อรรถกร ศิริลัทธยากร นำเรียนท่านประธานสภาฯ และขอขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ที่ตอบคำถามในกระทู้ทั่วไป โดยชี้ให้เห็นถึงผลกระทบของต้นทุนอาหารสัตว์ต่อความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรไทย พร้อมอธิบายประเภทของอาหารสัตว์หลัก ได้แก่ อาหารข้นและอาหารหยาบ เพื่อเสนอแนวทางลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ให้พี่น้องเกษตรกร อรรถกร ศิริลัทธยากร ยืนยันความสำคัญของกระทรวงเกษตรฯ ในการลดต้นทุนและเพิ่มพื้นที่ปลูกอาหารสัตว์ภายในประเทศ เพื่อทดแทนการนำเข้า และเสนอแนวทางแก้ไขกฎหมายพืชจีเอ็มโอเพื่อประโยชน์เกษตรกร
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดเดียวกับท่าน สส. ฐิติมา ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ ต้องขอบพระคุณ แล้วก็ต้องขออนุญาต ท่านประธานตอบคำถามในกระทู้ทั่วไปของท่านฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา เขตเลือกตั้งที่ ๑ ผมเขต ๒ ครับ ก็ต้องนำเรียนว่าความห่วงใยในเรื่องของ วัตถุดิบโดยเฉพาะในเรื่องของการผลิตอาหารสัตว์และเรื่องต้นทุนของอาหารสัตว์นั้น ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน จริงอย่างที่ท่านผู้ถามได้กรุณาอภิปรายจริง ๆ และผมก็ต้องนำเรียนที่ประชุมว่าอาหารสัตว์ในประเทศไทยนั้น หลัก ๆ ก็คงจะมีอยู่ หลายประเภทถ้าเป็นอาหารสัตว์บก คงจะมีในเรื่องของอาหารข้น ซึ่งอธิบายง่าย ๆ จะเป็น พวกอาหารเม็ด อาหารผง ที่จริง ๆ แล้ว ณ วันนี้บริษัทเอกชนเขาผลิตออกมา แล้วก็ขาย ซึ่งมีความสะดวกสบายสำหรับพี่น้องเกษตรกรนำมาใช้ แล้วก็มีประสิทธิภาพ อันนั้นก็ยอมรับ ก็คิดว่าหนึ่งในแนวทาง หนึ่งในนโยบายที่ผมได้ประกาศไว้ในวันที่ ๔ กรกฎาคมที่ผ่านมา ก็คือทำอย่างไรที่จะลดต้นทุน ลดต้นทุนก่อนเลยสำหรับพี่น้องเกษตรกร แล้วก็เชื่อว่า การลดต้นทุนมันจะเพิ่มรายได้ อย่างน้อย ๆ เงินที่ต้องใช้น้อยลง เงินที่เหลือในกระเป๋าก็ต้อง มากขึ้น อาหารอย่างที่ ๒ คงจะเป็นในเรื่องของอาหารหยาบ คืออาหารประเภทที่จะเป็น พวกหญ้า พวกหญ้าสด หญ้าแห้ง กากของผลผลิตทางการเกษตรต่าง ๆ พวกข้าวโพด ซึ่งในแต่ละพื้นที่จะมีส่วนผสมที่แตกต่างกันออกไปตามวัตถุดิบที่มีในพื้นที่นั้น
ทีนี้ย้อนกลับมาว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ หรือไม่ ผมยืนยันว่าผมก็เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ ๑๐ วัน แต่ว่าแนวทางที่ท่านฐิติมาได้กรุณาสอบถามผ่านท่านประธานมายังกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ผมยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องต้น ๆ ที่ผมให้ความสำคัญ ไม่รู้ว่าเราเป็นคนบ้านเดียวกัน หรือเปล่า ใจเราเลยตรงกันครับท่านฐิติมา อันนี้อาจจะพูดเหมือนกับว่าสนุก แต่ว่าผมเรียน ผ่านท่านประธานว่าเรื่องนี้ผมให้ความสำคัญจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการลดต้นทุนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน ชาวปศุสัตว์หรือว่าชาวประมง ขออนุญาตกราบเรียน ก่อนเลยว่าที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมปศุสัตว์ก็ได้มีโครงการ หน่วยให้บริการจัดการอาหารสัตว์เคลื่อนที่ต่าง ๆ ซึ่งหน่วยงานนี้มีหน้าที่จะออกไปให้บริการ และให้ความรู้ แนะนำสัดส่วนที่หมาะสมแก่พี่น้องเกษตรกรไปถึงหน้าฟาร์ม เน้นให้ความสำคัญ ในเรื่องของการใช้วัสดุเหลือใช้ในพื้นที่เป็นสำคัญก่อน ซึ่งกระผมขอยืนยันว่าองค์ความรู้ต่าง ๆ เหล่านี้บวกกับการบริหารจัดการฟาร์มต่าง ๆ ที่มีประสิทธิภาพ พิสูจน์แล้วว่ามันสามารถ ลดต้นทุนได้จริง ไม่มากก็น้อย ขึ้นอยู่กับความตั้งใจหรือความใส่ใจของเจ้าของฟาร์มเหล่านั้น