั่วโมงการสอนของโรงเรียนชนบทที่มีครูน้อยอยู่แล้ว ผมอยากให้ ทางท่านรัฐมนตรีช่วยตอบให้ชัดว่าการแก้ปัญหาการศึกษาด้วยการให้ครูเลิกสอน แล้วไปนั่งทำธุรกรรม ธุรการมันใช่แนวทางออกที่ยั่งยืนหรือไม่ และมันจะทำให้คุณภาพ ทางการศึกษาเพิ่มขึ้นได้อย่างไร ในพื้นที่ของผมท่านประธานครับ ครูคนหนึ่งจะต้องสอน ป.๓ ป.๔ สอน ป.๕ ป.๖ ควบรวมกัน แล้วจะต้องทำหน้าที่ครูและธุรการอีก แล้วใครจะสอนนักเรียนครับ แม้เรา จะพัฒนาโครงสร้างโรงเรียนได้เป็นอย่างดี แต่อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญนั่นก็คือ เราต้องพัฒนาหลักสูตรครับ ปัจจุบันการศึกษาไทยยังใช้หลักสูตรแกนกลางเมื่อปี ๒๕๕๑ นับถอยหลังไป ๑๗ ปีครับ ถ้าเป็นคน ปีหน้าเลือกตั้งได้แล้วครับ ๑๕ ปีที่แล้ว iPhone ยังไม่เปิดตัวเลยครับ ปัจจุบันนี้เป็น iPhone ๑๖ แล้ว ซึ่งเทคโนโลยีในปัจจุบันที่เปลี่ยนไป เป็นสิ่งที่ผมกังวลใจ วันนี้โรงเรียนทั่วประเทศยังใช้ตำราเรียน ยังใช้หลักสูตรที่ล้าหลังหรือไม่ หลักสูตรที่ไม่มีพื้นที่ให้เด็กเรียนตามความถนัด ไม่มีทักษะเอไอ เทคโนโลยีหรือการวิเคราะห์ อย่างลึกซึ้ง เด็กไทยยังเรียนเพื่อสอบมากกว่าจะเรียนเพื่อใช้ชีวิตจริง อีกหนึ่งสิ่งครับ ท่านประธานคือความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ในขณะที่นักเรียนส่วนใหญ่ในประเทศนี้ เรียนในโรงเรียนทั่ว ๆ ไป หลักสูตรเดิม ๆ แต่ยังมีโรงเรียนอีกกลุ่มหนึ่งครับที่เป็นโรงเรียน พิเศษ โรงเรียนที่มีหลักสูตรพิเศษ ทำไมไม่จัดการเรียนการสอนให้คล้ายกัน ถ้ารู้สึกว่า หลักสูตรนั้นดี ทำไมไม่ใช่ให้ทั่วถึงกัน ทำไมแบ่งแยก ทำไมแยกโรงเรียนคนมีสตางค์ โรงเรียนไม่มีสตางค์ นี่คือสิ่งที่สัมผัสได้ และอีกหนึ่งประเด็นที่สำคัญ ผมมีข้อกังวล อย่างมีเหตุผลว่าการปรับหลักสูตรอาจถูกขัดขวางโดยกลุ่มผลประโยชน์จากธุรกิจตำราเรียน หรือไม่ ที่มีข้อร้องเรียนมาอย่างยาวนานหลายยุคหลายสมัย เพราะการเปลี่ยนแปลงหลักสูตร มันย่อมกระทบกับอุตสาหกรรมการพิมพ์และการจัดจำหน่าย หากข้อกังวลนี้เป็นจริงครับ ผมขอประณามเลยครับ นี่คือตัวถ่วงทางการศึกษาเลยครับ เพราะฉะนั้นอยากให้ ท่านรัฐมนตรีช่วยชี้แจงประเด็นนี้ด้วย เราจะปล่อยให้โรงเรียนบ้านหัวหนองตาดหรือโรงเรียน บ้านค้อแสนสีหรือหลาย ๆ แห่งทำการจ้างผ้าป่า จ้างครูอย่างนี้อีกต่อไปก็คงไม่ได้ ท้ายที่สุดนี้ ขอฝากเป็นประเด็นคำถามเป็นคำถามสุดท้ายครับว่าท่านรัฐมนตรีจะนำทรัพยากรการศึกษา ไปสร้างผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาอย่างไร ทำได้จริงหรือไม่ นโยบายการโยกครูไปเป็น ครูธุรการเหมาะสมจริงหรือไม่ในบริบทโรงเรียนชนบทและสิ่งที่สำคัญที่สุด กระทรวงศึกษาธิการจะปรับหลักสูตรใหม่หรือไม่ อย่างไร ขอนำเรียนเป็นคำถามที่ ๒ ครับ ขอบพระคุณมากครับ