สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๘

ฐิติมา ฉายแสง หารือเรื่องต้นทุนอาหารสัตว์ของไทย แสดงข้อมูลการเปรียบเทียบต้นทุนอาหารสัตว์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศต่างประเทศ และเรียกร้องกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้แนวทางในการลดต้นทุนอาหารสัตว์และแก้ไขปัญหาพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทยค่ะ ดิฉันขอกราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงที่ได้กรุณาบรรจุกระทู้ถามทั่วไปของดิฉัน เข้าสู่ระเบียบวาระในวันนี้ ดิฉันขอเรียนว่าวันนี้ถือว่าเป็นวันที่เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม อย่างยิ่งที่เราจะมาทบทวนต้นทุนอาหารสัตว์ของไทย เพราะว่าวันนี้ดิฉันจะนำเสนอว่า ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ของไทยมันสูง สวนทางกับรายได้เกษตรกร แล้วก็สวนทาง กับความสามารถในการแข่งขันของไทยในตลาดโลก แต่ก่อนอื่นดิฉันจะเล่าความเป็นมา ที่ทำให้ดิฉันรู้สึกเจ็บแล้วก็ลึก เจ็บลึกเลย อยากจะลุกขึ้นมาอภิปรายเรื่องนี้ คือยิ่งดิฉัน ลงพื้นที่พบปะประชาชนมากเท่าไร ดิฉันก็ยิ่งเห็นความย้อนแย้งในระบบของเกษตร ของประเทศไทยเรามากขึ้นเท่านั้น คือประเทศไทยเราเป็นประเทศเกษตรกรรม เรามีดิน น้ำ ลม แดด เรามีครบทุกอย่างเลย แม้แต่ประเทศในเขตหนาวหรือเขตแล้งเขาก็อิจฉาเรา เราปลูกข้าวได้แทบทุกภาค เราผลิตข้าวโพดได้ มันสำปะหลังเราก็มีเยอะ มีกะลามะพร้าว เหง้าอ้อย มีกากน้ำตาล เศษพืชจำนวนมากเลยที่จะเอามาทำเป็นอาหารสัตว์ได้ แต่วันนี้ เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ของไทยกลับต้องซื้ออาหารสัตว์ในราคาที่สูงเกินจริงเสมอเลย ถามจริง ๆ ว่าประเทศไทยที่บอกว่าเราเป็นครัวของโลก ทำไมเราต้องนำเข้าปลาป่นจากประเทศ เพื่อนบ้านทั้งที่เรามีเรือประมงเป็นหมื่นลำ ทำไมเราต้องนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลายล้านตัน ทั้งที่เรานั้นปลูกได้เอง แล้วก็ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือว่าทำไมข้าวที่เป็นพืชหลักของไทย ชาวนา ขายได้ราคาเพียง ๕ บาทต่อกิโลกรัม แต่รำข้าวที่เป็นผลพลอยได้จากการสีข้าวเปลือก และมักเป็นวัตถุดิบที่เราใช้เลี้ยงสัตว์กลับมีราคาสูงกว่าข้าวเปลือกเป็นเท่าตัว ดิฉัน ไม่อยากตำหนิใครนะคะท่านประธาน แต่ว่าขอตั้งคำถามตรง ๆ ว่ากระทรวงเกษตร และสหกรณ์นั้นทำอะไรอยู่ ทำไมถึงปล่อยให้ระบบเกษตรมันน่าเป็นห่วงขนาดนี้ ประเทศไทย ไม่มีนโยบาย Zoning ไม่มีการบริหารพื้นที่เพาะปลูกที่เหมาะสม ไม่มีการวางแผนการปลูก ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อย่างจริงจังหรือเปล่า สมาคมการค้าพืชไร่บอกว่าเกษตรกรไทย ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้ ๙๐๐-๑,๐๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ แต่กรมเศรษฐกิจการเกษตร ให้ข้อมูลว่าปลูกได้แค่ ๗๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ ไม่เพียงพอกับความต้องการของภาคปศุสัตว์ รัฐบาลจึงต้องนำเข้าข้าวโพดจากต่างประเทศ อย่างนี้มันก็ทำให้เกษตรกรไทย อาจจะ ลำบากได้ ประเทศไทยไม่มีทิศทางการพัฒนาเกษตรของประเทศที่ชัดเจน ไม่มีการส่งเสริม เมล็ดพันธุ์ที่ดีที่จะให้ผลผลิตต่อไร่สูง ระบบชลประทานก็ยังไม่ทั่วถึง มีงานวิจัยมากมาย แต่เกษตรกรอาจจะเข้าถึงได้น้อย เราต้องนำเข้าถั่วเหลืองมากถึง ๙๖ เปอร์เซ็นต์ของ ความต้องการใช้ในประเทศ แต่สิ่งที่นำเข้าเข้ามาส่วนใหญ่เป็นถั่วเหลืองจีเอ็มโอ จากสหรัฐอเมริกาและอนุญาตให้นำเข้ามา แต่ว่าห้ามเกษตรกรปลูกถั่วเหลืองจีเอ็มโอ มันตลกไหมคะท่านประธาน

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ทีนี้ท่านประธานดูตารางว่าราคาอาหารสัตว์ตารางแรกจะเห็นว่าข้าวโพด ถั่วเหลือง นำเข้าปลาป่น ข้าวสาลี ปลายข้าวอะไรก็แล้วแต่เรามีราคาแบบนี้ อันนี้คือ ราคาปัจจุบัน ประเทศสหรัฐอเมริกามีต้นทุนอาหารสัตว์ต่ำกว่าไทย ๓๘ เปอร์เซ็นต์ ทั้ง ๆ ที่ ประเทศเขาค่าแรงสูงกว่าเราตั้งเยอะ เขาก็ปลูกอะไรสู้เราไม่ได้เพราะว่าดิน น้ำ ลม แดด เขาไม่ได้เท่าเรา เวียดนามต่ำกว่าไทย ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ต่อไปเป็นต้นทุนอาหารสัตว์ ตาราง เปรียบเทียบต้นทุนอาหารสัตว์ภาพต่อไป ท่านประธานดูนะคะ หมู ไทยเราต้นทุน ๘๐ สหรัฐอเมริกา ๔๐ ต่างกันเท่าตัว ไก่เนื้อไทย ๓๖-๓๘ บราซิล ๒๔ เอง กุ้งขาวอินเดียถูกกว่าเรา เวียดนามถูกกว่าเรา ปลานิลไทย เวียดนามแข่งกัน เราแพ้ ดิฉันจึงขอเรียนถามท่านรัฐมนตรี ผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของโลก เราปลูกพืชอาหารสัตว์ได้มากมายหลายชนิดแต่ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์กลับสูง กระทรวงเกษตร และสหกรณ์มีแนวทางในการลดต้นทุนอาหารสัตว์ได้หรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียด ภาคปศุสัตว์และประมงของไทยยังต้องพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าตลอดหรือไม่ ถ้าไม่ แก้ไขหรือ ปรับปรุงโครงสร้างนี้ เกษตรกรที่มีอาชีพปลูกพืชอาหารสัตว์จะดำรงชีพต่อไปอย่างไร ท่านเคยคิดถึงเขาบ้างไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีแนวทางในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ อย่างไรขอทราบรายละเอียด เป็นคำถามช่วงแรก ขอบพระคุณค่ะ