ลิณธิภรณ์ อภิปรายยกระดับโรงเรียนขนาดเล็ก เน้นคุณภาพ-จัดสรรงบ Top Up

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๘

ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ อภิปรายมาตรการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กของกระทรวงศึกษาธิการ โดยเน้นการยกระดับคุณภาพการศึกษาผ่านการปรับระบบบริหารงานบุคคลและการจัดสรรงบประมาณเพื่อลดภาระครูและสนับสนุนสวัสดิการนักเรียนอย่างทั่วถึง พร้อมทั้งอภิปรายแผนยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาผ่านเกณฑ์ RN, NT และ O-net พร้อมเสนอแนวทางจัดสรรงบประมาณ Top Up เพื่อพัฒนาทรัพยากรและดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจท้องถิ่น

นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพค่ะ ดิฉัน ดอกเตอร์ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการให้มาตอบกระทู้ถาม สำหรับเรื่องการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก ของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ก่อนอื่นดิฉันต้องขอชื่นชมเป็นอย่างยิ่งกับท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ให้ความสนใจ ในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษา รวมถึงโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาของเด็ก และเยาวชนไทย เพื่อทำความเข้าใจอย่างนี้ ดิฉันขอเรียนว่ากระทรวงศึกษาธิการได้มีนโยบาย พัฒนาด้านการศึกษา โดยมุ่งเน้นการพัฒนาที่ตัวของคุณครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นหลัก เพื่อให้เกิดความยั่งยืนอยู่แล้ว เพราะเราเชื่อว่าครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นต้นทุนพื้นฐานของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ดังนั้นมาตรการหลาย ๆ เรื่องที่ดิฉัน จะนำเรียนต่อจากนี้โดยเฉพาะคำถามของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในส่วนที่เกี่ยวข้อง กับโรงเรียนขนาดเล็ก ตัวเลขที่ท่านสะท้อนเป็นตัวเลขของข้อเท็จจริงว่าปัจจุบันเรามีโรงเรียน ขนาดเล็กกว่า ๒๙,๐๐๐ แห่ง มีโรงเรียนทั้งหมด ๒๙,๐๐๐ แห่ง และเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ที่มีจำนวนนักเรียนตั้งแต่ ๑๒๐ คนลงมาอยู่ที่ ๑๕,๗๘๑ แห่ง หรือว่าคิดเป็นร้อยละ ๕๔.๔๑ ในจำนวนโรงเรียนทั้งหมดมีนักเรียนทั้งสิ้นประมาณ ๙๘๐,๐๐๐ คน ตัวเลขกลม ๆ ซึ่งปัญหา ของโรงเรียนขนาดเล็กขณะนี้เรื่องของการยุบรวมหรือการยกเลิก กำลังอยู่ในขั้นตอนของ การพิจารณาของ สพฐ. เพื่อตรวจสอบว่าจะมีความคล่องตัวมากขึ้นอย่างไร ตอนนี้ เรื่องการยุบรวมเราชะลอไว้ก่อน อย่างไรก็ตามโรงเรียนขนาดเล็กมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี รวมถึงโรงเรียนขนาดกลางด้วย เนื่องจากภาวะ การเกิดของเด็กที่ลดลง แล้วการย้ายถิ่น ของผู้ปกครองเองในการเข้ามาประกอบอาชีพ รวมถึงค่านิยมผู้ปกครองบางส่วน ก็เปลี่ยนแปลงไป ที่ต้องการส่งบุตรหลานมาเรียนโรงเรียนในเมืองที่ดียิ่งขึ้น

ดังนั้นกระทรวงศึกษาธิการจึงได้วางแนวทางในการบริหารจัดการโรงเรียน ขนาดเล็ก โดยมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาในทุกมิติให้เด็กได้มีโอกาส ได้เรียนที่ดีขึ้น และเรียนในโรงเรียนใกล้บ้าน ดิฉันขอนำเรียนกับท่านสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรตรงนี้ว่ามาตรการแรกที่กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการผ่านมาแล้ว ได้แก่ มาตรการด้านการบริหารงานบุคคล อย่างแรกคือกระทรวงศึกษาธิการได้ยกเลิกการอยู่ของ ครูเวร เพราะเราพบว่ามีความไม่ปลอดภัยเกิดขึ้น อันที่ ๒ เราใช้การแต่งตั้งผู้อำนวยการ หรือรักษาการผู้อำนวยการในโรงเรียนขนาดเล็กครบทุกโรงเรียนแทน อันที่ ๓ เรามีการจัดสรร ครูผู้สอนในตำแหน่งพนักงานราชการและอัตราจ้างเพิ่มขึ้น จำนวนกว่า ๒๒,๔๑๖ อัตรา และจัดสรรนักการภารโรงให้ครบทุกโรงเรียน ซึ่งรวมถึงโรงเรียนขนาดเล็กด้วย และสุดท้าย ด้านการบริหารงานบุคคล ปัจจุบัน กระทรวงศึกษาธิการภายใต้การนำของรัฐมนตรีว่าการ ศาสตราจารย์ดอกเตอร์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เราก็ได้วางแนวทางการลดภาระงานครู โดยมอบให้มีเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างสำหรับเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ ในการวางแนวทางและการศึกษารายละเอียดค่ะ