ผมเรียนท่านสมาชิกว่าผมเคยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อยู่ประมาณ ๑๒๐ วัน ก็ได้เริ่มผลักดันเรื่องนี้ นอกจากนี้ตามศูนย์บริการอาหารสัตว์ต่าง ๆ ภายใต้การดูแลของกรมปศุสัตว์ เราก็มี Feed Center กระจายอยู่ไปในหลายพื้นที่ สิ่งที่เรามี ก็คือเครื่องจักร เครื่องไม้เครื่องมือที่จะผลิตอาหาร ดังนั้นเราก็ต้องให้บริการ พี่น้องประชาชน พี่น้องเกษตรกรเขามีวัตถุดิบต่าง ๆ ก็สามารถนำมาผสม หรือว่านำมาผลิตอาหารโดยใช้ เครื่องไม้เครื่องมือ เครื่องจักรของ Feed Center ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของ กรมปศุสัตว์ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มต่าง ๆ หรือว่าวิสาหกิจ ใช้ได้หมดเลยครับ แต่ผมก็ต้องยอมรับว่าการใช้ Feed Center ในบางพื้นที่อาจจะ ยังต้องมีการปรับปรุงก็จะนำไปปรับปรุงแก้ไข ขออนุญาตเรียนผ่านท่านประธานไปยัง เพื่อนสมาชิกว่าในปัจจุบันภาคปศุสัตว์ยังมีความจำเป็นที่จะต้องพึ่งพิงการนำเข้าวัตถุดิบ บางประเภทจากต่างประเทศจริง ดังนั้นการลดการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศและ เน้นการปลูกในประเทศก็จะเป็นหมุดหมายสำคัญที่ผมจะถือว่าเป็นภารกิจหลักของผม หลังจากนี้เช่นกัน ดังนั้นเองการเพิ่มพื้นที่ปลูกอาหารหรือปลูกพืชเลี้ยงสัตว์เป็นอาหาร จะเป็นเรื่องที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์หลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วก็จะต้องใช้ความพยายาม อย่างเต็มที่ ผมยกตัวอย่างในปีที่ผ่านมาทางกรมปศุสัตว์ได้มีการเพิ่มพื้นที่การปลูกอาหารสัตว์ นั่นคือการเพิ่มพื้นที่ทำแปลงข้าวโพดที่จังหวัดลพบุรี ตอนนี้เข้าใจว่าปลูกไปแล้ว ๓,๐๐๐ กว่าไร่ หมุดหมายของกรมปศุสัตว์ในพื้นที่ลพบุรี อย่างน้อย ๆ ๕,๕๐๐ ไร่ ในเขตพื้นที่ศูนย์ของกรมปศุสัตว์ เพราะว่าเราต้องการจะเพิ่มความมั่นคง ทางด้านอาหารสัตว์ให้กับพี่น้องเกษตรกรที่อยู่ในละแวกนั้น ถ้าจำไม่ผิดศูนย์อาหารสัตว์ หรือศูนย์อะไรของกรมปศุสัตว์ อยู่ที่อำเภอลำสนธิ คนที่ไปเปิดโครงการก็เป็นคนที่ท่านฐิติมา รู้จักดี ชื่อว่า อิทธิ ศิริลัทธยากร พ่อผมเองครับ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ในสมัยนั้น เป็นคนบ้านเดียวกับท่าน สส. ฐิติมาครับ ผมก็ตั้งใจว่าการขยายผล ไปยังศูนย์ต่าง ๆ ไม่ใช่เฉพาะศูนย์ที่ลพบุรีนะครับ ศูนย์ที่ราชบุรี ศูนย์ที่ภาคเหนือ ศูนย์ที่ภาคใต้ก็อยากจะทำในลักษณะนี้เหมือนกัน นโยบายเร่งด่วนที่ผมได้ให้ความสำคัญ อย่างที่นำเรียนไปก็คือการลดต้นทุนครับ จริง ๆ แล้วผมต้องขออนุญาตนำเรียนผ่าน ท่านประธานนะครับ เมื่อเช้าในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะผมก็เจอกับท่านฐิติมา ท่านก็เป็นห่วงเป็นใยในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำในจังหวัดฉะเชิงเทรา เขตเลือกตั้งที่ ๑ ของท่าน ตอนนี้ท่านก็มีความเป็นห่วง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการนำเข้าต่าง ๆ ที่จะมา กระทบต่อพี่น้องเกษตรกร ผลผลิตต่อไร่ต่าง ๆ หรือแม้แต่กระทั่งเรื่องถั่วเหลืองที่นำเข้า จากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งก็ต้องยอมรับตรง ๆ ว่าถั่วเหลืองที่นำเข้ามานี่เป็นพืชจีเอ็มโอ แต่ประเทศเรามีกฎหมายไม่อนุญาตให้ปลูกจีเอ็มโอซึ่งยอมรับว่าจีเอ็มโอจะให้ปริมาณผลผลิต ต่อไร่สูงกว่าอยู่แล้ว ดังนั้นเองจึงเป็นหน้าที่ จะเป็นของรัฐบาลก็ได้ จะเป็นของท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ได้ ช่วยกันครับ ช่วยกันคิด ว่ากฎหมายต่าง ๆ จะต้องแก้ไข หรือเปล่า เพื่อที่จะเพิ่มความสามารถขีดจำกัดของเกษตรกรไทย ก็ขออนุญาตตอบคำถาม ท่านสมาชิกเบื้องต้นเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