สำหรับด้านงบประมาณ เมื่อมีการยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็กที่ผ่านมา เราเข้าใจดีว่าเด็กบางคนต้องเดินทางไกลบ้าน จึงมีการสนับสนุนค่าพาหนะรับส่ง ตั้งแต่ค่าบริหารการจัดรถรับส่งนักเรียน กรณีที่มีการประกาศยกเลิกสถานศึกษาและ นำนักเรียนไปเรียนรวมกับโรงเรียนคุณภาพใกล้บ้าน โดยปีล่าสุดงบประมาณ ๒๕๖๙ เราก็ได้ปรับเพิ่มอัตราจากเดิมที่สนับสนุนอยู่ ๑๐-๒๐ บาท มาเป็นเริ่มต้นที่ ๑๕ บาท ต่อคนและให้การจัดสรรเป็นตามระยะทางด้วย ๒. เราสนับสนุนเรื่องงบประมาณอาหาร กลางวันในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา เพื่อให้นักเรียนชั้น ม. ๑ ถึง ม. ๓ ได้รับประทานอาหารกลางวันเช่นเดียวกับนักเรียนในชั้นประถมศึกษา โดยจัดสรร ในอัตรา ๒๒-๒๖ บาท ตามจำนวนนักเรียนในแต่ละโรงเรียน อันนี้คือด้านงบประมาณที่เรา ทำอยู่และกำลังจะทำในปี ๒๕๖๙

ด้านวิชาการค่ะ กลุ่มโรงเรียนขนาดเล็กเรามีการจัดทำการตามผลสัมฤทธิ์ หรือที่เราเรียกกันว่าคะแนน RN หรือว่า NT หรือว่า O-net เพื่อยกระดับคุณภาพ และมาตรฐานทางการศึกษา ซึ่งแบ่งออกเป็น ๕ กลุ่มสี ได้แก่กลุ่มสีม่วง สีฟ้า สีเขียว สีเหลือง สีแดง ตามลำดับของผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน พร้อมทั้งแนวทางการยกระดับมาตรฐาน ในแต่ละกลุ่มสี เพื่อแก้ไขปัญหาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็กด้วยค่ะ

ส่วนด้านการบริหารงานทั่วไปปัจจุบันสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและ สถานศึกษาก็ร่วมกันจัดทำแผนบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กในระยะเวลา ๓ ปี กรอบก็คือ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๘ ไปจนถึงปี ๒๕๗๐ โดยมุ่งหวังการยกระดับคุณภาพ ทางด้านการศึกษาด้านการบริหารจัดการการศึกษาให้คำนึงถึงการประเมิน RT NT และ O-net โดยคำนึงถึงคุณลักษณะของผู้เรียนที่ประสงค์ตามหลักสูตรสถานศึกษา และกระทรวงศึกษาธิการ ณ ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการวิเคราะห์และกำหนดหลักเกณฑ์ การจัดสรรงบประมาณแบบ Top Up ให้กับโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนตั้งแต่ ๑-๖๐ คน เพื่อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำของโรงเรียน อันประกอบด้วยทรัพยากรมาตรฐาน คุณภาพ ห้องเรียน การวิเคราะห์ข้อมูล การจัดสรร และการใช้จ่ายทรัพยากรด้านการศึกษา ของสถานศึกษาจากระบบบัญชีการศึกษารายรับ-จ่าย ของงบประมาณ ทั้งในงบประมาณ และนอกงบประมาณ ให้โรงเรียนทั้งวิเคราะห์ดัชนีชี้วัดด้านเศรษฐกิจของแต่ละจังหวัด เพื่อนำมาพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กให้มีคุณภาพ ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการดำเนินการ ในปัจจุบันค่ะ อันนี้ก็ขอตอบคำถามท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในส่วนที่เรามีมาตรการ เข้าไปเสริมโรงเรียนขนาดเล็ก ขอบคุณค่ะท่านประธาน